ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 จังหวัดสุพรรณบุรี

Main Article Content

Sutheera BoonTam
Manirat Therawiwat
Supreya Tansaku
Nirat Imamee

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแล
ตนเองของผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ทั้งเพศชายและหญิง ที่มีอายุระหว่าง 25 ปีขึ้นไป ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์
ว่าเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน การคัดเลือกตัวอย่างใช้วิธีการสุ่มอย่างง่ายโดยสุ่มจาก
รายชื่อผู้ป่วยเบาหวานที่เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 357 คน
รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย สถิติทดสอบ
ไคสแควร์ และสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัย พบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเองด้าน
การรับประทานยาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติได้แก่ ความรู้เรื่องการดูแลตนเอง (r=0.303, p<0.001) การรับรู้ความ
รุนแรงของภาวะแทรกซ้อน(r=0.353, p<0.001) การรับรู้ความสามารถตนเอง (r=0.381, p<0.001) ความคาดหวัง
ในผลดี (r=0.228, p<0.001) ส่วนปัจจัยที่พบว่ามีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านการบริโภคอาหาร
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติได้แก่ อายุ (r=0.158, p=0.003) สถานภาพสมรส (2=7.912, p=0.019) การรับรู้ความ
รุนแรงของภาวะแทรกซ้อน(r=0.117, p<0.001) การรับรู้ความสามารถตนเอง (r=0.381, p=0.027) ความคาดหวัง
ในผลดี (r=0.292, =<0.001) และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการการดูแลตนเองด้านออกกำลังกายอย่าง
มีนัยสำคัญทางสถิติได้แก่ สถานภาพสมรส (2=13.669, p=0.008) ระดับการศึกษา (2=26.437, p=<0.001)
อาชีพ (2=27.245, p=<0.001) ความรู้เรื่องการดูแลตนเอง (r=0.146, p=0.006) การรับรู้ความรุนแรงของ
ภาวะแทรกซ้อน(r=0.106, p=0.045) การรับรู้ความสามารถตนเอง (r=0.243, p<0.001) ความคาดหวังในผลดี
(r=0.257, p<0.001) ข้อเสนอแนะสำหรับโรงพยาบาลที่ให้บริการผู้ป่วยเบาหวาน ควรมีการจัดกิจกรรมส่งเสริม
ความรู้เรื่องโรคเบาหวานและการดูแลตนเองที่เน้นการสร้างการรับรู้ความสามารถในการดูแลตนเองให้ผู้ป่วย

Article Details

ประเภทบทความ
Articles