Factors Effecting Antibiotic Use Behavior of Patients with Upper Respiration Infection at Subdistrict Health Promoting Hospitals in Lamplaimat District, Buriram Province ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้ยาปฏิชีวนะรักษาโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนของผู้รับบริการที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

Main Article Content

วรวัฒน์ เครือคำ
พุฒิพงศ์ สัตยวงศ์ทิพย์
ฐิติมา ระย้าเพ็ชร
วรลักษณ์ สมบูรณ์นาดี
อนุสรณ์ เป๋าสูงเนิน

บทคัดย่อ

ยาปฏิชีวนะเป็นยาที่มีความสำคัญในการรักษาภาวะติดเชื้อในระบบต่างๆ ของร่างกาย แต่พบปัญหาการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสม นำไปสู่ผลข้างเคียงและเชื้อดื้อต่อยา การวิจัยเชิงวิเคราะห์ภาคตัดขวางครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ยาปฏิชีวนะ (2) พฤติกรรมการใช้ยาปฏิชีวนะ และ (3) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริม ต่อพฤติกรรมการใช้ยาปฏิชีวนะรักษาโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน กลุ่มตัวอย่างคือผู้มารับบริการที่ได้รับยาปฏิชีวนะรักษาโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 117 คน ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามในเดือนเมษายน 2563 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความเบ้ ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด การวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์เพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณแบบ Enter


ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 70.1 อายุ 40-49 ปี ร้อยละ 26.5 เรียนจบชั้นประถมศึกษา ร้อยละ 41.9 อาชีพเกษตรกร ร้อยละ 51.3 มีประวัติใช้ยาปฏิชีวนะในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ร้อยละ 58.1 มีความรู้เกี่ยวกับยาปฏิชีวนะในระดับปานกลางร้อยละ 63.2 มีทัศนคติเกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะในระดับปานกลาง ร้อยละ 60.7 มีคะแนนปัจจัยเอื้อในระดับดีมาก ร้อยละ 82.9 มีคะแนนปัจจัยเสริมในระดับดี ร้อยละ 69.2 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการใช้ยาปฏิชีวนะอยู่ในระดับเหมาะสมมาก คิดเป็นร้อยละ 77.8 ผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้ยาปฏิชีวนะรักษาโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน พบว่า ตัวแปรอิสระทั้ง 9 ตัวแปร สามารถอธิบายพฤติกรรมได้ร้อยละ 30.4 ตัวแปรที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) มี 2 ตัวแปร คือ ทัศนคติ และปัจจัยเอื้อ จากผลการศึกษา การมีทัศนคติที่ถูกต้องในการใช้ยาและการได้รับข้อมูลการใช้ยาปฏิชีวนะจากบุคลากรด้านสุขภาพ จะช่วยส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมการใช้ยาที่ถูกต้องเหมาะสมได้

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

คณะกรรมการประสานและบูรณาการงานด้านการดื้อยาต้านจุลชีพ. ภูมิทัศน์ของสถานการณ์และการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพในประเทศไทย. (พิมพ์ครั้งที่1). กรุงเทพมหานคร: อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2558.

สำนักเขตสุขภาพที่ 9 กระทรวงสาธารณสุข. แผนยุทธศาสตร์เขตสุขภาพที่ 9 นครชัยบุรินทร์ ฉบับที่ 3 (ปีงบประมาณ2560-2564) [อินเทอร์เน็ต]. 2560. [เข้าถึงเมื่อ 9 มิถุนายน 2565]. เข้าถึงได้จาก http://203.157.71.139/group_sr/allfile/1579890532.pdf.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์. สถานการณ์ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าดื้อยา [อินเทอร์เน็ต]. 2562. [เข้าถึงเมื่อ 23 ธันวาคม 2562]. เข้าถึงได้จาก brm.hdc.moph.go.th.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์. รายงานการใช้ยาปฏิชีวนะในกลุ่มโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน [อินเทอร์เน็ต]. 2562. [เข้าถึงเมื่อ 23 ธันวาคม 2562]. เข้าถึงได้จาก: brm.hdc.moph.go.th.

Green, L.W., and Kreuter, M. W. Ecological and educational diagnosis. Health Program Planning An Educational And Ecological Approach. (4th ed). New York: Quebecor World Fairfield Inc; 2005.

Krejcie, R. V. and Morgan, D. W. Determining sample size for research activities. Education and Psychological Measurement. 1970; 30 (3): 607-610.

ปุญญพัฒน์ ไชยเมล์. การกำหนดขนาดตัวอย่างสำหรับการวิจัยเชิงพรรณนาในงานสาธารณสุข. วารสารมหาวิทยาลัยทักษิณ. 2556; 12 (2): 9-18.

นุชราพร แซ่ตั้ง และนิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ยาปฏิชีวนะในอาการเจ็บคอ บาดแผล สะอาด ท้องร่วง ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน. วารสารพยาบาลทหารบก. 2561; 19: 166-174.

ศุภกร ศิริบุรี. ความสัมพันธ์ของปัจจัยกับพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพช่องปากด้วย PRECEDE Framework ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข. 2560; 11 (3): 355-368.

พัชร์สณธิ์ อ่วมเกิด. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการใช้ยาปฏิชีวนะของอาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมู่บ้านในจังหวัดปทุมธานี. [วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน]. กรุงเทพฯ: คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2561.