ปัจจัยที่มีผลต่อการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงในชุมชน ของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ จังหวัดขอนแก่น
คำสำคัญ:
ผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง, คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอบทคัดย่อ
สถานการณ์ปัญหาสุขภาพจิตในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อความรุนแรง ซึ่งควรได้รับการดูแลด้วยภาคีเครือข่ายของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ(พชอ.) ซึ่งจะต้องมีกระบวนการทำงานที่เป็นระบบและยังต้องอาศัยองค์ความรู้ที่จำเป็นในการดูแลผู้ป่วยจิตเวช การศึกษาที่ผ่านมาส่วนใหญ่ศึกษาในระดับผู้ปฏิบัติงานเฉพาะวิชาชีพทางด้านสาธารณสุขหรือในผู้ป่วย ขณะที่การศึกษาในบริบทของคณะกรรมการ พชอ. ยังมีจำกัด จึงเกิดช่องว่างของการศึกษาในบริบทของคณะกรรมการ พชอ. ที่อาจมีผลต่อประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยจิตเวช การวิจัยแบบภาคตัดขวางครั้งนี้มีจึงวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ กลุ่มตัวอย่าง คือ คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอในจังหวัดขอนแก่น จำนวน 125 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่ 1–30 พฤศจิกายน 2568 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05
ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีกระบวนการบริหารในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.39 (S.D.=0.40) ความรู้เกี่ยวกับผู้ป่วยจิตเวชในระดับมาก (Mean = 4.54, S.D.=0.34) และการดูแลผู้ป่วยจิตเวชในระดับมาก (Mean=4.25, S.D.=0.37) และพบว่ากระบวนการบริหาร ด้านการจัดการองค์กร (B=0.419, 95%CI: 0.359 to 0.478) การควบคุมกำกับ (B=0.449, 95%CI: 0.366 to 0.532) การจัดการบุคลากร (B=0.340, 95%CI: 0.262 to 0.419) และการสั่งการ (B= -0.476, 95%CI:
-0.609 to -0.344) โดยสามารถร่วมกันพยากรณ์และมีผลต่อการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงในชุมชน ของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ ได้ร้อยละ 84.4 (R2=0.834)
ดังนั้น คณะกรรมการคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับควรให้ความสำคัญต่อกระบวนการบริหารจัดการ โดยเฉพาะ ด้านการจัดการองค์กร การควบคุมกำกับและติดตามผลอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต. (2561). แผนพัฒนาสุขภาพจิตแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2561–2580). ค้นเมื่อ 10 มิถุนายน 2568, จาก https://dmh-elibrary.org/items/show/450
กรมสุขภาพจิต. (2565). แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) ของกรมสุขภาพจิต. ค้นเมื่อ 13 มิถุนายน 2568, จาก https://dmh.go.th/intranet/view.asp?id=4444
กรมสุขภาพจิต. (2566). มาตรฐานการปฏิบัติงาน: การดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง (SMI-V). กรุงเทพฯ: บียอนด์ พับลิชชิ่ง.
กระทรวงสาธารณสุข. (2567). การดำเนินงานเพื่อการบำบัดดูแลผู้ป่วยยาเสพติดอย่างมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Based Treatment and CBTx) ภายใต้กลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.). นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.
กิตติ เหล่าสุภาพ, & ธานินทร์ ไชยานุกล. (2565). ปัจจัยการบริหารและกระบวนการบริหารที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพแห่งประเทศไทย, 4(2), 67–76.
จุฬาลักษณ์ นิลอาธิ, & เนาวรัตน์ สิงห์สนั่น. (2564). บทบาทของพยาบาลจิตเวชชุมชนเพื่อเสริมสร้างพลังสุขภาพจิตในผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภทที่ได้รับการวินิจฉัยครั้งแรก. วารสารพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยสยาม, 22(43), 103-113.
ณัฐดนัย โคตรบรรเทา, มกรพันธุ์ จุฑะรสก, & ประจักร บัวผัน. (2566). ปัจจัยทางการบริหารและปัจจัยแห่งความสำเร็จที่มีผลต่อการปฏิบัติงานคลินิกหมอครอบครัว หน่วยบริการปฐมภูมิ และเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในจังหวัดนครราชสีมา. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9, 17(2), 645-661.
ทิพย์ภา เชษฐ์เชาวลิต, วิลาวรรณ คริสต์รักษา, ดำรงค์ แวอาลี, & สุนันทา เศรษฐวัชราวนิช. (2560). ความต้องการของผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่บ้านในสถานการณ์ความไม่สงบในชายแดนใต้. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย 2560, 62(4), 323-336.
