ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุแห่งหนึ่ง จังหวัดนครราชสีมา

ผู้แต่ง

  • ศรีเสาวลักษณ์ อุ่นพรมมี วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • สินศักดิ์ชนม์ อุ่นพรมมี ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
  • บุษรินทร์ พูนนอก ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
  • สุกัญญา วัชรประทีป ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
  • จีรภา ผ่องแผ้ว ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา
  • พัชราพรรณ หาญพิทักษ์ชัยกุล สถานีกาชาดที่ 4 นครราชสีมา สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย

คำสำคัญ:

การหกล้มในผู้สูงอายุ, ปัจจัยนำ, ปัจจัยเอื้อ, ปัจจัยเสริม, ปัจจัยสิ่งแวดล้อม, พฤติกรรมป้องกันการหกล้ม

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวางนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริม และปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนการป้องกันการหกล้ม 2) ศึกษาพฤติกรรมป้องกันการหกล้ม 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริม และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม กับพฤติกรรมป้องกันการหกล้ม และ 4) ศึกษาปัจจัยทำนายพฤติกรรมป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่างคือผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ จำนวน 58 คน ที่ได้จากการสุ่มอย่างง่าย เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามมี 6 ส่วน: 1) ข้อมูลทั่วไป 2) ปัจจัยนำ (ความรอบรู้ด้านสุขภาพ) 3) ปัจจัยเอื้อ (การได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการป้องกันการหกล้ม) 4) ปัจจัยเสริม (การได้รับการเสริมแรงในการป้องกันการหกล้ม) 5) ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนการป้องกันการหกล้ม และ 6) พฤติกรรมป้องกันการหกล้ม แบบสอบถามผ่านการตรวจสอบความตรงและความเที่ยง ได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค แบบสอบถามส่วนที่ 2 - 6 เท่ากับ 0.93, 0.77, 0.71, 0.70 และ 0.75 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนาด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรด้วยสถิติสหสัมพันธ์ และปัจจัยทำนายพฤติกรรมป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุด้วยการวิเคราะห์ถดถอยพหุแบบขั้นตอน กำหนดระดับนัยสำคัญที่ p = 0.05

ผลวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุมีค่าเฉลี่ยดัชนีความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ เท่ากับ 35.51 (S.D. = 12.62) อยู่ในระดับเพียงพอ ได้รับข้อมูลข่าวสารการป้องกันการหกล้มในระดับปานกลาง (mean = 2.99, S.D. = 0.78) ได้รับการเสริมแรงป้องกัน การหกล้มในระดับปานกลาง (mean = 2.91, S.D. = 0.69) มีปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนการป้องกันการหกล้มในระดับปานกลาง (mean = 11.07, S.D. = 2.17) มีพฤติกรรมป้องกันการหกล้มในระดับมาก (mean = 1.77, S.D. = 0.22) วิเคราะห์สหสัมพันธ์ พบว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (r = 0.677, p <0.01), การได้รับข้อมูลข่าวสาร (r = 0.222, p <0.05) และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (r = 0.363, p <0.01) มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมป้องกันการหกล้มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ การวิเคราะห์ปัจจัยทำนายพฤติกรรมป้องกันการหกล้ม พบว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพสามารถทำนายพฤติกรรมป้องกันการหกล้ม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p <0.01) ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แสดงการตัดสินใจ (Coefficient of determination: R2) เท่ากับ 0.458

เอกสารอ้างอิง

Centers for Disease Control and Prevention, National Center for Injury Prevention and Control. Web–based Injury Statistics Query and Reporting System (WISQARS) [Internet]. 2025 [cited 2025 Feb 15]. Available from: https://wisqars.cdc.gov/

Kakara RS, Lee R, Eckstrom EN. Cause-Specific Mortality Among Adults Aged ≥65 Years in the United States, 1999 Through 2020. Public Health Rep. 2024;139(1):54-58. doi: 10.1177/00333549231155869.

กรมควบคุมโรค. รายงานสรุปผลการประเมินความรอบรู้การป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุปีงบประมาณ 2566 [อินเตอร์เน็ต]. 2562 [เข้าถึงเมื่อ 2568 กุมภาพันธ์ 15]. เข้าถึงได้จาก:https://ddc.moph.go.th/dip/news.php?news=23567&deptcode=

กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค. ตารางแสดงจำนวนและอัตราการจากการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ต่อประชากรผู้สูงอายุแสนคน จำแนกรายจังหวัด ปี พ.ศ. 2560 – 2566 [อินเตอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 2568 กุมภาพันธ์ 15]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/dip/news.php?news=23567&deptcode=

สุนันทา ผ่องแผ้ว. ปัจจัยทํานายพฤติกรรมป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ จังหวัดนนทบุรี [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (สาธารณสุขศาสตร์) สาขาวิชาเอกการพยาบาลสาธารณสุข]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล; 2556.

