ผลการจัดการเรียนรู้โดยสถานการณ์จำลองเสมือนจริงต่อความรู้ ความพึงพอใจ และความมั่นใจในตนเองของนักศึกษาพยาบาล
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเป็นแบบกึ่งทดลอง (quasi-experimental research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการจัดการเรียนรู ้โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงต่อความรู้ ความพึงใจและความมั่นใจในตนเอง และมุมมองความคิดเห็นของนักศึกษาก่อนและหลังการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริง กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ปีการศึกษา 2567 จำนวน 80 คน เครื่องมือที่่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงรายวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ 1 เกี่ยวกับการการพยาบาลผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่มีปัญหาในระบบประสาท และการพยาบาลผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่มีปัญหาระบบตา หู คอ จมูก การเก็บข้อมูลก่อนและหลังการจัดการเรียนการสอนโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริง โดยใช้แบบสอบถามความรู้ ความพึงพอใจ และความมั่นใจในการปฏิบัติการพยาบาลของนักศึกษาพยาบาล วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอ้างอิง ได้แก่ สถิติทีคู่ (Paired sample t-test) วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis)
ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยความรู้ ความพึงพอใจและความมั่นใจในตนเองสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = -3.75, -2.83, -5.95 p <0.05) ข้อค้นพบที่สำคัญในส่วนของการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริง สามารถช่วยพัฒนาให้นักศึกษามีทักษะการคิดวิเคราะห์และการตัดสินใจแก้ไขปัญหาทางการพยาบาลได้ ผลการวิจัยนี้สนับสนุนให้ผู้สอนได้นำการเรียนรู้ โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงมาใช้ เพื่อช่วยพัฒนาความรู้ ความพึงพอใจและความมั่นใจในตนเองในการปฏิบัติการพยาบาลก่อนขึ้นฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จริงของนักศึกษาพยาบาล
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
Jefferies PR. A framework for designing, implementing, and evaluating simulations used as teaching strategies in nursing. Nurs Educ Perspect. 2005; 26(2): 96-103.
O'Donnell JM, Decker S, Howard V, Levett-Jones T, Miller CW. NLN/Jeffries Simulation Framework State of the Science Project: Simulation Learning Outcomes. Clinical Simulation in Nursing. 2014; 10(7): 373-382.
Waxman KT. The development of evidence-based clinical simulation scenarios: guidelines for nurse educators. J Nurs Educ. 2010; 49(1): 29-35.
Broussard L. Simulation–based learning: How simulation help nurses improve clinical skills and preserve patient safety. Nurs Womens Health. 2008; 12(6): 521-524.
Landeen J, Jeffries P. Simulation. Journal of Nursing Education. 2008; 47(11): 487–488.
Hovancsek M, Jeffries P, Escudero E, Foulds B, Huseb S, Iwamoto Y, et al. Creating simulation communities of practice: an international perspective. Nurs Educ Perspect. 2009; 30(2): 121-125.
Rourke L, Schmidt M, Garga N. Theory-Based Research of High Fidelity Simulation Use in Nursing Education: A Review of the Literature. International Journal of Nursing Education Scholarship [Internet]. 2010 [cited 2025 Jan 5]; 7(1). Available from: https://doi.org/10.2202/1548-923X.1965
Neill MA, Wotton K. High-fidelity simulation debriefing in nursing education: a literature review. Clin Simulat Nurs. 2011; 7(5). e161-e168.
ขวัญฤทัย ธรรมกิจไพโรจน์, จันทร์ฉาย มณีวงษ์, จารุวรรณ สนองญาติ. การจัดการเรียนการสอนโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงต่อการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาพยาบาล: การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ. Journal of Boromarajonani College of Nursing, Suphanburi. 2023; 6(1): 5-28.
ศิริพร ชุดเจือจีน, สุดารัตน์ วุฒิศักดิ์ไพศาล, วรางคณา คุ้มสุข. การเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริง: การนำมาประยุกต์ใช้ในการสอนทางการพยาบาล. Journal of Boromarajonani College of Nursing, Suphanburi. 2565; 5(1): 17-31.
Yuan H, Williams BA, Fang J, Ye Q. A systematic review of selected evidence on improving knowledge and skills through high-fidelity simulation. Nurs Educ Today. 2012; 32(3): 294-298.
Kolb AY, Kolb DA. Learning styles and learning spaces: Enhancing experience learning in higher education. Acad Manage Learn Educ. 2005; 4(2): 193-213.
สมจิตต์ สินธุชัย, กันยารัตน์ อุบลวรรณ. การเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริง:การนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน Fidelity Simulation Based Learning: Implementation to Learning and Teaching Management. วารสารพยาบาลทหารบก. 2560; 18(1): 29-38.
สมจิตต์ สินธุชัย, กันยารัตน์ อุบลวรรณ, สุนีย์รัตน์ บุญศิลป์. ผลของการจัดการเรียนรู้โดยสถานการณ์จำลองเสมือนจริงต่อความรู้ ความพึงพอใจและความมั่นใจในตนเองของนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 4 ในการฝึกปฏิบัติรายวิชาฝึกทักษะทางวิชาชีพก่อนสำเร็จการศึกษา. Rama Nurs J. 2560; 23(1): 113-127.
สุมลชาติ ดวงบุบบผา, สุนทรี เจียรวิทยกิจ, พรศิริ พิพัฒนพานิช, ธีรวัฒน์ ช่างปัด. ผลของสถานการณ์จําลองทางคลินิกต่อความมั่นใจของนักศึกษาพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยอย่างมีคุณภาพและปลอดภัย. Rama Nurs J. 2565; 28(3): 415-432.
ศุภรัตน์ แจ่มแจ้ง, วิรดา อรรถเมธากุล, รัตนา นิลเลื่อม, นาตยา วงศ์ยะรา. ผลของการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จําลองเสมือนจริงต่อความสามารถในการแก้ปัญหาทางการพยาบาลและความมั่นใจในการปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพของนักศึกษาพยาบาล. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี. 2564; 4(3): 178-194.
พรรณทิพย์ ชับขุนทด, ปรางทิพย์ ทาเสนาะ เอลเทอร์, นุชมาศ แก้วกุลฑล, รัชนี พจนา. ผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองต่อความรู้ ความมั่นใจ และความสามารถในการใช้กระบวนการพยาบาลมารดาและทารกในระยะคลอดของนักศึกษาพยาบาล. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2563; 29(6): 1063-1070.
McLeod S. Kolb's Learning Styles and Experiential Learning Cycle [Internet]. SimplyPsychology; 2024 [cited 2025 Jan 5]. Available from: https://www.simplypsychology.org/learning-kolb.html
วรางคณา คุ้มสุข, มาเรียม นิลพันธุ์. การเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริง Simulation-Based Learning. วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน. 2564; 3(1): 1-11.
Partin JL, Payne TA, Slemmons MF. Students perceptions of the relearning experience sassing high-fidelity simulation to teach concepts relative to obstetrics. Nurs Educ Perspect. 2011; 32(3): 186-188.
Stroup C. Simulation usage in nursing fundamentals: integrating literature review. Clin Simulat Nurs. 2014; 10(3): 155-164.