การป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุไทย

Main Article Content

รุ่งโรจน์ พุ่มริ้ว

บทคัดย่อ

บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุติดบ้านและติดเตียง เนื่องจากความก้าวหน้าทางด้านการแพทย์ สาธารณสุข การศึกษา เศรษฐกิจ สังคม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มีส่วนทำให้คนไทยอายุยืนยาวขึ้น ส่งผลให้มีผู้สูงอายุไทยเพิ่มขึ้น ดังจะเห็นได้จากในปี พ.ศ. 2513 ประเทศไทยมีผู้สูงอายุ 1.7 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 4.9 ของประชากรไทยทั้งหมด เพิ่มเป็น 13.3 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 19.6 ในปี พ.ศ. 2564 และคาดประมาณว่าในปี พ.ศ. 2573 จะมีผู้สูงอายุ 17.6 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 26.6 เป็นความจริงที่ว่าผู้สูงอายุเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางเสื่อมโทรมลงทั้งร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และสังคม จึงทำให้ผู้สูงอายุมักจะประสบปัญหาหลายอย่างเช่นปัญหาสุขภาพ รายได้น้อยและการหกล้มเป็นต้น รวมทั้งต้องอาศัยการดูแลช่วยเหลือจากผู้อื่นในการดำรงชีวิต การหกล้มของผู้สูงอายุก่อให้เกิดผลเสียหลายอย่าง เช่น ทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือพิการหรือเสียชีวิตได้รวมทั้งสูญเสียค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทำให้ผู้สูงอายุหกล้มได้แก่ 1) ปัจจัยทางด้านร่างกายและจิตใจ 2) ปัจจัยทางด้านพฤติกรรมของผู้สูงอายุ 3) ปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อม และ 4) ปัจจัยทางด้านฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม
การป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้านและติดเตียง จึงเป็นเรื่องสำคัญสามารถทำได้หลายวิธี เช่น 1) การให้การศึกษาแก่ผู้สูงอายุและครอบครัวในเรื่องการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ 2) การสนับสนุนให้สมาชิกในครอบครัวและหรือผู้ดูแลช่วยดูแลและส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ 3) การปรับปรุงสิ่งแวดล้อม และ 4) การสนับสนุนให้อาสาสมัครในชุมชน ช่วยดูแลแนะนำการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ เป็นต้น

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. สารประชากร. 2558; 24:1-2.

กรมกิจการผู้สูงอายุ. กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. การหกล้มในผู้สูงอายุ. [อินเตอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 5 มิถุนายน 2565]. เข้าถึงได้จาก: https://www.dop.go.th

กรมกิจการผู้สูงอายุ. กระทรวงพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์.ประมาณการดัชนีการสูงวัย พ.ศ. 2558 – 2573. [อินเตอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 6 มิถุนายน 2565]. เข้าถึงได้จาก: https://www.dop.go.th

World Health Organization. WHO Global Report on Falls Prevention in Older Age. World Health Organization. 2007

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ.2562. [อินเตอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 10 มิถุนายน 2565] เข้าถึงได้จาก: https://thaitgri.org

ส่วนอนามัยผู้สูงอายุ สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. ข้อมูลและปัญหาที่สำคัญที่พบในผู้สูงอายุ. [อินเตอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 23 สิงหาคม 2565] เข้าถึงได้จาก: http://www.anamai.moph.go.th

Center for Disease Control and Prevention. Keep on Your Feet-Preventing Older Adult Falls. [อินเตอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 10 มิถุนายน 2565). เข้าถึงได้จาก: https://www.cdc.gov/injury/older adult fall

Center for Disease Control and Prevention. Fact About Falls. [อินเตอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 20 มิถุนายน 2565]. เข้าถึงได้จาก: https://www.cdc.gov/falls/facts/html

Knodel J., Chayovan, N. and Prachuamoh, V.. The Changing well-being of Thai Elderly: An update from the 2011 survey of older persons in Thailand : Help Age International. 2013

นิพา ศรีช้างและลวิตรา. รายงานการพยากรณ์การพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) ในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2560-2564. กระทรวงสาธารณสุข.2560

ศักรินทร์ ธนเกียติสกุล และขนิษฐา เนาว์แก้ว. ความชุกการหกล้ม ผลกระทบและปัจจัยเกี่ยวข้องในผู้สูงอายุอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์. [อินเตอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 20 มิถุนายน 2565]. เข้าถึงได้จาก:https://hpc2appcenter.anamai. moph.go.th

ตวงรัตน์ อัคนาน และคณะ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุไทยในชุมชน อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี, วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2564; 14(4): 72-89.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิตัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์เท็คซ์แอนด์เจอร์นัลพับลิเคชั่น; 2564

Woratanarat et al. Cost analysis of osteoporotichip fracture. J Med Assoc Thai,88 (Suppl5) :96-104.2005

World Health Organization Expert Committee. Health of the elderly. WHO Technical Report Series No.799; 198

กรมกิจการผู้สูงอายุ. กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546. [อินเตอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 18 มิถุนายน 2565]. เข้าถึงได้จาก: https://www.dop.go.th

สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิตัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. ดัชนีพฤฒพลังผู้สูงอายุไทย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์เท็คซ์แอนด์เจอร์นัลพับลิเคชั่น; 2560

การเปลี่ยนแปลงในผู้สูงอายุ [อินเตอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 24 มิถุนายน 2565]. เข้าถึงได้จาก: https://Thaihealth.or.th

ปริศนา รถสีดา. การป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุในชุมชน : บทบาทพยาบาลกับการดูแลสุขภาพที่บ้าน. วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย. ปีที่ 11 (2) ก.ค.-ธ.ค. : 17-25.2561

วรรณภา ศรีธัญญรัตน์และลัดดา ดำริการเลิศ (บรรณาธิการ). แนวปฏิบัติในการบริการผู้สูงอายุ.นนทบุรี: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2553.

จารุภา เลขาทิพย์ และคณะ. ปัจจัยเสี่ยงในผู้สูงอายุ. J.Med Health Sci. Vol.26(1) April : 85-103.2019

RAMA channel. หกล้มในผู้สูงอายุ. [อินเตอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 25 มิถุนายน 2565). เข้าถึงได้จาก: https://www.rama.mahidol.ac.th

วรรณพร บุญเปล่ง วดีรัตน์ ศรีวงศ์วรรณ และพัฒนาเศรษฐวัชราวนิช. อัตราและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการหกล้มของผู้สูงอายุ : ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดนนทบุรี. J Nurs Sci. 33(3): 74-86. 2015

สุรินทร์รัตน์ บัวเร่งเทียนทอง และอรทัย ยินดี. การศึกษาความเสี่ยง ความกลัวการหกล้ม และแนวทางการจัดการป้องกันการพลัดตกหกล้มผู้ที่มารับบริการในคลินิกผู้สูงอายุ. วชิรสารการพยาบาล. ปีที่ 23 (2) กรกฎาคม-ธันวาคม: 31-43. 2564

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. คู่มือการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ. [อินเตอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 10 มิถุนายน 2565] เข้าถึงได้จาก: https://thaitgri.org