ณัฐชยา พวงทอง, อรวรรณ กีรติสิโรจน์. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล. 2565; 38(1):73-85.

Binkley CJ, Johnson KW. Application of the PRECEDE-PROCEED Planning Model in Designing an Oral Health Strategy. J Theory Pract Dent Public Health. 2013;1(3):14-25. PMID: 25328904; PMCID: PMC4199385.

Sørensen K, Van den Broucke S, Fullam J, Doyle G, Pelikan J, Slonska Z, Brand H; (HLS-EU) Consortium Health Literacy Project European. Health literacy and public health: a systematic review and integration of definitions and models. BMC Public Health. 2012;12:80. doi: 10.1186/1471-2458-12-80.

กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา. ข้อมูลชมรมผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 9 จำแนกรายจังหวัด และรายอำเภอ. นครราชสีมา: ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา; 2567.

Krejcie RV, Morgan DW. Determining sample size for research activities. Educ Psychol Meas. 1970;30:607-10.

Zanini DS, Peixoto EM, de Andrade JM, Fernandes IA, da Silva MPP. European health literacy survey questionnaire short form (HLS-Q12): adaptation and evidence of validity for the Brazilian context. Psicol Reflex Crit. 2023 Sep 6;36(1):25. doi: 10.1186/s41155-023-00263-1. Erratum in: Psicol Reflex Crit. 2023 Nov 8;36(1):35. doi: 10.1186/s41155-023-00278-8.

นันทกา สวัสดิพานิช, สุจิตรา เทียนสวัสดิ์. การแปลเครื่องมือเพื่อใช้ในงานวิจัยข้ามวัฒนธรรม: เทคนิคและประเด็นที่ต้องพิจารณา. วารสารสภาการพยาบาล. 2554;26(1):19-28.

สินศักดิ์ชนม์ อุ่นพรมมี, ศรีเสาวลักษณ์ อุ่นพรมมี, บุษรินทร์ พูนนอก, ธนวัฒน์ ธิติธนานันท์. ระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ เขตสุขภาพที่ 9 : การศึกษาด้วยแบบสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพของสหภาพยุโรป. วารสารสุขศึกษา. 2565;45(1):162-80.

Boateng GO, Neilands TB, Frongillo EA, Melgar-Quiñonez HR, Young SL. Best Practices for Developing and Validating Scales for Health, Social, and Behavioral Research: A Primer. Front Public Health. 2018;6:149. doi: 10.3389/fpubh.2018.00149.

Kanzow AF, Schmidt D, Kanzow P. Scoring Single-Response Multiple-Choice Items: Scoping Review and Comparison of Different Scoring Methods. JMIR Med Educ. 2023;9:e44084. doi: 10.2196/44084.

กมลรัตน์ กิตติพิมพานนท์, ผจงจิต ไกรถาวร. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ภาวะสุขภาพ และความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับการหกล้มกับพฤติกรรมการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชน. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาล. 2564;27(3):331-42.

Park Y, Kim SR, Seo HJ, Cho J. Health Literacy in Fall-Prevention Strategy: A Scoping Review. Asian Nurs Res (Korean Soc Nurs Sci). 2024;18(5):532-544. doi: 10.1016/j.anr.2024.10.011.

Liu C, Wang D, Liu C, Jiang J, Wang X, Chen H, et al. What is the meaning of health literacy? A systematic review and qualitative synthesis. Fam Med Community Health. 2020;8(2):e000351. https://doi.org/10.1136/fmch-2020-000351

Ahmed S, Lazo Green K, McGarrigle L, Money A, Pendleton N, Todd C. Interventions Based on Behavior Change Techniques to Encourage Physical Activity or Decrease Sedentary Behavior in Community-Dwelling Adults Aged 50-70: Systematic Review With Intervention Component Analysis. J Aging Phys Act. 2024;32(4):554-577. doi: 10.1123/japa.2023-0140.

กมลรัตน์ กิตติพิมพานนท์, ผจงจิต ไกรถาวร. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ภาวะสุขภาพ และความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับการหกล้มกับพฤติกรรมการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชน. Rama Nurs J. 2564;27(3):331-42.

Li S, Wang J, Ren L, Ye P, Niu W, Yu M, Hu Y, Jiang Y, Wu Y, Tian M, Zhao Y, Yao Y. Health literacy and falls among community-dwelling older people in China: is there a sex difference? Aging Clin Exp Res. 2024;36(1):148. doi: 10.1007/s40520-024-02788-6. PMID: 39023697; PMCID: PMC11258050.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-04-30

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย