อิทธิพลของปัจจัยทางสังคมต่อพฤติกรรมการสูบบหุรี่ ของทหารกองประจำการในเขตภาคเหนือของประเทศไทย

Main Article Content

Santi Winaitham
Sukhontha Siri
Natnaree Aimyong

บทคัดย่อ

ปัจจุบันมีจำนวนผู้สูบบุหรี่มากถึง 1 ใน 3 ของประชากรทั่วโลก การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเจ็บป่วยเรื้อรังอื่นๆและการเสียชีวิต ชายไทยที่มีอายุระหว่าง 19-24 ปี มีแนวโน้มการสูบบุหรี่เพิ่มมากขึ้น การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยทางสังคมที่มีผลต่อพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ในกลุ่มของชายไทยที่เข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการในเขตภาคเหนือของประเทศไทย เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามในกลุ่มตัวอย่างจำนวน 509 คน ผลการศึกษาจากการวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณาและการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกพหุกลุ่ม พบว่า มีจำนวนคนที่ไม่เคยสูบบุหรี่ คนที่สูบบุหรี่ในปัจจุบัน คนที่เคยลองหรือเลิกสูบแล้ว ร้อยละ 41.65, 30.45 และ 27.90 ตามลำดับ สำหรับปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการสูบบุหรี่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ การมีสมาชิกในกลุ่มเพื่อนสูบบุหรี่ (OR = 5.95) การสูบบุหรี่ของสมาชิกในครอบครัว (OR = 2.16) การดื่มแอลกกอฮอล์ (OR = 1.80) การมีอาชีพก่อนเข้ารับราชการ (OR = 1.73) และทัศนคติเชิงบวกต่อการสูบบุหรี่ (OR = 1.56) โดยปัจจัยทางสังคมเป็นปัจจัยเชิงบวกที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มที่มีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ในปัจจุบัน ดังจะเห็นได้จากค่า Odd ratio เกี่ยวกับปัจจัยทางสังคมระหว่าง model 1 กับ model 2 ที่มีระดับเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนใน model 2 (model 1; การมีสมาชิกในกลุ่มเพื่อนสูบบุหรี่ (OR = 2.85), การสูบบุหรี่ของสมาชิกในครอบครัว (OR = 1.55))

Article Details

ประเภทบทความ
Articles