การพัฒนาและศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตเพื่อป้องกันภาวะซึมเศร้าสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดลำพูน
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต, ภาวะซึมเศร้า, แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ, นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, โปรแกรมการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตบทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต พัฒนาและประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตเพื่อป้องกันภาวะซึมเศร้าสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดลำพูน เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and development) ดำเนินการ 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาสถานการณ์โดยใช้การวิจัยเชิงพรรณนาภาคตัดขวางร่วมกับการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 396 คน และผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 25 คน ระยะที่ 2 พัฒนาโปรแกรมโดยบูรณาการแนวคิดความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต เป็นกรอบเชิงเนื้อหาในการกำหนดความรู้และทักษะที่จำเป็นเกี่ยวกับการป้องกันภาวะซึมเศร้า ร่วมกับการใช้แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพเพื่ออธิบายการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และแบบจำลองการสร้างความรอบรู้เป็นกรอบพัฒนากระบวนการเรียนรู้ในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตอย่างเป็นขั้นตอน และระยะที่ 3 การทดลองใช้และประเมินผลโปรแกรมด้วยการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลัง กลุ่มตัวอย่าง 107 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 54 คน และกลุ่มเปรียบเทียบ 53 คน โดยกลุ่มทดลองเข้าร่วมโปรแกรมเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและ Linear mixed model
ผลการวิจัยระยะที่ 1 พบว่า นักเรียนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตและแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพในภาพรวมอยู่ในระดับสูง (Mean = 3.54, S.D. = 0.76 และ Mean = 3.62, S.D. = 0.68 ตามลำดับ) แต่มีภาวะซึมเศร้าตั้งแต่ระดับเล็กน้อยถึงรุนแรงสูงถึงร้อยละ 57.3 และมีความคิดอยากตายร้อยละ 10.4 โดยอุปสรรคสำคัญในการแสวงหาความช่วยเหลือคือความกังวลต่อการถูกตีตราทางสังคม ผลการวิจัยระยะที่ 3 พบว่า เมื่อสิ้นสุดโปรแกรมระยะเวลา 4 สัปดาห์ พบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ (β = 14.91, 95% CI 13.38 ถึง 16.43, p <0.001) และมีคะแนนแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ (β = 21.34, 95% CI 19.89 ถึง 22.80, p <0.001) ขณะที่คะแนนภาวะซึมเศร้าลดลงมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ (β = −2.20, 95% CI −2.79 ถึง −1.62, p <0.001)
ผลการศึกษาสรุปได้ว่า โปรแกรมการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตที่บูรณาการแนวคิดความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตร่วมกับแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ มีประสิทธิผลในการเพิ่มความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตและลดภาวะซึมเศร้าในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางการป้องกันภาวะซึมเศร้าเชิงรุกในสถานศึกษา โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงระดับปานกลางถึงสูง
เอกสารอ้างอิง
Beck JS. Cognitive behavior therapy: basics and beyond. 2nd ed. New York: Guilford Press; 2011.
Gifford-Smith ME, Brownell CA. Childhood peer relationships: social acceptance, friendships, and peer networks. J Sch Psychol. 2003;41(4):235-284. doi:10.1016/S0022-4405(03)00048-7.
GBD 2015 Disease and Injury Incidence and Prevalence Collaborators. Global, regional, and national incidence, prevalence, and years lived with disability for 310 diseases and injuries, 1990-2015: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2015. Lancet. 2016;388(10053):1545-1602. doi:10.1016/S0140-6736(16)31678-6.
World Health Organization. Mental health of adolescents [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2025 [cited 2026 Aug 23]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/adolescent-mental-health
World Health Organization Thailand. Thailand burden of disease study 2019: mental health disorders. Bangkok: WHO Country Office for Thailand; 2020.
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. รายงานสุขภาพคนไทย 2568: เกิดน้อยกู่ไม่กลับ ต้องปรับและรับมืออย่างไร. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล; 2568.
วิมลวรรณ ปัญญาว่อง, รัตนศักดิ์ สันติธาดากุล, โชษิตา ภาวสุทธิไพศิฐ. ความชุกของภาวะซึมเศร้าและความเสี่ยงฆ่าตัวตายในวัยรุ่นไทย: การสำรวจโรงเรียนใน 13 เขตสุขภาพ. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย. 2563;28(2):136-149.
โสภา ชดช้อย, วิมลวรรณ ปัญญาว่อง, รัตนศักดิ์ สันติธาดากุล. ความชุกของภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่นไทย อายุ 11-16 ปี. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย. 2566;31(1):22-35.
