การพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังและการดูแลกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้า ในวัยทำงานที่ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง ศูนย์แพทย์ชุมชนเมือง 3 วัดบูรพ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
Main Article Content
บทคัดย่อ
กลุ่มวัยทำงานที่ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้า แต่การดำเนินงานที่ผ่านมายังมีรูปแบบที่ไม่ชัดเจน ซึ่งการศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลลัพธ์ของรูปแบบการเฝ้าระวังและการดูแลกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้าในวัยทำงานที่ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มพัฒนารูปแบบจำนวน 15 คน ประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุข และนักวิชาการสาธารณสุข 2) กลุ่มศึกษาผลลัพธ์ของการใช้รูปแบบ จำนวน 6 คน เป็นกลุ่มวัยทำงานที่ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองและมีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้า การดำเนินงานมี 3 ระยะ คือ 1) การศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับระบบ กลไกการเฝ้าระวังและการดูแลกลุ่มเสี่ยง 2) กระบวนการพัฒนารูปแบบ เป็นการพัฒนาตามกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ 3) ผลลัพธ์ของการใช้รูปแบบ เป็นการประเมินภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้าและคุณภาพชีวิต เก็บข้อมูลโดยใช้แบบประเมินภาวะซึมเศร้าและคุณภาพชีวิต วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ
ผลการวิจัย พบว่า รูปแบบการเฝ้าระวังและการดูแลกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้าในวัยทำงานที่ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง มี 4 องค์ประกอบ คือ 1) ภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุข และนักวิชาการสาธารณสุข 2) โปรแกรมการพัฒนาทักษะการจัดการตนเอง 3) ศูนย์เรียนรู้ยา 8 ขนาน ในชุมชน 4) ระบบและกลไกการดำเนินงานของภาคีเครือข่าย โดยมีผลลัพธ์ของการใช้รูปแบบ พบว่า กลุ่มเป้าหมายที่ป่วยด้วยโรคซึมเศร้าสามารถหยุดยาโรคซึมเศร้าได้ครบทั้ง 6 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 และมีระดับคะแนนคุณภาพชีวิตโดยรวมอยู่ในระดับดี โดยผู้ป่วยสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้ที่บ้านอย่างต่อเนื่องทุกวัน และในชุมชนเกิดสถานีสุขภาพแนวใหม่ที่สามารขับเคลื่อนได้ด้วยทีมอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนซึ่งเป็นกลุ่มพัฒนารูปแบบ ทั้งนี้กลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้าควรมีกิจกรรมป้องกันโรคที่เป็นรูปธรรม เช่น การเยี่ยมบ้านคลายทุกข์และมีการจัดกิจกรรมในศูนย์เรียนรู้ ยา 8 ขนาน ในชุมชนอย่างต่อเนื่อง และสามารถขยายผลไปยังชุมชนใกล้เคียงอีก 5 แห่ง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
องค์การอนามัยโลก. คาดการณ์ว่าในปี 2572 จะมีโรคซึมเศร้าที่เป็นปัญหาสาธารณสุขเป็นอันดับที่ 2 ของโรคอื่นๆ ในระดับโลก [อินเตอร์เน็ต]. 2562 เมษายน 2. เข้าถึงได้จาก: https://voive.co.th/read/sy9yH32MZ
ศูนย์เฝ้าระวังการฆ่าตัวตาย โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์. รายงานอัตราการฆ่าตัวตาย [อินเตอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 2567 พ.ค. 8]. เข้าถึงได้จาก: https://suicide.dmh.go.th
ภิญโญ พรพาณิชย์, ชัยพร สุชาติสุนทร, วิไลลักษณ์ เรืองรัตนตรัย. การปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขกับความท้าทายของระบบริการปฐมภูมิ. วารสารควบคุมโรค. 2565; 48(3): 667-679.
ศูนย์แพทย์ชุมชนเมือง 3 วัดบูรพ์. [อินเตอร์เน็ต]. 2567 พ.ค. 6. เข้าถึงได้จาก: Hos-xp PCU.
