ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์พฤติกรรมการดูแลตนเอง ของผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง ในอำเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงราย

Main Article Content

Phataraphon Markmee
Phitsanuluk Kantawee
Wipob Suthana
Thanusin Saleeon

บทคัดย่อ

           ความดันโลหิตสูงในกลุ่มผู้สูงอายุกำลังเป็นปัญหาสุขภาพหลักในระดับประเทศและชุมชน การส่งเสริมเสริมพฤติกรรมการดูแลตนเอง จึงเป็นเป้าหมายหลักของการส่งเสริมสุขภาพ ในการป้องกันภาวะแทรกซ้อน การศึกษาแบบภาคตัดขวางเชิงวิเคราะห์นี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการดูแลตนเอง ของผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นความดันโลหิตสูง และสืบค้นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเอง โดยใช้แนวคิด Precede Proceed Model ในกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นความดันโลหิตสูง ในเขตอำเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงราย เก็บข้อมูลช่วงเดือนมกราคม - กันยายน 2561 จำนวน 757 คน วิธีการการคัดเลือกตัวอย่างโดยใช้แบบหลายขั้นตอน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ใช้สหสัมพันธ์ สเปียร์แมน


            ผลการศึกษาพบว่า ผู้เข้าร่วมการวิจัย มีอายุเฉลี่ย 69 ปี เป็นเพศหญิง ร้อยละ 57.6 มีญาติสายตรงที่ป่วยเป็นความดันโลหิตสูงร้อยละ 59.8 ส่วนใหญ่มีระดับดัชนีมวลกายในระดับเกินน้ำหนักเกินร้อยละ 46.1และร้อยละ 47.2 ป่วยเป็นโรคเรื้อรังอื่น ๆ ร่วมด้วย ปัจจัยนำด้านการรับรู้ความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลางร้อยละ 69.3 ปัจจัยเสริมด้านแรงสนับสนุนทางสังคม ส่วนใหญ่อยู่ในระดับต่ำ ร้อยละ 40.8 และปัจจัยเอื้อด้านการเข้าถึงบริการ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับสูง ร้อยละ 44.4 ปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อและปัจจัยเสริมมีความสัมพันธ์กันเชิงบวก โดยเฉพาะปัจจัยเอื้อและปัจจัยเสริมมีขนาดความสัมพันธ์กันสูงสุด (r=0.266) พฤติกรรมการบริโภคอาหารและพฤติกรรมการออกกำลังกายแบบยืดเหยียด มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อและปัจจัยเสริมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ <0.05 พบว่าผู้ที่สูบบุหรี่ มีความสัมพันธ์เชิงลบกับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร (r=-0.102) การใช้ยา (r=-0.078)  และการจัดการความเครียด (r=-0.159) และพบว่าผู้ที่ดื่มสุรา มีปัจจัยเชิงบวกกับการสูบบุหรี่ (r=0.109) การออกกำลังกายแบบยืดเหยียด(r=0.079)และการเคลื่อนไหวออกแรง (r=0.147) และมีความสัมพันธ์เชิงลบกับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร (r =-0.104) โดยปัจจัยส่วนบุคคลด้านอายุมีความสัมพันธ์กับปัจจัยอื่น ๆ มากที่สุด ดังนั้นการสร้างโปรแกรมสุขศึกษาและส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรมที่ออกแบบ ควรคำนึงถึงปัจจัยนำการรับรู้ความเสี่ยง ปัจจัยเสริมได้แก่แรงสนับสนุนทางสังคม และปัจจัยเอื้อ ได้แก่การเข้าถึงบริการ และคำนึงถึงความแตกต่างกันของสถานะสุขภาพส่วนบุคคล ขั้นตอนและวิธีการส่งเสริมสุขภาพ ตามความเหมาะสมเช่น กลุ่มอายุของผู้สูงอายุ

Article Details

ประเภทบทความ
Articles