มยุรัตน์ รักเกียรติ์, รุ้งนภา ผาณิตรัตน์. ความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารจิตเวชศาสตร์ไทย. 2567;25(2):125-138.
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. รายงานการสำรวจความชุกของภาวะซึมเศร้าในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย. นนทบุรี: กรมสุขภาพจิต; 2567.
พรสุดา เขื่อนจินดาวงค์. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าและความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายของวัยรุ่น อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน [การค้นคว้าอิสระปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2567.
ภัทราภรณ์ พรมเสน. ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะซึมเศร้าของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายจังหวัดลำพูน [การค้นคว้าอิสระปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2568.
วิมลวรรณ ปัญญาว่อง, โชษิตา ภาวสุทธิไพศิฐ, รัตนศักดิ์ สันติธาดากุล. รายงานการวิจัยเรื่อง การพัฒนาแบบประเมินภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่น (Development of the Thai version of the Patient Health Questionnaire for Adolescents: PHQ-A). กรุงเทพฯ: สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข; 2561.
พิชัย อิฏฐสกุล, ศิริไชย หงษ์สงวนศรี. โรคซึมเศร้า. ใน: มาโนช หล่อตระกูล, ปราโมทย์ สุคนิชย์, บรรณาธิการ. จิตเวชศาสตร์รามาธิบดี. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล; 2558. p. 167-189.
World Health Organization. Mental health and COVID-19: early evidence of the pandemic’s impact. Geneva: World Health Organization; 2021.
ศูนย์เฝ้าระวังการฆ่าตัวตาย กรมสุขภาพจิต. รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาการฆ่าตัวตายของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2567. นนทบุรี: กรมสุขภาพจิต; 2567.
ดวงใจ วัฒนสินธุ์. การป้องกันภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่น: จากหลักฐานเชิงประจักษ์สู่การปฏิบัติ. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. 2559;24(1):1-12.
Werner-Seidler A, Spanos S, Calear AL, Perry Y, Torok M, O'Dea B, et al. School-based depression and anxiety prevention programs: an updated systematic review and meta-analysis. Clin Psychol Rev. 2021;89:102079. doi:10.1016/j.cpr.2021.102079.
Jorm AF, Korten AE, Jacomb PA, Christensen H, Rodgers B, Pollitt P. Mental health literacy: a survey of the public's ability to recognise mental disorders and their beliefs about the effectiveness of treatment. Med J Aust. 1997;166(4):182-186. doi:10.5694/j.1326-5377.1997.tb140071.x.
Langlands RL, Jorm AF, Kelly CM, Kitchener BA. First aid for depression: a Delphi consensus study with consumers, carers and clinicians. J Affect Disord. 2008;105(1-3):157-165. doi:10.1016/j.jad.2007.05.004.
สำนักความรอบรู้สุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต. คู่มือแนวทางเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี: กรมสุขภาพจิต; 2567.
Jorm AF, Blewitt KA, Griffiths KM, Kitchener BA, Parslow RA. Mental health first aid responses of the public: results from an Australian national survey. Aust N Z J Psychiatry. 2006;40(4):289-294.
Rosenstock IM. Historical origins of the Health Belief Model. Health Educ Monogr. 1974;2(4):328-335.
Sørensen K, Van den Broucke S, Fullam J, Doyle G, Pelikan J, Slonska Z, et al. Health literacy and public health: a systematic review and integration of definitions and models. BMC Public Health. 2012;12:80. doi:10.1186/1471-2458-12-80.
นันทิยา จีระทรัพย์, สุพัตรา สุขาวห, กมลทิพย์ สงวนรัมย์, เกษราภรณ์ เคนบุปผา, หทัยรัตน์ ดิษฐอั๊ง. การพัฒนาและทดสอบประสิทธิผลโปรแกรมการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรมแบบกลุ่มสำหรับวัยรุ่นที่มีอาการซึมเศร้าในโรงเรียนมัธยมศึกษา. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย. 2563;65(1):47-62.
ประภาส อุครานันท์, นันทิยา จีระทรัพย์, กมลทิพย์ สงวนรัมย์, สุพัตรา สุขาวห, เกษราภรณ์ เคนบุปผา, สุภาภรณ์ ทองเบ็ญจมาศ. รายงานการวิจัยเรื่อง การพัฒนาโปรแกรมเพื่อป้องกันโรคซึมเศร้าสำหรับวัยรุ่นในโรงเรียน. อุบลราชธานี: โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข; 2562.
