Effects of Health Literacy Program with Social Media for Obesity Prevention among Overweight in Personnel Health Promoting Center 7th Khon Kaen
Keywords:
Health Literacy, Social Media, Obesity Prevention, OverweightAbstract
This quasi-experimental study aimed to assess the effects of health literacy program with social media for obesity prevention in overweight personnel in Health Promoting Center (HPC) in Thailand. The sample was randomized by multistage and inclusion criteria were set. An experimental group was overweight personnel in the 7th HPC, Khon Kaen province. A comparison group was overweight personnel in the 9th HPC, Nakhon Ratchasima. The experimental and the comparison groups were 35volunteers per group. The experimental group received a health literacy program including lecture from the researcher, group discussion, knowledge and information via media and social media activities by close FACEBOOK.The control group normally received the health education information by health service staff. The duration of the program was 12 weeks. Comparative mean difference within and between groups were analyzed by using paired t-test and independent t-test at 95% confidence interval.
The results showed that, after the experiment, the experimental group had significantly mean scores of health literacy in term of accessibility, knowledge, communication, decision making, self-management, and literacy media about obesity prevention higher than before intervention and higher than the control group. (p-value<0.05). Especially, the mean scores of waist, body mass index, and body fat percentage of the experimental group had significantly lower than before the experiment and lower than the control group (p-value<0.05).
References
กระทรวงสาธารณสุข. (2561). แบบประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพตาม 3อ.2ส. ฉบับปรับปรุงปี 2561. http://www.hed.go.th/linkhed/file/557
กฤษณาพร ทิพย์กาญจนเรขา, ศิริธร ยิ่งเรงเริง, จันทิมา เขียวแก้ว, กันยารัตน์ อุบลวรรณ, เนติยา แจ่มทิม, & วรนาถ พรหมศวร. (2560). พฤติกรรมการแสวงหาข้อมูลสุขภาพจากสื่อออนไลน์และสื่อสังคมของผู้สูงอายุตามระดับการรับรู้ภาวะสุขภาพ. วารสารทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 11, 12-21.
คณิตา จันทวาส, ชนัญชิดาดุษฎี ทูลศิริ, & สมสมัย รัตนากรีฑากุล .(2559). ผลของโปรแกรมการกำกับตนเองต่อพฤติกรรมการลดน้ำหนักและน้ำหนักตัว ของบุคลากรสาธารณสุขหญิงที่มีภาวะน้ำหนักเกิน. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 24(3), 83-93.
จันทิมา เขียวแก้ว, ทัศนีย์ เกริกกุลธร, ศิริธร ยิ่งเรงเริง, พนิตนาฎ ชำนาญเสือ, & พรเลิศ ชุมชัย. (2560). การใช้สื่อสังคมออนไลน์ และการรู้สารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ด้านสุขภาพของแรงงานกัมพูชาในประเทศไทย. วารสารวิจัยสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ, 10(1), 43-45.
จุฬาภรณ์ โสตะ. (2546). กลยุทธ์การพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ. ขอนแก่น: ภาควิชาสุขศึกษา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัย ขอนแก่น.
นงลักษณ์ แก้วทอง, ลักขณา เติมศิริกุลชัย, ประสิทธิ์ ลีระพันธ์, ธราดล เก่งการพานิช, & ขวัญเมือง แก้วดำเกิง. (2557). ความแตกฉานด้านสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านหนองหอย จังหวัดสระแก้ว. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชนนี กรุงเทพ, 30(1), 45-56.
นุชราภรณ์ เลี้ยงรื่นรมย์, ฐิติภรณ์ ตวงรัตนานนท์, ฐิติกร โตโพธิ์ไทย, ชมพูนุท โตโพธิ์ไทย, สุพล ลิมวัฒนานนท์, & จุฬาภรณ์ ลิมวัฒนา. (2561). ความแตกต่างของการใช้พลังงานจากกิจกรรมทางกายระหว่างคนเมือง/คนชนบทในประเทศไทย: ข้อมูลจากการสำรวจอนามัยและสวัสดิการ พ.ศ. 2558. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 12(1), 27-41.
ประภัสสร งาแสงใส, ปดิรดา ศรสียน, & สุวรรณา ภัทรเบญจพล. (2557). กรณีศึกษาความฉลาดทางสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน. วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน, 9(ฉบับพิเศษ), 82-87.
เปรมยศ เปี่ยมนิธิกุล, อดุลย์ บัณฑุกุล, & สุธีร์ รัตนะมงคลกุล. (2556). ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน กับการลาป่วยของคนงานโรงงาน ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แห่งหนึ่ง. วารสารการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 20(1), 21-28.
พิชิต วิจิตรบุญยรักษ์. (2554). สื่อสังคมออนไลน์: สื่อแห่งอนาคต. วารสารนักบริหาร, 31(4), 99-103.
เพ็ญพนอ พ่วงแพ. (2559). การศึกษาพฤติกรรมการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ของนักศึกษาวิชาชีพครู คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. Varidian E-Journal, Silpakorn University ฉบับภาษาไทย มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ, 9(2), 946-956.
ภาพพิมพ์ พรหมวงศ์ชาญชัย, & ขันติศิริสมบัติ อ่อนศิริ. (2560). ผลของการออกกำลังกายแบบแอโรบิกเพื่อลดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายของนักเรียนหญิง อายุ 13 ปี โรงเรียนคำเตยอุปถัมภ์ จังหวัดนครพนม. วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์, 32(1), 108-116