Journal Information
Editor : Pavitra Wasutaprungsan
Singburi Hospital Journal ยินดีรับเรื่องผลงานทางวิชาการ ที่เป็นความรู้ด้านการแพทย์ และวิชาที่มีความสัมพันธ์กับวิชาแพทย์และการสาธารณสุข เพื่อลงพิมพ์โดยสนับสนุนให้บทความเป็นภาษาไทยแต่มีบทคัดย่อเป็นภาษาอังกฤษ กำหนดออกทุก 4 เดือน ปีละ 3 ฉบับ
ฉบับที่ 1 มกราคม - เมษายน (ต้องส่งต้นฉบับภายในเดือนมกราคม เล่มออกภายใน 30 เมษายน)
ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม (ต้องส่งต้นฉบับภายในเดือนพฤษภาคม เล่มออกภายใน 31 สิงหาคม)
ฉบับที่ 3 กันยายน – ธันวาคม (ต้องส่งต้นฉบับภายในเดือนกันยายน เล่มออกภายใน 31 ธันวาคม)
ดาวน์โหลด
TEMPLATE_บทความวิจัย SHJ (Word)
TEMPLATE_บทความวิจัย SHJ (PDF)
TEMPLATE กรณีศึกษา SHJ (Word)
TEMPLATE กรณีศึกษา SHJ (PDF)
Flow Chart การตีพิมพ์บทความวารสาร SHJ (PDF)
การจัดเตรียมต้นฉบับ
1. พิมพ์ด้วยโปรแกรม Microsoft Word 2010 ขึ้นไป พิมพ์หน้าเดียว 1 คอลัมน์ บนกระดาษขนาด A4 เว้นระยะห่างจากขอบกระดาษด้านบนและซ้ายมือ 2 ซม. และด้านล่างและขวามือ 1.5 ซม. ใส่เลขหน้าตามลำดับที่ด้านล่างกึ่งกลาง รูปแบบอักษร TH Sarabun PSK ตัวอักษรขนาด 14 หัวข้อหลักใช้ตัวหนา ส่งบทความเป็นไฟล์ Word และ PDF (ตาม Template ของวารสาร) ส่งข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์วารสารออนไลน์ https://he01.tci-thaijo.org/index.php/shj/ พร้อมทั้งแจ้งชื่อ-สกุล, เบอร์โทรศัพท์, E-mail และที่อยู่ติดต่อกลับให้ครบถ้วน
2. รูปแบบการเขียนแต่ละเนื้อหามีรายละเอียดแนวทางการปฏิบัติดังนี้
ประกอบด้วย
การอ้างอิงในเนื้อหา
ตัวอย่าง
จากการศึกษาที่ผ่านมาในช่วงแรกของการระบาดทั่วโลก ในปีพ.ศ.2563.ผู้ป่วยในกลุ่มที่.1.และ.2.พบความผิดปกติ จากการถ่ายภาพรังสีทรวงอกครั้งแรกประมาณ 14.7-62%9-10 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หลังจากเวลาผ่านไปประชากรได้รับวัคซีนมากขึ้น พบปอดอักเสบจากการถ่ายภาพรังสีทรวงอกครั้งแรกลดลงในช่วง 2-8.3%11-12 ในส่วนของการติดตามภาพรังสีทรวงอกครั้งที่ 2.ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความรุนแรงตามระดับที่ 1 และ 2 ของ NIH ซึ่งครั้งแรกมีภาพถ่ายรังสีทรวงอกปกติ พบว่ามีปอดอักเสบขึ้นใหม่ 13.7%10 ให้พิจารณาถ่ายภาพรังสีทรวงอกและ/หรือติดตามเป็นราย ๆ ไป ขึ้นกับปัจจัยเสี่ยงที่มีเดิมตามแต่ละบุคคล หรืออาการ อาการแสดง สัญญาณชีพที่มาพบ หรือที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา4,6-8
การอ้างอิงท้ายบท/เล่ม
การอ้างอิงที่อยู่ท้ายบท/เล่มหรือที่เรียกว่า “รายการอ้างอิง” มีหลักการอ้างอิงดังนี้
ดังนี้
ลำดับที่, ชื่อผู้นิพนธ์. ชื่อเรื่อง. ชื่อวารสาร. ปีที่พิมพ์;ปีที่:หน้าแรก-หน้าสุดท้าย.
