ผลของโปรแกรมการให้คำแนะนำแบบสั้นทางออนไลน์ต่อพฤติกรรมสุขภาพ และระดับความดันโลหิตของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่คลินิกตรวจโรคทั่วไป

ผู้แต่ง

  • นภัสนันท์ พิทักษ์กุล สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง
  • ณิชนันทน์ สิงห์ยะบุศย์ สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง

คำสำคัญ:

โปรแกรมการให้คำแนะนำแบบสั้น, พฤติกรรมสุขภาพ, ระดับความดันโลหิต, ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยกึ่งทดลองแบบ 2 กลุ่ม วัดผลก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการให้คำแนะนำแบบสั้นทางออนไลน์ต่อพฤติกรรมสุขภาพและระดับความดันโลหิตของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่คลินิกตรวจโรคทั่วไป สุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงตามคุณสมบัติเกณฑ์คัดเข้า คือผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตได้ จำนวน 60 ราย กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 ราย กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมการให้คำแนะนำแบบสั้น สร้างโดย เทิดศักดิ์ เดชคง โดยใช้หลักการ 3As คือ 1) Affirmation 2) Ask และ 3) Advice จำนวน 4 ครั้ง ครั้งละประมาณ 5 - 10 นาที ทางแอปพลิเคชันไลน์ในระยะเวลา 12 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสอบถามพฤติกรรมสุขภาพ 2) แบบบันทึกการให้คำแนะนำแบบสั้นและระดับความดันโลหิต วิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและวิเคราะห์เปรียบเทียบตัวแปรตามภายในกลุ่มด้วยสถิติ Paired t-test และ Wilcoxon Signed Ranks Test และระหว่างกลุ่มด้วยสถิติ Independent t-test และ Mann–Whitney U Test

ผลการวิจัยพบว่า หลังเข้าร่วมโปรแกรมการให้คำแนะนำแบบสั้นทางออนไลน์ต่อพฤติกรรมสุขภาพและระดับความดันโลหิตของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง พบว่า กลุ่มตัวอย่างมี 1) คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมสุขภาพเพิ่มมากขึ้นและสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตให้ลดลงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001), 2) ค่าเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มทดลองมีค่าสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.002) และกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีค่าความดันโลหิตแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งค่าความดันโลหิตซิสโตลิก (U = 219.000, Z = -3.417, p < 0.001) และความดันโลหิตไดแอสโตลิก (U = 295.500, Z = -2.286, p = 0.022)

สรุปได้ว่า โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นนี้มีผลทำให้พฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงดีขึ้นและช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตได้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและนำไปปรับใช้ในกระบวนงานบริการผู้ป่วยโรคเรื้อรังกลุ่มอื่นๆ

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Hypertension overview: risk factors [Internet]. Geneva: WHO; 2024 [cited 2024 Jul 10]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/hypertension

กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคไม่ติดต่อ 5 มิติ: รายงานประจำปี 2564 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2564 [เข้าถึงเมื่อ 14 ส.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thaincd.com/2016/media-detail.php

วิชัย เอกพลกร, หทัยชนก พรรคเจริญ, วราภรณ์ เสถียรนพเก้า. การสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562–2563. นนทบุรี: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2564.

Miller WR, Rollnick S. Motivational interviewing: preparing people for change. 2nd ed. New York: Guilford Press; 2002.

เทอดศักดิ์ เดชคง. สนทนาสร้างแรงจูงใจเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพสำหรับผู้ป่วย NCDs. กรุงเทพมหานคร: บียอนด์พับลิสชิ่ง; 2560.

มิตรธิรา แจ่มใส, ธิรารัตน์ ราศิริ. ผลของโปรแกรมการสร้างแรงจูงใจต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและระดับความดันโลหิตในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี. 2566;6(1):58-69.

Mallen MJ. Online counseling: dynamics of process and assessment [dissertation]. Ames (IA): Iowa State University; 2005.

Patel ML, Wakayama LN, Bass MB, Breland JY. Motivational interviewing in eHealth and telehealth interventions for weight loss: a systematic review. Prev Med. 2019 Sep;126:105738. doi: 10.1016/j.ypmed.2019.05.026.

ศุภลักษณ์ ทองขาว, และคณะ. ผลของโปรแกรมการสนับสนุนและให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและระดับความดันโลหิตของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้วัยผู้ใหญ่ตอนต้น. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก. 2564;32(2):64-75.

Rubak S, Sandbaek A, Lauritzen T, Christensen B. Motivational interviewing: a systematic review and meta-analysis. Br J Gen Pract. 2005 Apr;55(513):305-11.

เทอดศักดิ์ เดชคง. ผลของโปรแกรมการสนทนาแบบสร้างแรงจูงใจต่อค่าซีสโตลิคและไดแอสโตลิคในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง. วารสารวิชาการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. 2563;16(3):59-68.

Cohen J. A power primer. Psychol Bull. 1992;112(1):155-9.

กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. เครื่องมือสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสำหรับสถานบริการสุขภาพพื้นที่ต้นแบบ [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กองสุขศึกษา; 2567 [เข้าถึงเมื่อ 21 ก.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://hed.hss.moph.go.th/tool-hlhb

จารุณี ปลายยอด, ชีวรัตน์ ต่ายเกิด. ผลของโปรแกรมการให้คำแนะนำแบบสั้นในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพต่อการควบคุมโรคความดันโลหิตสูงในผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ โรงพยาบาลอินทร์บุรี. Singburi Hospital Journal. 2565;30(3):64-75.

นารถรพี ศิริบุญญฤทธิ์, ดวงรัตน์ วัฒนกิจไกรเลิศ, วารุณี พลิกบัว. ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ด้านโภชนาการผ่านไลน์แอปพลิเคชันต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ. วารสารแพทย์นาวี. 2566;50(2):328-45.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-29

รูปแบบการอ้างอิง

1.
พิทักษ์กุล น, สิงห์ยะบุศย์ ณ. ผลของโปรแกรมการให้คำแนะนำแบบสั้นทางออนไลน์ต่อพฤติกรรมสุขภาพ และระดับความดันโลหิตของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่คลินิกตรวจโรคทั่วไป. TH. J. of Health Edu. [อินเทอร์เน็ต]. 29 เมษายน 2026 [อ้างถึง 8 กันยายน 2026];49(1):10-26. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/muhed/article/view/284704

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย