ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เพื่อป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง
คำสำคัญ:
โปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ, ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2, พฤติกรรมการดูแลตนเอง, โรคหัวใจและหลอดเลือดบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบพฤติกรรมการดูแลตนเอง 2) เปรียบเทียบระดับน้ำตาลในเลือด 3) เปรียบเทียบความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ก่อนและหลังการได้รับโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 41 คน จากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน ดำเนินโปรแกรมเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ โปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ แบบประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเอง มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.82 แบบบันทึกการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด และแบบประเมินความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป สถิติที่ใช้ ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการเปรียบเทียบชนิดกลุ่มที่ไม่เป็นอิสระต่อกัน
ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการได้รับโปรแกรม กลุ่มตัวอย่างมี 1) พฤติกรรมการดูแลตนเองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ก่อนทดลอง x̄ = 48.02, S.D. = 4.94; หลังทดลอง x̄ = 54.34, S.D. = 3.05; Mean diff. = 6.32, t = 10.17, p <0.001) 2) ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ก่อนทดลอง = 129.59, S.D. = 19.25; หลังทดลอง x̄ = 121.71, S.D. = 16.91; Mean diff. = 7.88, t = 2.33, p = 0.025) และ 3) ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ก่อนทดลอง x̄ = 25.28, S.D. = 9.37; หลังทดลอง x̄ = 23.66, S.D.=9.08; Mean diff. = 1.61, t = 3.39, p = 0.002)
องค์ความรู้จากการศึกษาครั้งนี้ยืนยันว่า การพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งนำไปสู่การปรับปรุงผลลัพธ์ทางสุขภาพ ทั้งด้านการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและการลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด อีกทั้งยังสามารถประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Cardiovascular diseases (CVDs) [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2024 [cited 2025 May 20]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cardiovascular-diseases-(cvds)
วิชัย เอกพลากร, หทัยชนก พรรคเจริญ, วราภรณ์ เสถียรนพเก้า. การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562-2563. กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล; 2564.
Centers for Disease Control and Prevention. Heart disease risk factors [Internet]. Atlanta (GA): CDC; 2024 [cited 2025 May 20]. Available from: https://www.cdc.gov/heart-disease/risk-factors/index.html
กระทรวงสาธารณสุข. Health Data Center (HDC) [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; [ไม่ปรากฏปีเผยแพร่] [เข้าถึงเมื่อ 6 พฤษภาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://hdc.moph.go.th/atg/public/main
กรมควบคุมโรค. รายงานอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด ปี พ.ศ. 2565–2566. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; 2566.
World Health Organization. Health promotion glossary. Geneva: WHO; 1998.
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. การเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; 2561.
ยุวดี รอดจากภัย. การส่งเสริมสุขภาพและความรอบรู้ด้านสุขภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 1. ชลบุรี: เก็ทกู๊ดครีเอชั่น; 2561.
Cho IY, Lee YS, Arozullah AM, Crittenden KS. Effects of health literacy on health status and health service utilization amongst the elderly. Soc Sci Med. 2008;66(8):1809–16.
Kanejima Y, Shimogai T, Kitamura M, Ishihara K, Izawa KP. Impact of health literacy in patients with cardiovascular diseases: a systematic review and meta-analysis. Patient Educ Couns. 2022;105(7):1793–800. doi:10.1016/j.pec.2021.11.021.
วัชราพร เชยสุวรรณ. ความรอบรู้ด้านสุขภาพ: แนวคิดและการประยุกต์สู่การปฏิบัติการพยาบาล. วารสารแพทย์นาวี. 2560;44(3):183–97.
จิตรา จันทร์เกตุ. ผลลัพธ์ของโปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมการปรับตัวด้านโภชนาการต่อระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. นครปฐม: มหาวิทยาลัยคริสเตียน; 2560.
Cohen JM, Uphoff NT. Concept and measures for project design, implementation and evaluation in rural development. Rural Development Monograph No. 2. Ithaca (NY): Rural Development Committee, Center for International Studies, Cornell University; 1977.
House JS. Social support and social structure. Sociol Forum. 1987;2(1):135–46.
Best JW. Research in education. 4th ed. Englewood Cliffs (NJ): Prentice-Hall; 1981.
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. Thai cardiovascular risk score [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล; c2558–2561 [เข้าถึงเมื่อ 20 พฤษภาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://med.mahidol.ac.th/cardio_vascular_risk/thai_cv_risk_score/
สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. คู่มือแนวทางการประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด Thai CV Risk Score. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; 2562.
Sritara P, Cheepudomwit S, Chapman N, Woodward M, Kositchaiwat C, Tunlayadechanont S, et al. Twelve-year changes in vascular risk factors and their associations with mortality in a cohort of 3499 Thais: the Electricity Generating Authority of Thailand Study. Int J Epidemiol. 2003;32(3):461–8. doi:10.1093/ije/dyg105.
ฑีรณุฏฐ์ ไวศยารัทธ์, อุมาพร ปุญญโสพรรณุ, กาญจน์สุนภัส บาลทิพย์. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดของบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาล. 2566;29(3):319–331.
สุวิดา ลิ่มเริ่มสกุล, จงจิต เสน่หา, ดวงรัตน์ วัฒนกิจไกรเลิศ, ปฏิณัฐ บูรณะทรัพย์ขจร. ผลของโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้สูงอายุเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารพยาบาลศาสตร์. 2565;40(1):84–98.
Lin SC, Chen IJ, Yu WR, Lee SYD, Tsai TI. Effect of a community-based participatory health literacy program on health behaviors and health empowerment among community-dwelling older adults: a quasi-experimental study. Geriatr Nurs. 2019;40(5):494–501. doi:10.1016/j.gerinurse.2019.03.013.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสุขศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.