ภาวะสุขภาพและพฤติกรรมการดูแลสุขภาพสุขภาพของผู้สูงอายุ อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี
Abstract
งานวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุในด้านต่างๆ ไดแก พฤติกรรมสุขภาพด้านการรับประทานอาหาร พฤติกรรมสุขภาพด้านการออกกำลังกาย และพฤติกรรมสุขภาพด้านการจัดการความเครียด เปรียบเทียบพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุอำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลบุคคล ไดแก เพศ อายุ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส รายได และความพอเพียงของรายไดที่แตกต่างกัน กลุ่มตัวอย่างได้แก่ประชาชนอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่อยู่อาศัยในเขตอำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี จำนวน 355 คน ได้มาโดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (simple random sampling) ในแต่ละหมู่บ้าน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่ม ใช้การทดสอบค่าที (t - test) และความแปรปรวนทางเดียว (One - way ANOVA) ผลการวิจัยพบว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นเพศชาย จำนวน 191 คน คิดเป็นร้อยละ 53.80 อายุส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 65 - 69 ป จำนวน 112 คน คิดเป็นร้อยละ 31.55 การศึกษาส่วนใหญ่อยู่ในระดับประถมศึกษา จำนวน 310 คน คิดเป็นร้อยละ 87.32 สถานภาพสมรสของส่วนใหญ่สถานภาพคู จำนวน 225 คน คิดเป็นร้อยละ 63.38 รายไดของผู้สูงอายุส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 1,001 – 2,000 บาท จำนวน 112 คน คิดเป็นร้อยละ 34.37 ความเพียงพอของรายได้ส่วนใหญ่เพียงพอ จำนวน 306 คน คิดเป็นร้อยละ 86.20 ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไมมีโรคประจำตัว จำนวน 207 คน คิดเป็นร้อยละ 58.31 ผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมสุขภาพผู้สูงอายุโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (= 2.33) ข้อมูลส่วนบุคคลอันได้แก่เพศ ความเพียงพอของรายได้ และภาวะการมีโรคประจำตัวต่างกัน มีพฤติกรรมสุขภาพไม่แตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 พฤติกรรมสุขภาพผู้สูงอายุที่มี อายุ ระดับการศึกษา สถานภาพการสมรส รายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกัน มีพฤติกรรมสุขภาพที่แตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ข้อเสนอแนะหน่วยงานในระดับตำบลที่เกี่ยวข้องได้แก่สถานบริการสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุอย่างสม่ำเสมอ การจัดกิจกรรมบางอย่างเช่นการออกกำลังกายอาจจะแบ่งกลุ่มอายุให้เหมาะสมกับวัยและความพร้อมของร่างกาย เช่นการรำไม้พลอง การเล่นเปตอง และควรมีการสนับสนุนให้ผู้สูงอายุให้มีการจัดตั้งชมรมและมีกิจกรรมสม่ำเสมอเพื่อให้ผู้สูงอายุได้พบปะสังสรรค์และมีกิจกรรมร่วมกัน อันจะส่งผลดีในด้านสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2022 Singburi Hospital Journal

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
The published articles are copyrighted by Singburi Hospital.
The statements appearing in each article in this academic journal are the personal opinions of each author and are not related in any way to Singburi Hospital or other hospital personnel. Each author is solely responsible for all contents of their article. If there are any errors, each author alone will be responsible for their own article.
