ประสิทธิผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร และการออกกำลังกายในนักเรียนประถมศึกษาที่มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน ในจังหวัดอ่างทอง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร และการออกกำลังกายในนักเรียนประถมศึกษาที่มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน จังหวัดอ่างทอง กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จังหวัดอ่างทอง ที่มีภาวะโภชนาการเริ่มอ้วนและอ้วน สุ่มตัวอย่างแบบเลือกแบบเจาะจง ซึ่งคำนวณหาขนาดตัวอย่างได้กลุ่มทดลองจำนวน 43 คน เข้าร่วมโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกายโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการเรียนรู้และทฤษฎีการวางเงื่อนไขด้วยการกระทำ การจัดโปรแกรมใช้ระยะเวลา 6 สัปดาห์ มีกิจกรรมเสริมสร้างความรู้โดยการบรรยายประกอบสื่อสไลด์ วีดีโอ สาธิตและฝึกทักษะในการเลือกบริโภคอาหารตามโซนสี ฝึกปฏิบัติกิจกรรมทางกาย เสริมสร้างแรงจูงใจด้วยการสะสมสติกเกอร์ เพื่อแลกรางวัลตามกติกาที่ตกลงกัน และใช้การสนับสนุนทางสังคมจากครู ผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในการกระตุ้นเตือนและชื่นชม กิจกรรมชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ประเมินภาวะโภชนาการของตนเองและให้คำแนะนำรายบุคคลตามแบบการประเมินในสมุดบันทึกประจำตัวการควบคุมภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนในเด็กวัยเรียน ฝึกแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในกลุ่มทดลองที่มีผลการปฏิบัติตนที่ดีตามเป้าหมายที่กำหนด รวบรวมข้อมูลก่อนและหลังการทดลองด้วยแบบสัมภาษณ์และการประเมินภาวะโภชนาการ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Paired t- test
ผลการทดลองพบว่า หลังได้รับโปรแกรมกลุ่มทดลองมีภาวะโภชนาการที่ดีขึ้นกว่าก่อนได้รับโปรแกรม ดังนี้ภาวะอ้วนลดลงจาก ร้อยละ 72.1 เป็นร้อยละ 65.1 ภาวะเริ่มอ้วนลดลงจาก ร้อยละ 27.9 เป็นร้อยละ 25.6 และพบว่าภาวะท้วมและภาวะสมส่วนเพิ่มขึ้น ด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกายพบว่าก่อนและหลังได้รับโปรแกรมมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 7.4 และ 15.0 ตามลำดับ คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05)
ดังนั้น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและครูสามารถนำโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกายนี้ไปใช้ในการพัฒนาและส่งเสริมภาวะโภชนาการในเด็กนักเรียนประถมศึกษา และควรใช้การให้กำลังใจ คำชมเชย กระตุ้นเตือน หรือของรางวัลแก่เด็ก การใช้คำพูดชักจูง และให้ความเชื่อมั่นกับเด็กอย่างต่อเนื่อง