ประสิทธิผลของโปรแกรมการประยุกต์ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเองร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมต่อพฤติกรรมการเลิกสูบบุหรี่ของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

ผู้แต่ง

  • ชนกนันท์ รักษาสนธิ์ นักศึกษาหลักสูตร วท.ม. (สาธารณสุขศาสตร์) สาขาวิชาสุขศึกษาและส่งเสริมสุขภาพ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • มณฑา เก่งการพานิช ภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • ศรัณญา เบญจกุล ภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • ธราดล เก่งการพานิช ภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

คำสำคัญ:

โปรแกรมสุขศึกษา, การเลิกบุหรี่, ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง, ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเอง, แรงสนับสนุนทางสังคม

บทคัดย่อ

     การสูบบุหรี่เป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่นำไปสู่การเกิดโรคเรื้อรัง และเพิ่มความรุนแรงของโรคหัวใจหลอดเลือด โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการประยุกต์ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเองร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมต่อพฤติกรรมการเลิกสูบบุหรี่ของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่ายได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 62 คน แบ่งเป็น กลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบกลุ่มละ 31 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมสุขศึกษาซึ่งออกแบบโดยประยุกต์ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเองและแรงสนับสนุนทางสังคม จำนวน 6 ครั้ง รวมระยะเวลา 12 สัปดาห์ เก็บรวบรวมข้อมูลก่อนและหลังโดยใช้แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ Chi-square test, Paired t-test, Independent t-test และ Z-test 

     ผลการศึกษาพบว่า หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีการเปลี่ยนแปลงความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของการสูบบุหรี่ที่มีต่อโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้นกว่าก่อนการทดลอง และมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.01) มีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถของตนเองในการเลิกสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นและมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ (p=0.003) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ความคาดหวังในผลดีของการเลิกสูบบุหรี่ในช่วงก่อนการทดลองและหลังการทดลองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) และหลังการทดลอง กลุ่มทดลองสามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ ร้อยละ 32.3  สรุปได้ว่า โปรแกรมสุขศึกษาสามารถช่วยเลิกบุหรี่ในผู้ป่วยโรคเรื้อรังนี้มีประสิทธิผลที่สมควรนำกิจกรรมของโปรแกรมนี้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดกระบวนการช่วยเลิกสูบบุหรี่ในสถานบริการสาธารณสุขได้

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2020-05-07

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย