https://he01.tci-thaijo.org/index.php/shj/issue/feed Singburi Hospital Journal 2026-10-16T00:00:00+07:00 บรรณาธิการวารสารโรงพยาบาลสิงห์บุรี singhosp-journal@hotmail.com Open Journal Systems <p>วารสารโรงพยาบาลสิงห์บุรี (Singburi Hospital Journal) มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่และเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ผลงานวิจัย บทความวิชาการ กรณีศึกษา และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับด้านการแพทย์ การพยาบาล เภสัชกรรม การสาธารณสุขและสหสาขาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ รวมถึงการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ในการนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นประโยชน์แก่สหสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาล เป็นวารสารราย 4 เดือน ปีละ 3 ฉบับ ดังนี้</p> <p> ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน<br /> ฉบับที่ 2 พฤษภาคม – สิงหาคม <br /> ฉบับที่ 3 กันยายน – ธันวาคม</p> https://he01.tci-thaijo.org/index.php/shj/article/view/289858 ดัชนีมวลกล้ามเนื้อที่ระดับกระดูกสันหลังเอวข้อที่ 3 จากการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ก่อนการผ่าตัด และความสัมพันธ์กับผลลัพธ์ทางคลินิกในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก 2026-09-14T10:36:36+07:00 สาริน วิเศษ sarinvisase@gmail.com <p>การศึกษาปัจจัยพยากรณ์ทางคลินิกแบบย้อนหลังนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความชุกของภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยที่วินิจฉัยจากเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT-defined sarcopenia) และความสัมพันธ์กับผลลัพธ์หลังผ่าตัดในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก (CRC) จำนวน 170 ราย ที่ได้รับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลสิงห์บุรี ระหว่บางปี พ.ศ. 2563-2567 ประเมิน CT-defined sarcopenia โดยวัดดัชนีมวลกล้ามเนื้อโครงร่างที่ระดับกระดูกสันหลังเอวข้อที่ 3 (L3 SMI) จากภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ก่อนผ่าตัดด้วยวิธี semi-automated segmentation (เกณฑ์วินิจฉัย ≤38.89 cm²/m² ในเพศชาย และ ≤33.28 cm²/m² ในเพศหญิง) ผลลัพธ์ที่ประเมิน ได้แก่ ภาวะแทรกซ้อนตามเกณฑ์ Clavien-Dindo ระยะเวลานอนโรงพยาบาล (LOS) อัตราการรอดชีวิต (OS) และระยะเวลาปลอดโรค (DFS) โดยวิเคราะห์การรอดชีวิตด้วย restricted mean survival time (RMST) ที่ 60 เดือน</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยมีอายุเฉลี่ย 66.6 ± 10.5 ปี และร้อยละ 52.4 เป็นเพศชาย พบความชุกของ CT-defined sarcopenia ร้อยละ 32.4 โดยการวัดมีความเที่ยงระดับดีเยี่ยม (intra-rater ICC = 0.984) กลุ่มที่มี CT-defined sarcopenia มีอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนระดับ ≥2 และ ≥3 สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ (OR 2.53, 95% CI 1.26-5.08; p = 0.008 และ OR 2.22, 95% CI 1.10–4.48; p = 0.024 ตามลำดับ) ส่วนระยะเวลานอนโรงพยาบาลไม่แตกต่างกันระหว่างสองกลุ่ม (11.1 ± 5.9 เทียบกับ 10.7 ± 6.6 วัน; p = 0.710) ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญของ RMST สำหรับ OS (ความแตกต่าง +4.68 เดือน; p = 0.208) และ DFS (ความแตกต่าง -0.31 เดือน; p = 0.945) ดัชนีมวลกายเป็นตัวแปรพื้นฐานเพียงตัวเดียวที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างกลุ่ม (19.6 ± 3.1 เทียบกับ 23.9 ± 4.6 kg/m²; p &lt; 0.001)</p> <p>จากการศึกษา