ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการแปรงฟันคุณภาพของนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เขตสุขภาพที่ 8

Main Article Content

ชนกนันท์ ทองดอนบม
นาฏนภา หีบแก้ว ปัดชาสุวรรณ์

บทคัดย่อ

เด็กวัยเรียนในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ยังคงเผชิญปัญหาโรคในช่องปากและมีข้อจำกัดในการเข้าถึงการส่งเสริมสุขภาพ การวิจัยกึ่งทดลองนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมและผลลัพธ์ทางสุขภาพช่องปากของนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน กลุ่มตัวอย่าง 60 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มละ 30 คน โดยกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยกิจกรรม ฟ.ฟัน 3 สี, 2-2-2, ค้น คิด คัด, บ้านขนมหวาน, ตชด ฟันดี, ผู้พิทักษ์ฟันดี เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ เก็บรวบรวมข้อมูลก่อนและหลังการทดลอง วิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบด้วยสถิติ Independent t-test และ Paired t-test รายงานค่า Mean differences และช่วงความเชื่อมั่น 95% กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05


ผลการศึกษาพบว่า ภายหลังสิ้นสุดการทดลอง กลุ่มทดลองมีผลลัพธ์ทางสุขภาพและพฤติกรรมดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทุกตัวแปรหลัก โดยกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยปริมาณคราบจุลินทรีย์น้อยกว่า (Mean diff = 3.73, 95% CI: 2.90 to 4.56, p < 0.001) และมีคะแนนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร (Mean diff = 4.37, 95% CI: 2.51 to 6.22, p < 0.001) รวมถึงพฤติกรรมการทำความสะอาดช่องปากสูงกว่า (Mean diff = 4.20, 95% CI: 2.81 to 5.59, p < 0.001) นอกจากนี้ กลุ่มทดลองยังมีคะแนนความรอบรู้ด้านสุขภาพในมิติการเข้าถึงข้อมูล (Mean diff = 2.93, 95% CI: 0.60 to 5.27; p = 0.015) และด้านความรู้ความเข้าใจ (Mean diff = 0.77, 95% CI: 0.12 to1.42; p = 0.021) สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 สรุปได้ว่าโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพนี้มีประสิทธิผลในการพัฒนาพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากและช่วยลดปริมาณคราบจุลินทรีย์ได้จริง จึงเป็นแนวทางที่มีศักยภาพและสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาวะช่องปากในโรงเรียนที่มีบริบทคล้ายคลึงกันได้

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Global status report on oral health 2022 [Internet]. Geneva: WHO; 2022 [cited 2025 Mar 10]. p. 5–79. Available from: https://www.who.int/team/noncommunicable-diseases/global-status-report-on-oral-health-2022

สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2566 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมอนามัย; 2566 [สืบค้นเมื่อ 2025 มี.ค. 10]. เข้าถึงได้จาก: https://dental.anamai.moph.go.th

สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. รายงานโครงการการประเมินผลโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากและป้องกันโรคในโรงเรียน [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมอนามัย; 2563 [สืบค้นเมื่อ 2025 พ.ค. 8]. เข้าถึงได้จาก: https://dental.anamai.moph.go.th/th/general-of-122/download/?did=208598&id=90295&reload=

อังศณา ฤทธิ์อยู่, ผุสดี จันทร์บาง, ชนิกา โรจน์สกุลพานิช. การศึกษาสถานการณ์สภาวะช่องปากของนักเรียนประถมศึกษาในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ปี 2556 และปี 2560 [อินเทอร์เน็ต]. คลังความรู้ กรมอนามัย; 2020 [เข้าถึงเมื่อ 2025 มี.ค. 10]. เข้าถึงได้จาก: https://km.anamai.moph.go.th

Nutbeam D. Health literacy as a public health goal: a challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promot Int. 2000;15(3):259–67.

กรมอนามัย. แนวคิดหลักการขององค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ [อินเทอร์เน็ต]. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข; 2560 [เข้าถึงเมื่อ 2025 มี.ค. 10]. เข้าถึงได้จาก: https://mwi.anamai.moph.go.th

House JS. Work stress and social support. California: Addison-Wesley; 1981.

อรุณ จิรวัฒน์กุล. ชีวสถิติทางวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 3. ขอนแก่น: คลังนานาวิทยา; 2551.

นิศานาถ ไกร. ประสิทธิผลของโปรแกรมทันตสุขศึกษาในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการป้องกันโรคฟันผุในเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช [วิทยานิพนธ์]. สุราษฎร์ธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี; 2561.

Bloom BS. Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York: McGraw-Hill; 1971.

Best JW. Research in education. New Jersey: Prentice-Hall; 1981.

Greene JC, Vermillion JR. The simplified oral hygiene index. J Am Dent Assoc. 1964;68(1):7–13.

จักรกฤษฏิ์ โพธิ์ศรี, ปาจรีย์ อับดุลลากาซิม, นิภา มหารัชพงศ์. ผลของโปรแกรมสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากในเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จังหวัดจันทบุรี. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ. 2567;17(2):197–210. Available from: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RDHSJ/article/view/269790

Haleem A, Khan MK, Sufia S, Chaudhry S, Siddiqui MI, Khan AA. The role of repetition and reinforcement in school-based oral health education: a cluster randomized controlled trial. BMC Public Health. 2016;16(1):2. doi:10.1186/s12889-015-2676-3

เบญจวรรณ ช่วยแก้ว, จันทร์เพ็ญ เลิศวนวัฒนา, วรารัตน์ ทิพย์รัตน์. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพช่องปากต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคฟันผุของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในจังหวัดตรัง. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. 2563;28(2):64–73.

Babaei A, Pakdaman A, Hessari H. Effect of an oral health promotion program including supervised toothbrushing on 6–7-year-old schoolchildren: a randomized controlled trial. Front Dent [Internet]. 2020 [cited 2025 Mar 10];17:1–8. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7883658/