ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย

ผู้แต่ง

  • จักรีวรรณ เหลืองาม นักศึกษาหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • พรพิมล ชูพานิช สาขาวิชาการบริหารสาธารณสุข การส่งเสริมสุขภาพ โภชนาการ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

คำสำคัญ:

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ, พฤติกรรมการบริโภค, นักศึกษาปริญญาตรี

บทคัดย่อ

ปัจจุบันการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบทำให้หลายคนรับประทานอาหารไม่เพียงพอหรือไม่ครบถ้วน ส่งผลให้ความนิยมในการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักศึกษาระดับอุดมศึกษา การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ และหาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรม
การบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพในนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 396 คน ทำการสุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่างๆ กับพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพด้วยสถิติการวิเคราะห์ถดถอยโลจิสติกพหุตัวแปร นำเสนอผลด้วยค่าอัตราส่วนโอดส์พร้อมด้วย
ค่าช่วงเชื่อมั่นร้อยละ 95

ผลการศึกษา พบว่า ตัวอย่างมีพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ ร้อยละ 68.43 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่นิยมบริโภคมากที่สุด คือ วิตามิน ร้อยละ 51.26 รองลงมา คือ คอลลาเจน ร้อยละ 41.41 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์
เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ ได้แก่ คณะที่ศึกษา รายได้เฉลี่ยต่อเดือน และระดับของปัจจัยเอื้อ โดยเมื่อเปรียบเทียบกับนักศึกษาคณะครุศาสตร์ พบว่า นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีโอกาสบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพมากกว่า 2.73 เท่า (95% CI: 1.43-5.19) คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 2.87 เท่า (95% CI: 1.51-5.48) คณะวิทยาการจัดการ 3.36 เท่า (95% CI: 1.65-6.81) และคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 9.03 เท่า (95% CI: 1.93-42.11) ตามลำดับ นักศึกษาที่มีรายได้ตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไปมีโอกาสบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพมากกว่ากลุ่มที่มีรายได้น้อยกว่า 5,000 บาท 2.04 เท่า (95% CI: 1.28-3.25) กลุ่มที่มีระดับปัจจัยเอื้อปานกลางและสูงมิโอกาสบริโภคเพิ่มขึ้น 4.48 เท่า (95% CI: 1.69-10.25) และ 6.06 เท่า (95% CI: 2.46-14.91) ตามลำดับ ดังนั้น การส่งเสริมให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์
เสริมอาหารอย่างปลอดภัยและเหมาะสมในกลุ่มนักศึกษาจึงมีความจำเป็น

เอกสารอ้างอิง

จุฑามาศ แก้วจันดี, เบญญาภา หลงชิณ, & รจรินทร์ สิทธิโสม. (2567). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของนักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษากาแพทย์และสุขภาพ, 9(2), 636-643.

จารุวรรณ พึ่งบุญ, กิตติศักดิ์ ศรีสุข, & กรรณิการ์ รุ่งราตรี. (2565). พฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ของนิสิตพยาบาล มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 15(1), 1-17.

ชุติมา ดวงขันธ์, & เบญจา มุกตพันธุ์. (2558). พฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในนักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะทางด้านสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น, 22(2), 29-40.

บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. (2553). เทคนิคการสร้างเครื่องมือรวบรวมข้อมูลสำหรับการวิจัย. กรุงเทพฯ: ศรีอนันต์การพิมพ์.

สำนักคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข. (2566). คู่มือการขออนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร. กรุงเทพฯ: องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์.

อรุณ จิรวัฒน์กุล. (2558). สถิติทางวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อการวิจัย. กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์.

Alfawaz, H. A., Khan, N., AlOteabi, N., Hussain, S. D., & Al-Daghri, N. M. (2017). Factors associated with dietary supplement use in Saudi pregnant women. Reproductive Health, 14(1), 104.

Best, J. W. (1997). Research in education (7th ed.). Boston: Allyn and Bacon.

Chen, F., Du, M., Blumberg, J. B., Chui, K. K. H., Ruan, M., Rogers, G. T., et al. (2019). Association among dietary supplement use, nutrient intake, and mortality among US adults: A cohort study. Annals of Internal Medicine, 170(9), 604–613.

Elsahoryi, N., Al-Sawalha, N. A., Al-Zumot, A. F., Al-Maaitah, O. H., Abuteen, B., & Al-Maqably, A. A. (2023). Prevalence and correlates of dietary supplement use among university students in Jordan: A cross-sectional study. BMC Nutrition, 9(1), 13.

Green, L. W., & Kreuter, M. W. (2005). Health program planning: An educational and ecological approach Volume. 4. New York: McGraw-Hill.

Green, L. W., Gielen, A. C., Ottoson, J. M., Peterson, K. E., & Kreuter, M. W. (2022). Health program planning, implementation, and evaluation: An applied approach. Baltimore: Jones & Bartlett Learning.

Huang, L., Yoo, H. J., Abe, S., & Yoon, J. (2023). Dietary supplement use and its related factors among Chinese international and Korean college students in South Korea. Nutrition Research and Practice, 17(2), 341-355.

Islam, M. A., Al-Karasneh, A. F., Rizvi, M., Nisa, Z. U., Albakheet, A. M., Alshagawi, M. A., et al. (2021). Prevalence, reasons, and determinants of dietary supplements use among undergraduate female students of health and non-health colleges in a Saudi public university. PloS One, 16(3), e0247295.

Knapik, J. J., Trone, D. W., Steelman, R. A., Farina, E. K., & Lieberman, H. R. (2021). revalence of and factors associated with dietary supplement use in a stratified, random sample of US Military Personnel: The US Military dietary supplement use study. The Journal of Nutrition, 151(11), 3495-3506.

Kobayashi, M., Sato, M., Umegaki, K., & Chiba, T. (2017). Supplement use among university students in Japan: A cross-sectional study. Journal of Nutritional Science, 6, e25.

Kotler, P., & Armstrong, G. (2020). Principles of marketing (10th ed.). Pearson Education.

Vidović, B., Đuričić, B., Odalović, M., Milošević Georgiev, A., & Tadić, I. (2022). Dietary supplements use among Serbian undergraduate students of different academic fields. International Journal of Environmental Research and Public Health, 19(17), 11036.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-20

รูปแบบการอ้างอิง

เหลืองาม จ. ., & ชูพานิช พ. (2026). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 19(1), 77–87. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/kkujphr/article/view/284015

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