ธงชัย ปัญญูรัตน์. (2565). ผลของรูปแบบการพัฒนาคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 15(2), 133-144.
ธมลวรรณ สีนาค. (2560). ปัจจัยทำนายความสามารถในการดูแลของผู้ดูแลผู้สูงอายุที่เป็นโรคซึมเศร้า. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
ธิชามณฑน์ สวนกระจ่าง, วินีกาญจน์ คงสุวรรณ, & อรวรรณ หนูแก้ว. (2565). ปัจจัยทำนายความสามารถในการปฏิบัติเพื่อการดูแลของผู้ดูแลผู้ติดสารเสพติด ที่มีอาการทางจิตร่วม. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 10(2), 1-14.
นริศรา นิลละออง. (2559). กระบวนการบริหารงานที่มีผลต่อการปฏิบัติงานในการดำเนินงานหมอครอบครัวของผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในจังหวัดขอนแก่น. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารสาธารณสุข บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
นันท์พญาน์ พิมพ์บุตร, & นิตยา ฤทธิ์ศรี. (2568). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง ด้วยการระดมพลังทางสังคมร่วมกับการจัดการรายกรณี อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 22(2), 177-192.
นุสรา นามเดช, ดวงดาว อุบลแย้ม, & นงคาร รางแดง. (2565). ปัจจัยทำนายความมั่นใจในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชของบุคลากรทางสุขภาพในหน่วยบริการปฐมภูมิ. วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล, 28(2). e 259001.
ปิยะพงษ์ บุษบงก์, & พบสุข ช่ำชอง.(2561). การให้ความสำคัญกับเครือข่ายในทางนโยบายสาธารณะและการ บริหารจัดการ: มุมมองเชิงวิพากษและกรอบการวิเคราะห์สำหรับข้ามพ้นสัญญะที่กลวงเปล่า. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 14(2), 113-136.
พีรญา วันนา, & นพรัตน์ เสนาฮาด. (2568). ปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ จังหวัดชัยภูมิ. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 45(1), e16418.
รัศมี ชุดพิมาย. (2565). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังกลุ่มเสี่ยงในชุมชนด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9, 16(3), 851-867.
วุฒินันต์ สุดบอนิจ. (2565). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ จังหวัดยโสธร. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา, 7(1), 89–95.
สมพงษ์ สุรักษ์, & รุจิรา อำพันธ์. (2567). การพัฒนาระบบเครือข่ายเพื่อดูแลผู้ป่วยจิตเวชโดยใช้การมีส่วนร่วมของ พชอ. ตำบลตาอุด อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิจัยและพัฒนาสุขภาพศรีสะเกษ, 3(4), 16–23.
สำนักงานเขตสุขภาพที่ 7 (2566). รายงานผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566. ขอนแก่น: สำนักงานเขตสุขภาพที่ 7.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น (2568). จำนวนคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) จังหวัดขอนแก่น. ขอนแก่น: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น. (2566). เอกสารสรุปผลการดำเนินงานตามประเด็นการตรวจราชการ จังหวัดขอนแก่น ปีงบประมาณ 2566.ขอนแก่น: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น.
สำนักนายกรัฐมนตรี. (2561). พระราชบัญญัติสุขภาพจิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561. ค้นเมื่อ 16 มิถุนายน 2568, จาก https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/E/054/1.PDF
อโนชา ทัศนาธนชัย, พิชามญช์ ปุณโณทก, วรรณรัตน์ ลาวัง, สุรภา สุขสวัสดิ์, & รัชนี สรรเสริญ. (2565). ปัจจัยทำนายความพร้อมในการดูแลผู้ที่เจ็บป่วยทางจิตเวชของญาติผู้ดูแล จังหวัดชลบุรี. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 28(2), 106-121.
อรรถวิทย์ วงศ์มณี, & กิตติ เหล่าสุภาพ. (2565). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการปฏิบัติตามบทบาทของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอในเขตสุขภาพที่ 10. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 15(3), 169-183.
อรุณ จิรวัฒน์กุล. (2558). สถิติทางวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์.
Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates.
Weirich, H., & Koontz, H. (1993). Management: A global perspective. New York: McGraw-Hill.
World Health Organization. (2022). Mental disorders. Retrieved June 16, 2025, from https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/mental-disorders
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.