การดูแลหญิงหลังคลอดด้วยการแพทย์พื้นบ้านในจังหวัดนครศรีธรรมราช

Main Article Content

สายฝน สกุลผอม
ประศักดิ์ สันติภาพ
วัฒนา ชยธวัช
รัชนี จันทร์เกษ
ทัศนีย์ ศิลาวรรณ

บทคัดย่อ

            หญิงหลังคลอดมีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม จำเป็นต้องได้รับการดูแลเพื่อฟื้นฟูสุขภาพให้กลับสู่สมดุล โดยการปฏิบัติอย่างถูกต้องและสอดคล้องกับวัฒนธรรมชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น  การวิจัยเชิงพรรณนานี้มุ่งอธิบายการดูแลหญิงหลังคลอดด้วยการแพทย์พื้นบ้านในจังหวัดนครศรีธรรมราช ด้วยรูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างคือหญิงหลังคลอดในจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 8 คน หมอพื้นบ้านในจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 4 คน และผู้เชี่ยวชาญที่ปฏิบัติงานด้านการดูแลหญิงหลังคลอดด้วยการแพทย์พื้นบ้าน จำนวน 7 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาและพรรณนาด้วยความเรียง  


            ผลการวิจัยพบว่าในจังหวัดนครศรีธรรมราชยังคงมีการดูแลหญิงหลังคลอดด้วยการอยู่ไฟ แต่มีการประยุกต์จากอดีตที่ให้หญิงหลังคลอดนอนบนแคร่ แล้วก่อไฟด้านล่าง ร่วมกับการใช้ก้อนเส้า เปลี่ยนเป็นใช้ลูกประคบสมุนไพรแทนก้อนเส้า ส่วนการนวดในหญิงหลังคลอดนั้นในอดีตใช้การเหยียบสุ่ม คือ การใช้เท้าเหยียบไปตามร่างกายเพื่อคลายกล้ามเนื้อ และการนวดแต่งกุน (มดลูก) ซึ่งพบว่าหมอพื้นบ้านรุ่นใหม่ประยุกต์ใช้การผสมผสานการจัดกระดูกและการนวด (แบบเชลยศักดิ์และราชสำนัก) นอกจากนี้ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันพบว่ามีการใช้สมุนไพรในการดูแลหญิงหลังคลอดร่วมกับการให้คำแนะนำเรื่องการกินอาหารหรือของแสลงและการส่งเสริมสุขภาพหญิงหลังคลอดด้วย ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ควรรวบรวมและส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการดูแลหญิงหลังคลอดด้วยการแพทย์พื้นบ้าน ควรผลักดันการดูแลหญิงหลังคลอดด้วยการแพทย์พื้นบ้านเข้าสู่บริการปฐมภูมิ  และบรรจุในชุดสิทธิประโยชน์ของการดูแลหญิงหลังคลอด

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จินตนา ศรีสุพพัตพงษ์. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของหญิงหลังคลอดในจังหวัดราชบุรี [ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปากร, สาขาวิชาจิตวิทยาชุมชน; 2550.

พระราชบัญญัติวิชาชีพแพทย์แผนไทย พ.ศ.2556. ราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 130, ตอนที่ 10 ก (ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556).

โกมาตร จึงเสถียร์ทรัพย์. พหุลักษณ์ทางการแพทย์กับสุขภาพในมิติสังคมวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร; 2548.

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. Service plan สาขาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน แผนการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ 2560 [อินเทอร์เน็ต]. 2560 [เข้าถึงเมื่อ 1 มกราคม 2562]. เข้าถึงได้จาก https://www.dtam.moph.go.th/index.php?lang=th.

เสาวภา พรสิริพงษ์. การศึกษาภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านไทย. กรุงเทพฯ: บริษัท สหธรรมิก จำกัด. ห้องนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี; 2553.

ปาริฉัตร อุทัยพันธ์และคณะ. ภูมิปัญญาการบัดรักษาอาการเจ็บป่วยแบบพื้นบ้านในจังหวัดชายแดนภาคใต้. การประชุมวิชาการระดับชาติ ก้าวสู่มิติใหม่: การบริหารสุขภาพปฐมภูมิไทย [อินเตอร์เน็ต]. 2560 [เข้าถึงเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2562]; 307-314. เข้าถึงได้จาก: https://administer.pi.ac.th/uploads/eresearcher/upload_doc/2018/proceeding/1519285534318989003090.pdf.

ละเอียด แจ่มจันทร์, สุรี ขันธรักษ์วงศ์, สุนทร หงส์ทอง, นพนัฐ จำปาเทพ. การแพทย์แผนไทยกับการบริบาลมารดาหลังคลอดในชุมชนภาคกลาง. วารสารพยาบาลทหารบก 2557;15(2):195-202.

ศุภรัศมิ์ อัศวพรธนภัทร์, วิชัย โชควิวัฒน์, วิชัย ศรีคำ. ความปลอดภัย ประสิทธิผล และความพึงพอใจของมารดาหลังคลอดที่อยู่ไฟตามหลักการแพทย์แผนไทย. วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 2561;16(1): 99-110.

วีริสา ทองสง. บทบาทและภูมิปัญญาพื้นบ้านของหมอตำแยในจังหวัดพัทลุง [วิทยานิพนธ์]. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2559.

มนชนก ชูวรรธนะปกรณ์, เกษแก้ว เสียงเพราะ. ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้ารับบริการนวดแผนไทยของผู้สูงอายุในจังหวัดพะเยา. วารสารสุขศึกษา 2663;43(1):87-99.

อุษา กลิ่นหอม, อรจิรา ทองสุกมาก. ภูมิปัญญาการอยู่ไฟ. วารสารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 2559;14(1):93-98.

พรชัย สว่างวงศ์, สุปรียา ตันสกุล, มณีรัตน์ ธีระวิวัฒน์. ผลของโปรแกรมการรับรู้ความสามารถของตนเองต่อพฤติกรรม การดูแลตนเองด้วยการแพทย์แผนไทย ในกลุ่มผู้ป่วยโรคปวดหลังส่วนบน โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน. วารสารสุขศึกษา 2661; 41(2):102-113.

อรทัย เนียมสุวรรณ. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์การสำรวจพืชสมุนไพรที่ใช้เฉพาะโรคสตรี: กรณีศึกษาจากสตรีมุสลิมในจังหวัดกระบี่. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. สำนักทรัพยากรการเรียนรู้คุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร; 2557.