ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคองในระยะท้าย จังหวัดเชียงราย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional study) มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคองในระยะท้าย ในกลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เข้ารับบริการที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วยต่อเนื่อง ของโรงพยาบาลรัฐในจังหวัดเชียงราย จำนวน 110 คน ศึกษาใน เดือนกรกฎาคม ถึง กันยายน 2561 การจัดเก็บข้อมูลเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ปัจจัยด้านการรักษา คุณภาพชีวิต (EORTC QLQ-C30) และทักษะของผู้ดูแลผู้ป่วย วิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้สถิติ ทดสอบความสัมพันธ์ สมการถดถอยโลจิสติก (logistic regression) ผลการวิจัย ปัจจัยระดับการศึกษา (OR = 12.009; 95% CI: 2.288-63.030) และระดับผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคองหรือ PPS Score (OR = 0.057; 95% CI: 0.019-0.167) มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตมิติด้านการทำหน้าที่ของผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคองในระยะท้าย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และยังมี 3 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตมิติด้านอาการและปัญหาจากการเจ็บป่วย คือ ระดับการศึกษา (OR = 5.970; 95% CI: 1.588-22.445) ระดับค่า PPS Score (OR = 0.110; 95% CI: 00.042-0.289) และทักษะการดูแล (OR = 0.086; 95% CI: 0.017-0.447) ปัจจัยคุณภาพชีวิตมิติด้านสภาวะสุขภาพและคุณภาพชีวิตโดยรวมไม่มีปัจจัยใดที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิต สรุปได้ว่า การศึกษา PPS Score และด้านการให้การดูแล มีความสำคัญต่อการดูแลผู้ป่วย และควรมุ่งเน้นการดูแลเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตนเองได้ให้มากที่สุดเพื่อเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาว โดยมีการฝึกทักษะในการดูแลตนเองของผู้ป่วยและทักษะของผู้ดูแลโดยต้องให้ผู้ดูแลและผู้ป่วยมีความเข้าใจถึงการดูแลแบบประคับประคอง เพื่อให้เกิดความร่วมมือทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล ทำให้ผู้ป่วยนั้นมีคุณภาพชีวิตในช่วงสุดท้ายของชีวิตอย่างมีคุณภาพไปจนถึงวันที่ล่วงลับไปอย่างสมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์