พฤติกรรมการออกกำลังกายของพนักงานโรงงานอุตสาหกรรม กรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวางนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการออกกำลังกายของพนักงาน
โรงงานอุตสาหกรรม กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างเป็นพนักงานโรงงาน จำนวนทั้งสิ้น 403 คน คัดเลือกกลุ่ม
ตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของตัว
แปรด้วยสถิติไคสแควร์
ผลการวิจัย พบว่า พนักงานโรงงานมีพฤติกรรมออกกำลังกาย ร้อยละ 62.3 เมื่อจำแนกตามการออกกำลังกายที่
ถูกต้องในด้านวิธีการ ความถี่ ระยะเวลาและขั้นตอนการออกกำลังกาย พบว่า พฤติกรรมการออกกำลังกายที่ถูกต้อง อยู่ใน
ระดับต่ำ ร้อยละ 36.9 ระดับปานกลาง ร้อยละ 16.1 และระดับสูง ร้อยละ 9.3 โดยพบว่า พนักงานส่วนใหญ่ออกกำลังกาย
1-2 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 63.8 โดยใช้เวลาออกกำลังกาย 11-20 นาที ร้อยละ 45.5 และ 21-30 นาทีขึ้นไป ร้อยละ 36.7 โดยมี
การอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกายร้อยละ 44.6 และมีการผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย ร้อยละ 60.8
สำหรับปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการออกกำลังกายของพนักงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)
ประกอบด้วย ปัจจัยนำ ได้แก่ เพศลักษณะงาน ความพอเพียงของรายได้ การรับรู้ความสามารถของตนเองในการ
ออกกำลังกายและการรับรู้ภาวะสุขภาพ ปัจจัยเอื้อ ได้แก่ การสนับสนุนจากโรงงานอุตสาหกรรมในการจัดเวลา/
กิจกรรมการออกกำลังกาย การจัดอุปกรณ์/สถานที่ออกกำลังกาย และการมีอุปกรณ์/สถานที่การออกกำลังกาย
บริเวณที่พักอาศัย ปัจจัยเสริม ได้แก่ การได้รับแรงสนับสนุนทางสังคมจากบุคคลต่าง ๆ ได้แก่ บุคคลในครอบครัว
พ่อ แม่/พี่ น้อง เพื่อน เพื่อนร่วมงานและเจ้าหน้าที่สุขภาพ ผู้ประกอบการโรงงานควรมีนโยบายในการส่งเสริมการ
ออกกำลังกายในสถานประกอบการ และมีการสนับสนุนทั้งด้านข้อมูลข่าวสาร อุปกรณ์และเวลา