ลักษณะทางระบาดวิทยา และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะแทรกซ้อนทางไตของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง กรณีศึกษาที่โรงพยาบาลนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์

ผู้แต่ง

  • นฤมล บุษมงคล กรมควบคุมโรค
  • อัจฉริยา เพียรภายลุน โรงพยาบาลนาคู

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ

หลักการและวัตถุประสงค์: โรคไตเรื้อรัง ปัจจุบันถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญระดับโลก  อุบัติการณ์ของโรคไตเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกประเทศ ทำให้สูญเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากขึ้น สำหรับประเทศไทยความชุกของโรคไตเรื้อรังในประเทศนั้นมีแนวโน้มและมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่ออธิบายลักษณะทางระบาดวิทยาของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังและศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะแทรกซ้อนทางไตของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับบุคลากรทางแพทย์ในการวางแผนเป็นการหาแนวทางการลดความรุนแรงของโรคหรือเป็นการหาแนวทางป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางไตในผู้ป่วยไตเรื้อรัง

 

วิธีการศึกษา : การศึกษาเชิงวิเคราะห์ แบบ Case control study เก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบคัดลอกข้อมูลจากเวชระเบียน ที่เป็นทะเบียนประวัติการรักษาที่เก็บไว้ที่โรงพยาบาล โดยมีการบันทึกข้อมูลทุกครั้งที่ผู้ป่วยมาใช้บริการที่โรงพยาบาล ดึงข้อมูลจากฐานข้อมูล Health Data Center Kalasin  ที่ได้รับวินิจฉัยว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง ที่ได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลนาคู ระหว่างวันที่  1 มกราคม 2560 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 จำนวน 420 ราย  กลุ่มศึกษา คือ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 2-3 กลุ่มควบคุม คือ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 1 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ Multiple Logistic Regression เพื่อวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของตัวแปร จากนั้นจึงนำเสนอผลการวิเคราะห์ ค่า Crude Odds ratio, Adjust Odds ratio และ 95% Confident interval กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05  

 

ผลการศึกษา : จากผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง จำนวน 420 ราย พบว่า กลุ่มศึกษา ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 61.4  อายุน้อยกว่า 70 ปี ร้อยละ 59.5 อายุเฉลี่ย 65.6  ปี  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 11.2  ระดับการศึกษาสูงสุดประถมศึกษาร้อยละ  80.5  โรคประจำตัวร่วม  ส่วนใหญ่เป็นโรคความดันโลหิตสูง  ร้อยละ 46.6  ระยะจากบ้านถึงโรงพยาบาลส่วนใหญ่อยู่ในระยะทาง 21 กิโลเมตร – 35 กิโลเมตร ร้อยละ 58.6 ระยะเวลาที่ทำการรักษาโรคไต ส่วนใหญ่ 2 ปี ร้อยละ 72.4 ความสม่ำเสมอในการรักษา ส่วนใหญ่  1-3 ครั้งต่อระยะเวลาลาการเป็นโรคไต ร้อยละ 65.7 และสิทธิการรักษา ส่วนใหญ่เป็นสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า ร้อยละ 95.7 กลุ่มควบคุม     ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 64.3  อายุน้อยกว่า 70 ปี ร้อยละ 81.4 อายุเฉลี่ย 60.6 ปี  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 9.9  ระดับการศึกษาสูงสุดประถมศึกษาร้อยละ  80.5  โรคประจำตัวร่วมส่วนใหญ่เป็นโรคความดันโลหิตสูง  ร้อยละ 46.6 ระยะจากบ้านถึงโรงพยาบาลส่วนใหญ่อยู่ในระยะทาง 100 เมตร – 5 กิโลเมตร ร้อยละ 43.8 ระยะเวลาที่ทำการรักษาโรคไต ส่วนใหญ่ 2 ปี ร้อยละ 83.3               ความสม่ำเสมอในการรักษาส่วนใหญ่  1-3 ครั้งต่อระยะเวลาลาการเป็นโรคไต ร้อยละ 77.1  และสิทธิการรักษาส่วนใหญ่เป็นสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า ร้อยละ 93.3 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะแทรกซ้อนทางไตของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง พบว่าผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง อายุ 70 ปีขึ้นไป เป็นปัจจัยเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนทางไต 3.84 เท่า เมื่อเทียบกับผู้มีอายุน้อยกว่า 70 ปี (AdjOR=3.84,95%CI;2.33-6.34,p<0.001) ระดับการศึกษามัธยมศึกษา สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางไตของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังได้ ร้อยละ 77 เมื่อเทียบกับผู้มีระดับการศึกษาประถมศึกษา (AdjOR=0.23, 95%CI; 0.13-0.37, p<0.001) โรคประจำตัวร่วมเป็นโรคไขมันในเลือดสูง  ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีโรคประจำตัวร่วมเป็นโรคไขมันในเลือดสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางไต 6.10 เท่า   เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวร่วมเป็นโรคไขมันในเลือดสูง (AdjOR=6.10, 95%CI; 1.62-22.80, p=0.007) 

