ผลของโปรแกรมสร้างเสริมพฤติกรรมป้องกันการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่ง กรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
ปัญหาการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ในกลุ่มวัยรุ่นเพิ่มมากขึ้น การสร้างเสริมทักษะการป้องกันการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์จึงเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมสร้างเสริมพฤติกรรมป้องกันการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 65 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 30 คน และกลุ่มเปรียบเทียบ 35 คน กลุ่มทดลองได้เข้าร่วมโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นโดยประยุกต์ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถตนเองและแรงสนับสนุนทางสังคม ประกอบด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 4 ครั้ง จัดกิจกรรม 1 ครั้งต่อสัปดาห์ วิธีการจัดกิจกรรมประกอบด้วย การบรรยายให้ความรู้ การปรึกษาแบบกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน แสดงบทบาทสมมติที่เป็นปัญหาในปัจจุบัน การนำเสนอตัวแบบผ่านบุคคลจริง และการอภิปรายแบบนิรนามในกลุ่มไลน์ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามให้ตอบด้วยตนเอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานการวิจัยด้วย Chi-squared test Independent samples t-test และ Paired samples t-test โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
ผลการวิจัย ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถตนเองในการป้องกันการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ มีความคาดหวังในผลดีจากการป้องกันการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ และพฤติกรรมป้องกันการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์เพิ่มขึ้นมากกว่าก่อนการทดลอง และมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) เท่ากับ 0.003, 0.001 และ 0.001 ตามลำดับ สรุปได้ว่าโปรแกรมสร้างเสริมพฤติกรรมป้องกันการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิผลในการช่วยสร้างเสริมการรับรู้ความสามารถตนเอง ความคาดหวังในผลดีจากการปฏิบัติที่ถูกต้อง และพฤติกรรมป้องกันการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ให้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
Amnesty International Thailand. Cyberbullying การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ที่คุ้นเคยแต่ไม่ควรคุ้นชิน [อินเทอร์เน็ต]. Amnesty International Thailand; 2564 [สืบค้นเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2565]. จาก: https://www.amnesty.or.th/latest/blog/879/.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. การกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์ [Cyberbullying]. ปทุมธานี: มูลนิธิส่งเสริมสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.); 2563.
Craig W, Fisch YH, Grinvald HF, Dostaler S, Hetland J, Morton BS, et al. A cross-national profile of bullying and victimization among adolescents in 40 countries. Int J Public Health. 2009;54(Suppl.2):S2:216-224. doi:10.1007/s00038-009-5413-9.
Ipsos. Global Views on Cyberbullying. [Internet]. 2018. [cited 2022 Oct 17]. Available from: https://www.ipsos.com/en-th/global-views-cyberbullying.
นัฐิยา พัวพงศกร. AIS ชวนคนรุ่นใหม่เล่าประสบการณ์ ‘บูลลี่’ เผยข้อมูลเด็กไทยเสี่ยงถูกกลั่นแกล้ง ออนไลน์สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก นักจิตวิทยาย้ำจัดการอารมณ์ตัวเองคือทางออก [อินเทอร์เน็ต]. ThaiPublica; 2563 [สืบค้นเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2565]. จาก: https://thaipublica.org/2020/06/ais-cyberbullying-20-6-2563/.
ธีรยุทธ แก้วสิงห์. ติดอันดับต้นของเอเชีย! เด็กไทยกว่า 80% เคยเจอ ‘การบูลลี่’ เกือบครึ่งมองเป็นเรื่องปกติ [อินเทอร์เน็ต]. สำนักข่าวอิศรา; 2564. [สืบค้นเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2565]. จาก: https://www.isranews.org/article/isranews-article/105059-isranews-bullying.html.
ปองกมล สุรัตน์. สาเหตุและผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการรังแกผ่านโลกไซเบอร์. [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. 2561.
Bandura A. Social Learning Theory. Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall; 1977.
Bandura A. Self-efficacy: The Exercise of Control. New York: Freeman; 1997.
Norbeck JS. The use of social support in clinical practice. J Psychosoc Nurs Ment Health Serv. 1982;20(12):22-29. doi:10.3928/0279-3695-19821201-05.
Cohen J. Statistical Power Analysis for the Behavioral Sciences. 2nd ed. Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates, Publishers; 1988.
Bloom BS, Madaus GF, Hastings JT. Handbook on Formative and Summative Evaluation of Student Learning. New York: McGraw-Hill Book Company; 1971.
Furr, M. Summary of Effect Size and their Links to Inferential Statistics. [Internet]. 2008. [cited 2024 March 25]. Available from: https://furrrm.sites.wfu.edu/wp-content/uploads/2018/09/EffectSizeFormulas.pdf.
ดวงกมล ทองอยู่. แนวทางการพัฒนาการเห็นคุณค่าในตนเองของวัยรุ่นตามทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตน. [วิทยานิพนธ์ ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์. 2557.
ศรสลัก นิ่มบุตร และ ฐาศุกร์ จันประเสริฐ. ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้ความสามารถของตนเองต่อพฤติกรรมการ ตั้งเป้าหมายทางการเรียนของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสาธิตแห่งหนึ่ง. [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. 2563.