คุณลักษณะที่พึงประสงค์และประสิทธิผลทางคลินิกของโมบายแอปพลิเคชันต่อความร่วมมือ ในการรับประทานยาในผู้ป่วยกลุ่มอาการทางเมตาบอลิกที่มีอายุมากกว่า 50 ปี

Main Article Content

จิรายุ ชาญชัยชูจิต
กร ศรเลิศล้ำวาณิช

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาลักษณะที่พึงประสงค์ของโมบายแอปพลิเคชัน (mobile application: app) ที่ส่งเสริมความร่วมมือในการรับประทานยา (medication adherence: MA) และประสิทธิผลทางคลินิกในผู้ป่วยกลุ่มอาการทางเมตาบอลิกที่มีอายุมากกว่า 50 ปี วิธีการ: การศึกษาใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานประกอบด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อให้ได้คุณลักษณะที่เหมาะสมของ app จากนั้นศึกษาผลของ app ต่อ MA และผลทางคลินิกโดยวิธีวิจัยเชิงปริมาณแบบทดลอง สำหรับการสัมภาษณ์เชิงลึกทำในผู้ให้ข้อมูล 2 กลุ่ม ได้แก่ เภสัชกร จำนวน 15 คนที่มีประสบการณ์ในการให้คำแนะนำการใช้ยาแก่ผู้สูงอายุอย่างน้อย 2 ปี และผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 50 ขึ้นไป จำนวน 12 คนที่เป็นโรคกลุ่มอาการทางเมตาบอลิกที่ต้องรับประทานยาเป็นประจำและมี MA ต่ำ การวิจัยเชิงปริมาณทำในผู้ป่วยโรคทางเมตาบอลิกที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ขึ้นไป ณ โรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง และมี MA ในระดับต่ำเมื่อทดสอบด้วยแบบวัดความร่วมมือในการใช้ยาสำหรับคนไทย (medication adherence scale for Thai: MAST) การศึกษาสุ่มแยกตัวอย่างออกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม จำนวน 32 และ 35 คน ตามลำดับ กลุ่มทดลองได้รับการติดตั้ง app เพื่อเตือนการใช้ยา สำหรับผลลัพธ์ที่เก็บก่อนและหลังการทดลองทั้ง 2 ครั้งภายในระยะเวลา 5 เดือน ได้แก่ ระดับความดันโลหิต, ระดับพลาสมากลูโคส, MA จากการนับเม็ดยาและ MAST ผลการวิจัย: คุณลักษณะของ app ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ให้ข้อมูล คือ ความชัดเจนในการมองเห็นและได้ยิน ความสามารถในการแสดงรายละเอียดของข้อมูลยา การมีระบบการเตือนการกินยา รวมถึงระบบการบันทึกและจัดการข้อมูลยา การวิจัยเชิงปริมาณพบว่า กลุ่มทดลองมีระดับความดันโลหิตตัวบนลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม (P<0.001) สำหรับระดับความดันโลหิตล่างและระดับพลาสมากลูโคสแม้มีค่าลดลง แต่ไม่แตกต่างกันทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม (P=0.196 และ 0.296 ตามลำดับ) MA จากการนับเม็ดยาและ MAST ของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.001 และ P<0.001 ตามลำดับ) สรุป: การใช้app ที่มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์สามารถเพิ่ม MA และส่งผลดีต่อการรักษาในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 50 ปี

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

1. National Statistical Office. Report on the 2017 survey of the older persons in Thailand. Bangkok: Ministry of Information and Communication Technology; 2014

2. Thai Health Promotion Foundation. Non-Communicable diseases. [online]. 2014. [cited Apr 16, 2017] Available from: www.thaihealth.or.th/microsite/categories/5/ncds/2/173/176%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84+NCDs.html

3. Wang SS. Metabolic syndrome. [online]. 2013. [cited Jul 20, 2017]. Available from: emedicine.medscape. com/article/165124-overview

4. Farrell B, Shamji S, Monahan A, Merkley VF. Reducing polypharmacy in the elderly cases to help you “rock the boat”. Can Pharm J 2013; 146: 243-44.

5. Assantachai P. Problem of using medicine in the elderly 2. [online]. 2014 [cited Apr 15, 2017] Available from: www.si.mahidol.ac.th/project/geriatri cs/knowledge_article/knowledge_healthy_5_002.html .

6. Salzman C. Medication compliance in the elderly. J Clinical Psychiatry 1995; 56: 18-22.

7. Latif S, Mcnicoll L. Medication and non-adherence in the older adult. Med Health R I 2009; 92: 418-9.

8. Sompet N, Ruengorn C, Permsuwan U. The effects of telephone reminder on antihypertensive medica- tion adherence. Songklanagarind Med J 2007; 25:89-97

9. Kriens L. M. Improving medication adherence in the elderly using a medication management system [dissertation]. Netherlands: Tilburg University; 2012.

10. Matlabi H, Parker SG and McKee K. The contri- bution of home-based technology to older people's quality of life in extra care housing. BMC Geriatr 2011; 11: 68. doi: 10.1186/1471-2318-11-68.

11. Ventola CL. Mobile devices and apps for health care professionals: uses and benefits. Pharm Ther 2014; 39: 356-64.

12. Ngamvichaikit A. Mixed methods approach: quali- tative and quantitative research design. Mod Manage J 2015; 13: 1-12

13. Guba EG, Lincoln YS. Competing paradigms in qualitative research. In: Denzin NK, Lincoln YS, editors. Handbook of qualitative research. Thousand Oaks, CA: Sage; 1994. p. 105-17

14. Jongwilaikasem K. Development of a measure for medication adherence scale in Thais. [master thesis]. Songkhla: Prince of Songkla University; 2018.

15. Thai Hypertension Society. Thai guidelines on the treatment of hypertension 2012 Update 2015. [online]. 2015. [cited Apr 15, 2017] Available from: www.thaihypertension.org/files/GL%20HT%202015.pdf

16. Brinkerhoff AJ, Pinto S, Bechtol R. Analysis of metabolic syndrome patients’ self-reported medica- tion adherence barriers affect on pill count. Value Health. 2015; 18: A66.

17. Suphachumroon A. Validity and reliability of the medication adherence scale in Thais among diabetes patients. [master thesis]. Songkhla: Prince of Songkla University; 2018.