สุภารัตน์ อภิติกุลวงษ์, ประกาศิต พูลวงษ์, จารุวรรณ ก้านศรี, ภัทรวดี ศรีนวล. ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางใจต่อความเครียดและภาวะซึมเศร้าของนักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิต สถานศึกษาแห่งหนึ่ง. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต. 2567;38(3):87-101.
Krejcie RV, Morgan DW. Determining sample size for research activities. Educ Psychol Meas. 1970;30(3):607-610. doi:10.1177/001316447003000308.
ณัฏฐภัณฑ์สัณฑ์ ศรีวิชัย, มัจฉรีย์ คู่วิวัฒน์ชัย. นักเรียนนักศึกษาและความรอบรู้สุขภาพจิต. วารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์. 2564;29(2):37-65.
Faul F, Erdfelder E, Lang AG, Buchner A. G*Power 3: a flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behav Res Methods. 2007;39(2):175-191.
Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale (NJ): Lawrence Erlbaum Associates; 1988.
Gray JR, Grove SK, Sutherland S. Burns and Grove's the practice of nursing research: appraisal, synthesis, and generation of evidence. 8th ed. St Louis (MO): Elsevier; 2017.
Hayes AF. Introduction to mediation, moderation, and conditional process analysis: a regression-based approach. 2nd ed. New York: Guilford Press; 2018.
ฤทัยรัตน์ ชิดมงคล, รัตติกร เหมือนนาดอน, สุมัทณา แก้วมา. ภาวะซึมเศร้าและความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตของวัยรุ่น. วารสารวิจัยการพยาบาลและสุขภาพ. 2563;21(2):40-51.
Songsin N, Kunnapan K, Houngkom P, Hayiwani N, Sukam P, Kingkaew WM, Siladlao S, Runnuch R, Wannapaschaiyong P. Mental health literacy and mental well-being among senior high school students in Samut Songkhram Province, Thailand. J Public Health Dev. 2025;23(3):191-200. doi:10.55131/jphd/2025/230315.
ปรินดา ตาสี. ความรอบรู้ทางสุขภาพจิตและแนวทางการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง. วารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์. 2565;30(1):91-126.
สาวิณี ยศสอน, วราภรณ์ บุญเชียง, พิมพ์ชนก เครือสุคนธ์. ความรอบรู้สุขภาพจิตในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนสังกัดเทศบาล. วารสารวิจัยการพยาบาลและสุขภาพ. 2566;24(1):107-119.
วราวรรณ สุทธิประภา, พัชรี ด้วงคำจันทร์. ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับภาวะซึมเศร้าในนักเรียนมัธยมศึกษา เขตอำเภอเมืองเพชรบูรณ์. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์. 2567;8(1):1-16.
Asplund A, Kummel M, Laaksonen C, Erjavec K, Sakellari E, Santala E, Korhonen J. Promoting mental health literacy of 13-16-year-old students: a systematic review. Int J Environ Res Public Health. 2025;22(10):1578. doi:10.3390/ijerph22101578.
กัญญาวีณ์ โมกขาว, มนัสวี จำปาเทศ, สุกัญญา สุรังสี, ชะเอม มหากัณฑ์. ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตต่อความสามารถในการดูแลตนเองด้านจิตใจของประชาชน. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. 2566;33(2):85-96.
จิรังกูร ณัฐรังสี, ทศา ชัยวรรณวรรต, สุภาภรณ์ ศรีธัญรัตน์, ปรางทิพย์ ทาเสนาะ เอลเทอร์. ความท้าทายและโอกาสในการส่งเสริมการสื่อสารสุขภาพจิตเพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตสู่ประชาชน. วารสารวิชาการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์. 2569;8(1):64-71.
โสรดา วงศ์สร้อย, ขวัญพนมพร ธรรมไทย, สมบัติ สกุลพรรณ์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการทำร้ายตนเองแบบไม่เจตนาให้ถึงชีวิตในวัยรุ่นตอนปลาย. Life Sciences and Environment Journal. 2025;26(2):249-264.
ปราโมทย์ ถ่างกระโทก, ณัฐชยา พลาชีวะ, วินัย ไตรนาทถวัลย์, ปริศนา บุญประดิษฐ. ความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต: แนวคิดและการประยุกต์ใช้สำหรับการป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในผู้สูงอายุ. เชียงใหม่เวชสาร. 2563;59(3):163-172.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสุขศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.