อาจสรุปได้ว่า CT-defined sarcopenia พบได้ประมาณหนึ่งในสามของผู้ป่วย CRC ไทย และสัมพันธ์กับภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดที่ต้องการการรักษา การวัด L3 SMI จากเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ผู้ป่วยได้รับอยู่แล้วตามมาตรฐานการดูแล อาจใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินความเสี่ยงก่อนผ่าตัด ร่วมกับปัจจัยทางคลินิกอื่นในผู้ป่วย CRC อย่างไรก็ตาม ควรมีการศึกษายืนยันเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตามเวชปฏิบัติประจำ</p> 2026-10-16T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 โรงพยาบาลสิงห์บุรี https://he01.tci-thaijo.org/index.php/shj/article/view/291069 ลักษณะทางคลินิกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับสถานะการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ที่กลับมารักษาซ้ำภายใน 90 วัน: การศึกษาย้อนหลังในโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช 2026-09-25T10:06:08+07:00 โศจิรัตน์ วิวัฒน์เจริญกุล sojiratwiwat@gmail.com <p>การกลับเข้ารักษาซ้ำภายใน 90 วัน เป็นปัญหาสำคัญในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (chronic obstructive pulmonary disease: COPD) และสัมพันธ์กับการพยากรณ์โรคที่ไม่ดี และภาระด้านการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเสียชีวิตในผู้ป่วยกลุ่มนี้ ในประเทศไทยยังมีจำกัด การศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบย้อนหลัง (retrospective analytical study) นี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาลักษณะทางคลินิก และปัจจัยที่สัมพันธ์กับสถานะการเสียชีวิตในผู้ป่วย COPD ที่กลับเข้ารักษาซ้ำภายใน 90 วัน โดยทบทวนเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ระหว่าง พ.ศ. 2558–2567 จำนวน 128 ราย ผลลัพธ์ของการศึกษาคือ สถานะการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุที่บันทึกในเวชระเบียน ณ วันสิ้นสุดการเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งผู้ป่วยแต่ละรายมีระยะเวลาถึงวันประเมินสถานะแตกต่างกัน และวิเคราะห์ปัจจัยที่สัมพันธ์กับสถานะการเสียชีวิตด้วย logistic regression</p> <p>ผู้ป่วยมีอายุเฉลี่ย 72.4 ± 9.9 ปี เป็นเพศชายร้อยละ 99.2 มีภาวะน้ำหนักตัวต่ำ 34 ราย (ร้อยละ 26.6) และมีผู้ป่วยที่บันทึกสถานะเสียชีวิต 70 ราย (ร้อยละ 54.7) โดยเป็นสถานะการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุที่บันทึก ณ วันสิ้นสุดการเก็บรวบรวมข้อมูล ไม่ใช่อัตราการเสียชีวิตภายใน 90 วันหรือการเสียชีวิตเฉพาะระหว่างนอนโรงพยาบาล เมื่อวิเคราะห์พหุตัวแปร โดยปรับอายุ ค่า FEV1 % predicted การสูบบุหรี่ จำนวนอีโอซิโนฟิลสัมบูรณ์ (absolute eosinophil count: AEC) และโรคเบาหวาน พบว่าภาวะน้ำหนักตัวต่ำ ซึ่งกำหนดจากดัชนีมวลกาย (body mass index: BMI) &lt;18.5 kg/m² เป็นปัจจัยเดียวในแบบจำลองพหุตัวแปรที่พบความสัมพันธ์กับสถานะการเสียชีวิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (aOR 5.144; 95% CI 1.877–14.094; p=0.001)</p> <p>ภาวะน้ำหนักตัวต่ำ มีความสัมพันธ์กับสถานะการเสียชีวิตในผู้ป่วย COPD ที่กลับเข้ารักษาซ้ำภายใน 90 วัน ผลการศึกษาสนับสนุนให้มีการประเมิน BMI และภาวะโภชนาการอย่างเป็นระบบ ควรประเมินสาเหตุของน้ำหนักตัวต่ำ ส่งต่อทีมโภชนาการ เพื่อวางแผน โภชนบำบัด ติดตามน้ำหนัก และพิจารณาการฟื้นฟูสมรรถภาพปอดตามความเหมาะสม เพื่อประกอบการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้</p> 2026-10-16T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 โรงพยาบาลสิงห์บุรี