ผลของโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพสำหรับพนักงานโรงงานผลิตอาหารสัตว์แห่งหนึ่ง จังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, พฤติกรรมสุขภาพ, พนักงานโรงงาน, โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพ, โรงงานผลิตอาหารสัตว์บทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง (One-group pretest-posttest design) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพในพนักงานโรงงาน ผลิตอาหารสัตว์แห่งหนึ่ง จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มตัวอย่างคือ พนักงานโรงงานจำนวน 30 คน คัดเลือกตามเกณฑ์ที่กำหนด เครื่องมือที่ใช้คือ โปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ ระยะเวลา 12 สัปดาห์ แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเตรียมการ การดำเนินกิจกรรมผ่านกิจกรรมกลุ่มและการติดตามทางแอปพลิเคชัน LINE การประเมินผลโปรแกรมด้วยการรวบรวมข้อมูล การพัฒนาความรอบรู้ผ่านโปรแกรมความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบสอบถามความรอบรู้ด้านสุขภาพและแบบสอบถามพฤติกรรมสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนก่อนและหลังการทดลองด้วย Paired samples t-test และ Wilcoxon Signed-Rank Test
ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรม กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 144.90 ± 15.42 เป็น 167.67 ± 16.34 คะแนน โดยมีผลต่างเฉลี่ย 22.70 คะแนน (95% CI 19.64 - 25.76, p <0.001) และคะแนนรายด้านเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทุกด้าน คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมสุขภาพโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 62.33 ± 5.07 เป็น 69.10 ± 4.41 คะแนน โดยมีผลต่างเฉลี่ย 6.77 คะแนน (95% CI 5.29 - 8.24, p <0.001) ทั้งนี้ คะแนนพฤติกรรมด้านการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย และการจัดการสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นทุกด้าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
โปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพร่วมกับการติดตามผ่านช่องทางดิจิทัลมีประสิทธิผลในการเพิ่มระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของพนักงานโรงงานผลิตอาหารสัตว์ และสามารถใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มแรงงานภาคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ควรมีการติดตามผลในระยะยาวเพื่อประเมินความคงทนของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหลังสิ้นสุดโปรแกรม
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Workers' health: global plan of action 2008–2017. Geneva: World Health Organization; 2007.
Sørensen K, Van den Broucke S, Fullam J, Doyle G, Pelikan J, Slonska Z, et al. Health literacy and public health: a systematic review and integration of definitions and models. BMC Public Health. 2012;12:80. doi:10.1186/1471-2458-12-80.
Kim SH. Health literacy and functional health status in Korean older adults. J Clin Nurs. 2009;18(16):2337–43. doi:10.1111/j.1365-2702.2008.02739.x.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. ข่าวสภาพัฒน์ เรื่อง ภาวะสังคมไทยไตรมาสสอง ปี 2566 [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ; 2566 [เข้าถึงเมื่อ 6 สิงหาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.nesdc.go.th/wordpress/wp-content/uploads/2025/06/article_20230828112414.pdf
เพ็ญวิภา นิลเนตร, ณฐกร นิลเนตร. การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ. 2ส. ของประชาชนวัยทำงานในพื้นที่หมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เขตสุขภาพที่ 6. วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน. 2566;5(1):27–38.
พิมนภา รุโจปการ, ศศิธร ศรีมีชัย. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานกลุ่มโรงงานอาหารสัตว์. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ. 2568;10(2):135–142.
Nutbeam D. Health literacy as a public health goal: a challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promot Int. 2000;15(3):259–67.
Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale (NJ): Lawrence Erlbaum Associates; 1988.
Polit DF, Beck CT. The content validity index: are you sure you know what's being reported? Critique and recommendations. Res Nurs Health. 2006;29(5):489–97. doi:10.1002/nur.20147.
Bandura A. Self-efficacy: the exercise of control. New York: WH Freeman; 1997.
จุฑามาศ ปุญญปุระ. การพัฒนารูปแบบการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพของพนักงานโรงงานในจังหวัดนครสวรรค์. วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคเหนือ). 2567;34(2):4–11.
Intarakamhang U, Sriprasertpap K, Chiangkhong A, Srisawasdi N, Wongchan S, Boocha P. Effects of digital health literacy program on sufficient health behavior among Thai working-age people with risk factors for noncommunicable diseases. Health Lit Res Pract. 2024;8(2):e93–e101. doi:10.3928/24748307-20240520-01.
พิภัทร์ชิตา ณ นคร. ผลของการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพของพนักงานในโรงงานจังหวัดสระบุรี. Singburi Hosp J. 2560;26(1):13–26.
Charoenbut P, Klaewkla J, Srisorrachatr S, Arphorn S, Wijitwanna S. Workplace and individual factors influence eating practices of Thai factory workers. Malays J Nutr. 2018;24(3):417–26.
ทัศพร ชูศักดิ์, ฉัตรประภา ศิริรัตน์, จิราภรณ์ นนพละ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดของพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง จังหวัดสระบุรี. วารสารวิจัยและพัฒนา วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2563;15(1):47–57.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสุขศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.