ผลของการใช้รูปแบบการจัดบริการการดูแลสุขภาพช่องปากผู้ป่วยเบาหวาน โรงพยาบาลบางกรวย จังหวัดนนทบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษานี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้รูปแบบการจัดบริการการดูแลสุขภาพช่องปากผู้ป่วยเบาหวานโรงพยาบาลบางกรวย จังหวัดนนทบุรี กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเบาหวานที่เข้ารับการรักษาในคลินิกเบาหวานโรงพยาบาลบางกรวย จำนวน 70 คน ประกอบด้วย กลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มละ 35 คน กลุ่มทดลองได้รับรูปแบบการจัดบริการการดูแลสุขภาพช่องปาก ระยะเวลาดำเนินการ 12 สัปดาห์ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยด้วย Paired t-test, Independent t-test และ McNemar’s test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการวิจัยพบว่า หลังทดลอง กลุ่มทดลองมีความรู้ทันตสุขภาพ การรับรู้ความสามารถของตนในการดูแลสุขภาพช่องปาก พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก ดีกว่าก่อนทดลองและดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการตรวจคราบจุลินทรีย์มีค่าเฉลี่ยหลังทดลองลดลงกว่าก่อนทดลองและลดลงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพช่องปากของกลุ่มทดลองลดลงกว่าก่อนทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
สรุปได้ว่ารูปแบบการจัดบริการการดูแลสุขภาพช่องปากผู้ป่วยเบาหวานมีประสิทธิผลช่วยเสริมสร้างความรู้ ทันตสุขภาพ การรับรู้ความสามารถของตน พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีขึ้น ส่งผลให้ดัชนีคราบจุลินทรีย์ลดลง และการได้รับผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพช่องปากลดลง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ศูนย์เบาหวานศิริราช คณะแพทย์ศิริราชพยาบาล. ภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังที่หลอดเลือดขนาดเล็กของโรคเบาหวาน [อินเตอร์เน็ต]. 2563 [เข้าถึงเมื่อ 2 ตุลาคม 2566] เข้าถึงได้จาก: https://www.si.mahidol.ac.th/th/division/diabetes/admin/ knowledges_files/4_44_1.pdf.
Suwanprasit W, Lertpimonchai A, thienpramuk L, Vathesatokit P, Sritara P,Tamsailom S. Metabolic syndrome and severe periodontitis were associated in Thai adults: A cross-sectional study. J Periodontal. 2021; 92(10): 1420-1429.
Molina CA, Ojeda LF, Jimenez MS, Portillo CM, Olmedo IS, Hernandez TM. Diabetes and periodontal diseases: An established two-way relationship. J of Diabetes Mellitus. 2016; 6(4): 209-229.
Graziani F, Gennai S, Solini A, Petrini M. A systemic review and meta-analysis of epidemiologic observational evidence on the effect of periodontitis on diabetes. An update of the EFP-AAP review. J Clin Periodontol. 2018; 45(2): 167-187.
Ide R, Hoshuyama T, Wilson D, Takahashi K, Higashi T. Periodontal disease and incident diabetes: A seven-year study. J Dent Res. 2011; 90(1): 41-46.
Anbarserri NM, Ismail KM, Anbarserri H, Alanazi D, AlSaffan AD, Baseer MA, Shaheen R. Impact of severity of tooth loss on oral-health-related quality of life among dental patients. J Family med Prim Care. 2020; 9: 187-191.
Ravindranath N, Raju R. Association of oral health status and oral health-related quality of life among adult patients with type 2 diabetes mellitus: A cross-sectional study. J Indian Assoc Public Heal Dent. 2020; 18: 290-295.
โรงพยาบาลบางกรวย. การสำรวจสุขภาพฟันของผู้ป่วยเบาหวานในปี 2567. นนทบุรี:โรงพยาบาลบางกรวย; 2567.
Bandura A. Self efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychological review. 1997. 84: 191-215.
ชยุตรา แปงสนิท. ผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลอนามัยช่องปาก โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเองในผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลเสริมงาม จังหวัดลำปาง. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตร มหาบัณฑิต. พะเยา: มหาวิทยาลัยพะเยา; 2565.
วรานุช ปิติพัฒน์. ระเบียบวิธีวิจัยทางทันตแพทยศาสตร์. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2554.
กรมอนามัย สำนักทันตสาธารณสุข. แนวทางการดูแลสุขภาพช่องปากผู้ป่วยเบาหวานสำหรับทันตบุคลากรและบุคลากรสาธารณสุข.[อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 2 ตุลาคม 2566]. เข้าถึงได้จาก : https://dental.anamai. moph.go.th/web-upload/5x9c01a3d6e5539cf478715290ac946bee/tinymce/07/Dental%20 Guideline%20for%20DM%20patients.pdf.
Adulyanon S, Vourapukjaru J, Sheiham A. Oral impacts affecting daily performance in a low dental disease Thai population. Commun Dent Oral Epidemiol. 1996; 24: 385-389.
Loe H. The gingival index, the Plaque Index and The Retention Index Systems. J Periodontal. 1967; 38: 610–616.
Kolb DA. Experience learning: Experience as the source of learning and development. New Jersey: Prentice-Hall; 1984.
นฤมล จันทร์สุข, ยุทธนา พินิจกิจ, ชวนนท์ จันทร์สุข. ผลของการใช้รูปแบบการดูแลสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุโรคเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี. 2562; 27(1) :30-39.
EI-Ash-Ashkar MS, Gad ZM, EI-Borgy MD, Abdalla NS, EI-Nimr NA. Oral health in adults with Diabetes: Oral health conditions, Knowledge and Practice following an Oral health educational program. Journal of high institutes of Public Health. 2019; 49(1): 47-55.
ขวัญเรือน ชัยนนท์, สุรีย์ จันทรโมลี, ประภาเพ็ญ สุวรรณ, มยุนา ศรีสุภนันต์. การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุโรคเรื้อรัง เทศบาลนครรังสิต จังหวัดปทุมธานี. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2561; 5(1): 91-107.
Nishihara U, Tanabe N, Nakamura T, Okada Y, Nishida T, Akihara S.A periodontal disease care program for patients with type2 diabetes: A randomized controlled trial. J Gen Fam Med. 2017; 18(5): 249-257.
ไพสิฐ ภิโรกาศ, อรวรรณ กีรติสิโรจน์. ผลของโปรแกรมประยุกต์ความสามารถของตนเองต่อพฤติกรรมการดูแลทางทันตสุขภาพของผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์. วารสารสุขศึกษา. 2562; 42(2): 110-122.
รจนา ไวยวาจี. ความสัมพันธ์ของสภาวะทันตสุขภาพและคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในจังหวัดสระแก้ว.วิทยาสารทันตสาธารณสุข. 2557; 19(2): 47-62.
เศรษฐพล เจริญธัญรักษ์, จิราพร เขียวอยู่, วิลาวัลย์ วีระอาชากุล. คุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยเบาหวาน: กรณีศึกษาในเขตอำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู. ศรีนครินทร์เวชสาร. 2557; 29(4): 339-344.
Khan S, Chikte U, Omar R. Impact of removable partial dental prostheses in the Oral health-related quality of life of a South African cohort with varied distributions of missing posterior teeth. Journal of prosthodontics. 2019; 28(1): 434-439.
ณฤดี ลิ้มปวงทิพย์, แมนสรวง อักษรนุกิจ. การเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพช่องปากหลังการรักษาทางทันตกรรมประดิษฐ์: การศึกษาแบบไปข้างหน้าจากเหตุไปหาผล. ชม.ทันตสาร. 2562; 40(3): 103-112.