พฤติกรรมการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เข้ารับบริการ ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จังหวัดนครราชสีมา
Main Article Content
บทคัดย่อ
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในปัจจุบัน พบว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะมีอาการรุนแรงและเสียชีวิตเมื่อเทียบกับผู้ป่วยทั่วไป ดังนั้นการวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบตัดขวาง (Cross-sectional analytical research) จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เข้ารับบริการในโรงพยาบาล จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 175 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ประกอบด้วย 4 ส่วน คือ 1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล 2) แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 3) แบบสอบถามการรับรู้สภาวะสุขภาพตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ และ 4) แบบสอบถามพฤติกรรมการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ ค่าสหสัมพันธ์ของสเปียร์แมน (Spearman’s Correlation Coefficient)ผลการศึกษา พบว่า 1) ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความรู้เกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และการรับรู้ภาวะสุขภาพตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพอยู่ในระดับสูง ส่วนพฤติกรรมการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อยู่ในระดับปานกลาง และ 2) อาชีพ รายได้ครอบครัวเฉลี่ยต่อเดือน ความรู้เกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และการรับรู้สภาวะสุขภาพตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพด้านการรับรู้ความรุนแรง การรับรู้ประโยชน์ และการรับรู้อุปสรรคของการเกิดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value<0.05) ส่วนการรับรู้โอกาสเสี่ยงไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
สำหรับการศึกษาครั้งต่อไป ควรมีการนำข้อมูลไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรม การป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของผู้ป่วยโรคเบาหวาน อันจะส่งผลให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
Bhaskaran K, Bacon S, JW Evans S, J Bates C, T Rentsch C , MacKenna B . et al. Factors associated with deaths due to COVID-19 versus other causes: population-based cohort analysis of UK primary care data and linked national death registrations within the Open SAFELY platform. The Lancet Regional Health - Europe. 2021; 6:1-13.
Zhou F, Yu T, Du R, Fan G, Liu Y, Liu Z, et al. Clinical course and risk factors for mortality of adult in patients with COVID-19 in Wuhan, China: a retrospective cohort study. The Lancet. 2020; 28; 395:1054-1062.
ศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์และการวิจัยและพัฒนาศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) [อินเตอร์เน็ต]. [สืบค้น วันที่ 21 สิงหาคม 2565]. แหล่งข้อมูล: https://covid19.nrct.go.th/daily-report-30sep2022/4
Katzmarzyk P, Salbaum M, Heymsfield S. Obesity, no communicable diseases, and COVID-19:A perfect storm. BMC Public Health. 2020; 32(5)2020; 32:e23484.
Nikoloski Z, Alqunaibet A, Alfawaz R, Saeed Almudarra S, Herbst C, El-Saharty, S. et al. Covid-19 and non-communicable diseases: evidence from a systematic literature review. BMC Public Health. 2021; 21:1068/10.1186/s12889-021-11116-w
Clark A, Jit M, Warren-Gash C, Guthrie B, Wang H, Mercer S. et al. Global, regional, and national estimates of the population at increased risk of severe COVID-19 due to underlying health conditions in 2020: a modeling study. Lancet Global Health. 2020; 8(8):E1003-E17.
Organization WHO. Diabetes. Fact sheets. [Internet].2020[Cited 2023 August 21]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/diabetes.
Roncon L, Zuin M, Rigatelli G, Zulian G. Diabetic patients with COVID-19 infection are at higher risk of ICU admission and poor short-term outcome. Journal of Clinical Virology. 2020; 127 :104354
Williamson EJ, Walker, A.J., Bhaskaran K, Bacon S, Bates C, Morton C. et al. Factors associated with COVID-19-related death using Open SAFELY. 430-436.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา. HDC Report กลุ่มรายงานมาตรฐาน >> การป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อที่สำคัญ >> อัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวาน. HDC [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 2566 พฤศจิกายน 29]. เข้าถึงได้จากhttps://nma.hdc.moph.go.th/hdc/reports/report.php?&cat_id=6a1fdf282fd28180eed7d1cfe0155e11&id=cefa42b9223ec4d1969c5ce18d762bdd
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ทีม SAT COVID-19 HDC Report กลุ่มรายงานมาตรฐานโรคติดเชื้อไวไรโคโรนา 2019 (COVID-19 ) ข้อมูล ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2564. [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 2566 พฤศจิกายน 30]. เข้าถึงได้จากที่มา. http://odpc9.ddc.moph.go.th/hot/64-situation-covid19-25Aug.pdf
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement. 1970;30(3), pp. 607-610
Bloom BS. Learning for mastery. UCLA-CSEIP Evaluation Comment. Los Angeles: University of California; 1968.
Best JW. Research in education. New Jersey: Prentice Hall; 1997
ประภัสสร เรืองฤๅหาร วรินท์มาศ เกษทองมา และวุธิพงศ์ ภักดีกุล. พฤติกรรมการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานในจังหวัดสกลนคร. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ. 2565;15(12)254-268.
พนัชญา ขันติจิตร และคณะ. แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของประชาชน ในจังหวัดอุบลราชธานี.วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสรรพสิทธิประสงค์. 2564;5(2):39-53.
Chow, N., Fleming-Dutra, K., Gierke, R., Hall, A., Hughes, M., Pilishvili, T., Ussery, E. Preliminary Estimates of the Prevalence of Selected Underlying Health Conditions Among Patients with Coronavirus Disease 2019 — United States, February 12–March 28, 2020. MMWR. Morbidity and Mortality Weekly Report. 69(13): 382–386.
ณัฎฐวรรณ คําแสน. ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมในการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของประชาชนในเขตอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี. 2564;4(1): 33-48.
Poonaklom P, Rungram V, Abthaisong P, Piralam B. Factors Associated with Preventive Behaviors towards Coronavirus Disease (COVID-19) among Adults in Kalasin Province, Thailand. Outbreak, Surveillance, Investigation & Response (OSIR) Journal. 2020;13(3): 78-89
กชกร สมมัง. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ของผู้รับบริการงานผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช. วารสารสุขศึกษา. 2557;37(126): 8-21
Becker MH, Maiman LA. The health Belief Model: Origins and Correlation in Psychological Theory. Health Education Monography. 1975;2: 336-85.
สุภาภรณ์ ชูเชิดรัตนา, จารุเนตร ศรีคำสุข, ชญาณ์นันท์ ผาคำ, ธัญวรัตนม์ เทพอุดม, ปิยมน พวงคำ พันทิภา หมื่นโกฏิดี และคนอื่นๆ. ความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด–19 ของพนักงานรักษาความปลอดภัย มหาวิทยาลัยนเรศวร. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ. 2564;15(2): 78-89.
Stretcher V. J., & Rosenstock, I. M. The heath belief model. In K. Glanz, F. M. Lewis, &B. K. Rimer, (eds.), Health behavior and health education: Theory, research, and proactive. San Francisco: Jossey-Bass. ;1997.31-43.16
Wong LP, Alias H, Wong PF, Lee HY, Abu Bakar S. The use of the health belief model to assess predictors of intent to receive the COVID-19 vaccine and willingness to pay. Human vaccines & immunotherapeutic. 2553;16: 204-14.
เยาวลักษณ์ ชาวบ้านโพธิ์. บทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการป้องกันการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. 2564;4: 44-58.