ทองถม ชะลอกุล. คำบรรยายให้ความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมอง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำตำบล อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา. เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 ณ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ อำเภอวังน้ำเขียว.
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. หลักสูตรฝึกอบรม ยา 8 ขนาน สังหาร NCDs (สร้างเสริมสมรรถนะการจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรังด้วยหลัก 4 อ.). นครราชสีมา: โคราชมาเก็ตติ้ง; 2563.
ละม่อม กล้าหาญ, ทองทิพย์ สละวงษ์ลักษณ์, พุฒิพงศ์ สัตยวงศ์ทิพย์. การพัฒนารูปแบบการวางเงื่อนไขการจัดการตนเองในการฟื้นฟูสภาพของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองหลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล. ผลงานดีเด่น R2R ระดับปฐมภูมิ, ระดับประเทศ ประจำปี 2566.
ละม่อม กล้าหาญ, ทองทิพย์ สละวงษ์ลักษณ์, พุฒิพงศ์ สัตยวงศ์ทิพย์. การพัฒนาทักษะการเยี่ยมบ้านของผู้ช่วยเหลือดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง (CG: Caregiver) เพื่อให้ผู้ดูแลหลักคลายทุกข์ ในเขตตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา. วารสารสุขศึกษา. 2566; 46(1): 26-37.
ชูสง่า สีสัน และ คณะ. การพัฒนาภาคีเครือข่ายสุขภาพชุมชนป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มเสี่ยง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา. วารสารกรมควบคุมโรค. 2567; 50(1): 125-136.
ทองทิพย์ สละวงษ์ลักษณ์ และ คณะ. การถอดบทเรียนจากการดำเนินงานจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในรูปแบบของ Pak Thong Chai Model ปี 2566-2567. เอกสารอัดสำเนา.
ศรัญญา ชาญสุข, สุจิตตา ฤทธิ์มนตรี. ปัจจัยที่มีผลกับโรคซึมเศร้าของวัยทำงานในสถานการณ์แพร่ระบาด Covid-19. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต. 2566; 37(3): 12-24.
ฉัตรสุดา มทา และคณะ. ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะซึมเศร้าของวัยทำงาน กรณีศึกษา ชุมชนแห่งหนึ่งในอำเภองาว จังหวัดลำปาง. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. 2566; 32(3): 187-197.
ประภาส อุครานันท์. รายงานวิจัย เรื่อง การพัฒนารูปแบบการบำบัดด้วยการกระตุ้นพฤติกรรมสำหรับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าโดยการให้โปรแกรมและสมาร์ทโฟนแอปพลิเคซั่น. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2566 จาก: https://www.thaidepression.com
Kemmis S, McTaggart R. The action research planner. 3rd ed. Deakin University Press: Victoria; 1998.
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. แบบประเมินภาวะซึมเศร้า: เครื่องชี้วัดคุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลกชุดย่อ ฉบับภาษาไทย. สืบค้นวันที่ 25 มิถุนายน 2566 จาก: https://www.dmh.go.th/test/whogol
เยาวเรศ แตงจวง. แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์. สืบค้นวันที่ 23 มีนาคม 2564 จาก: http://www.cmruir.cmru.ac.th/bitstream/123456789/1353/9/Bibliography.pdf
ศิริพร พึ่งเพ็ชร์. การพัฒนารูปแบบการสอนภาษาอังกฤษที่สอดคล้องกับลีลาการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา. ปริญญานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต, สาขาหลักสูตรและการสอน. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล; 2553.
Kanfer FH. Self-management methods. In: Kanfer FH, Goldstein AP, editors. Helping people change: A textbook of methods. 2nd ed. New York: Pergamon Press; 1980.
Miles MB, Huberman AM. Qualitative data analysis: An expanded sourcebook. 2nd ed. London: SAGE Publications; 1994.
Bandura A. Gauging the relationship between self-efficacy judgment and action. Cognitive Therapy and Research. 1980; 4: 263-268.
Fishbein M, Ajzen I. Belief, attitude, intention, and behavior: An introduction to theory and research. Reading, MA: Addison-Wesley; 1975.