วารสารภาษาไทยชื่อผู้นิพนธ์ให้ใช้ชื่อเต็มทั้งชื่อและชื่อสกุล ชื่อวารสารเป็นชื่อเต็ม ปีที่พิมพ์เป็นปีพุทธศักราช วารสารภาษาอังกฤษใช้ชื่อสกุลก่อน ตามด้วยอักษรย่อตัวหน้าตัวเดียวของชื่อตัวและชื่อรอง ถ้ามีผู้นิพนธ์มากกว่า 6 คน ให้ใส่ชื่อเพียง 3 คน หรือ 6 คนแรก (สุดแต่คำแนะนำของแต่ละวารสารแล้วตามด้วย et al. (วารสารภาษาอังกฤษ) หรือ และคณะ (วารสารภาษาไทย) ชื่อวารสาร ใช้ชื่อย่อตามแบบของ Index Medicus หรือตามแบบที่ใช้ในวารสารนั้น ๆ เลขหน้าสุดท้ายใส่เฉพาะเลขท้าย ตามตัวอย่างดังนี้
1. เอกสารจากวารสารวิชาการ
2. องค์กรเป็นผู้นิพนธ์
3. ไม่มีชื่อผู้นิพนธ์
4. บทความในฉบับแรก
5. ระบุประเภทของบทความ
6. หนังสือ ตำรา หรือรายงาน
หนังสือหรือตำราผู้นิพนธ์เขียนทั้งเล่ม ลำดับที่. ชื่อผู้นิพนธ์. ชื่อหนังสือ. ครั้งที่พิมพ์. เมืองที่พิมพ์: สำนักพิมพ์; ปีที่พิมพ์.
- หนังสือแต่งโดยผู้นิพนธ์
- หนังสือบรรณาธิการ
- บทหนึ่งในหนังสือหรือตำรา
ลำดับที่. ชื่อผู้นิพนธ์. ชื่อเรื่องใน. ใน: ชื่อบรรณาธิการ, บรรณาธิการ. ชื่อหนังสือ. ครั้งที่พิมพ์. เมืองที่พิมพ์: สำนักพิมพ์; ปีที่พิมพ์. หน้าแรก-หน้าสุดท้าย.
เมื่อบรรณาธิการได้รับต้นฉบับไว้จะแจ้งตอบกลับให้ผู้นิพนธ์ทราบว่า บทความนั้น “แก้ไขก่อนพิจารณาตีพิมพ์” “ตีพิมพ์โดยไม่แก้ไข” หรือ “ไม่ได้รับพิจารณาตีพิมพ์” ตามขั้นตอนการจัดทำวารสาร โดยกองฯจะให้สิทธิ์ผู้ที่ส่งบทความ (Submission) เข้ามาก่อน และได้รับการยอมรับการตีพิมพ์ (Accept) โดยจะเรียงตามลำดับบทความจนครบ 7-8 เรื่อง/ฉบับ และจะนำเรื่องที่ 9 เป็นต้นไป เข้าสู่กระบวนการตีพิมพ์ของฉบับถัดไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งบทความที่ได้รับการพิจารณาตีพิมพ์จะเผยแพร่บทความผ่านระบบวารสารออนไลน์เพียงทางเดียว โดยมีค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ ดังนี้
• ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ (เก็บทุก Submission)
-บุคลากรภายนอกโรงพยาบาล เก็บค่าธรรมเนียม 3,000 บาท/คน
-บุคลากรภายในโรงพยาบาล เก็บค่าธรรมเนียม 2,500 บาท/คน
หมายเหตุ: ในกรณีที่ผู้ส่งบทความได้ชำระค่าธรรมเนียมการส่งบทความเพื่อตีพิมพ์ลงในวารสารฯแล้ว แต่บทความ "ถูกปฏิเสธการตีพิมพ์" จากผู้ทรงคุณวุฒิ/บรรณาธิการ หรือผู้แต่ง“จะขอยกเลิกการตีพิมพ์บทความ” ท่านจะไม่สามารถเรียกคืนค่าธรรมเนียมการส่งบทความได้ เนื่องจากค่าธรรมเนียมที่ชำระมานั้นจะใช้เป็นค่าดำเนินการประเมินคุณภาพบทความ และการชำระค่าธรรมเนียมเพื่อตีพิมพ์ไม่ได้ประกันว่าบทความนั้นจะได้รับการตีพิมพ์ จนกว่าจะผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ/บรรณาธิการ
การแก้ไขบทความเพื่อส่งตีพิมพ์
ผู้นิพนธ์แก้ไขและอธิบายข้อสงสัยตามที่ผู้เชี่ยวชาญและกองบรรณาธิการให้ข้อเสนอแนะให้ครบทุกประเด็น และระบุหรือเน้นข้อความ (Highlight) ว่าได้แก้ไขประเด็นใดบ้างรวมทั้งอธิบายประเด็นที่ไม่ได้แก้ไข ซึ่งกำหนดเวลาการแก้ไขบทความภายใน 2 สัปดาห์