 

 สรุปผลการศึกษา  พบว่า อายุ 70 ปีขึ้นไป  ระดับการศึกษามัธยมศึกษา และโรคประจำตัวร่วมเป็นโรคไขมันในเลือดสูง       มีความสัมพันธ์กับภาวะแทรกซ้อนทางไตของผู้ป่วยไตเรื้อรังอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

 คำสำคัญ โรคไตเรื้อรัง ภาวะแทรกซ้อนทางไต

 

Downloads

Download data is not yet available.

Author Biography

นฤมล บุษมงคล, กรมควบคุมโรค

นางสาวนฤมล  บุษมงคล นิสิตปริญญาโท  สาขาวิทยาการระบาด มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ  สังกัด กรมควบคุมโรค

References

เครือข่ายวิจัยกลุ่มสถาบันแพทย์ศาสตร์แห่งประเทศไทย. (2557). ระบาดวิทยาโรคไตเรื้อรังในผู้ป่วยเบาหวาน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553-2557. ค้นเมื่อ 8 ธันวาคม 2562 จาก http://ryssurvey.com/vichakarn/downloadq.php?f=ddc_ 201812181319148127_150_1001ca.pdf&fc=title%20170.pdf

ณิชกานต์ วงษ์ประกอบ, & ลัฆวี ปิยะบัณฑิตกุล. (2560). ปัจจัยทำนายการเกิดโรคไตเรื้อรังในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง. วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล, 23(2), 94-106.

ธนันดา ตระการวนิช. (2556).ไตวายเรื้อรังการป้องกันและการควบคุมโรคไตเรื้อรังและปัจจัยเสี่ยง. หมอชาวบ้าน, 35(412), 30-31.

นิคม ถนอมเสียง. (2559). คำนวณขนาดตัวอย่างสำหรับวิเคราะห์ logistic regression กรณีใช้สูตรของ Hsieh, Bloch & Larson (1998). ค้นเมื่อ 8 ธันวาคม 2562, จาก https://home.kku.ac.th/nikom/Sample_Size_logistic_Hsieh_Nikom.pdf

พัชรภัณฑ์ ไชยสังข์, & ประทีป หมีทอง. (2561). ปัจจัยที่เป็นตัวทำนายโรคไตเรื้อรังของผู้ป่วยโรคเรื้อรังในชุมชน. วารสารศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า, 35(2), 135-138.

ภทรพรรณ อุณาภาค, & ขวัญชัย รัตนมณี. (2558). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางไตในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ของโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จังหวัดสมุทรสงคราม. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา, 10(2), 44-54.

สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2560). คนไทยเสี่ยงโรคไตเพิ่มขึ้น ลดการใช้ยากลุ่มเอนเสด-ยาชุดเพื่อลดไตวาย. ค้นเมื่อ 8 ธันวาคม 2562, จาก https://www.hfocus.org/content/2018/11/16593

สุณัฐชณา แสนมานิตย์. (2558). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการปรับตัวของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 4. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร.

Centers for Disease Control and Prevention Health. (2015). Chonic kidney disease surveillance system. Retrieved December 8, 2019, from https://nccd.cdc.gov/CKD/default.aspx

ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศด้านสุขภาพ จังหวัดกาฬสินธุ์. (2562). ร้อยละผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่เป็น CKD ชะลอการลดลงของ eGFR ได้ตามเป้ายหมายในเขตสุขภาพที่ 7. ค้นเมื่อ 8 ธันวาคม 2562 จาก https://ksn.hdc.moph.go.th/hdc/reports/report.php? source=pformated.php&cat id=b2b59e64c4e6c92d4b1ec16a599d882b&id=752f4de6e90d3e41b3cb8f8104b2e8bd

Hsieh, F. Y., Bloch, D. A., & Larsen, M. D. (1998). A simple method of sample size calculation for linear and logistic regression. Statistics in medicine, 17(14), 1623-1634.

Downloads

เผยแพร่แล้ว

2020-09-24

ฉบับ

บท

นิพนธ์ต้นฉบับ