ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงของผู้ดูแลผู้สูงอายุ ในโครงการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวด้านสาธารณสุข จังหวัดอ่างทอง

Main Article Content

Kanya Sriprayoon

บทคัดย่อ

            การวิจัยเชิงพรรณนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมของผู้ดูแลผู้สูงอายุในโครงการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ผ่านการอบรม 70 ชั่วโมง หลักสูตรกรมอนามัย และอยู่ในพื้นที่เข้าร่วมโครงการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ปี 2560 ในจังหวัดอ่างทอง ทั้งหมดจำนวน 47 คน การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม ประกอบด้วย ลักษณะส่วนบุคคล ความรู้ในการดูแลผู้สูงอายุ เจตคติในการดูแลผู้สูงอายุ และพฤติกรรมในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญและทดสอบความเชื่อมั่นโดยวิธีอัลฟาของครอนบาค KR-20 ด้านความรู้ มีค่าเท่ากับ 0.75 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ สถิติพรรณนา ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การทดสอบสมมุติฐานทางสถิติสถิติฟิตเชอร์แอคแซคและการวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัยคุณลักษณะประชากรของกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ เพศ อายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา รายได้ต่อเดือน อาชีพ จำนวนผู้สูงอายุในการดูแล บทบาทก่อนเข้ารับการอบรม ระดับความรู้ในการดูแลผู้สูงอายุ และเจตคติการดูแลผู้สูงอายุ ไม่มีความสัมพันธ์กับการดูแลผู้สูงอายุ (p>0.05)


            สรุปและข้อเสนอแนะ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขควรให้ความรู้ เรื่องการป้องกันภาวะแทรกซ้อนในผู้สูงอายุการสังเกตอาการ เช่น ผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวาน มีอาการใจสั่น เหงื่อออก หน้ามืด ตัวเย็น แสดงว่ามีภาวะน้ำตาลในตัวเลือดต่ำเกินไป เจ้าหน้าที่สาธารณสุขควรประชาสัมพันธ์ช่องทางและวิธีการส่งต่อผู้สูงอายุกรณีที่พบว่ามีเหตุฉุกเฉิน หรือการเจ็บป่วย หรือบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ และควรเลือกผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีเจตคติที่ดี รวมทั้งผู้ดูแลผู้สูงอายุควรมีส่วนร่วมในการวางแผนการดูแลผู้สูงอายุ


 


 


 

Article Details

ประเภทบทความ
Articles