Singburi Hospital Journal https://he01.tci-thaijo.org/index.php/shj <p>Singburi Hospital Journal มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่และเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ ผลงานวิจัย บทความวิชาการ กรณีศึกษา และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา การพยาบาลและการส่งเสริมสุขภาพ ในการนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่ ที่เป็นประโยชน์แก่สหสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาล เป็นวารสารราย 4 เดือน ปีละ 3 ฉบับ กำหนดออกฉบับที่ 1 พฤษภาคม – สิงหาคม, ฉบับที่ 2 กันยายน – ธันวาคม, ฉบับที่ 3 มกราคม – เมษายน</p> โรงพยาบาลสิงห์บุรี (Singburi Hospital) th-TH Singburi Hospital Journal 2773-8876 <div class="item copyright"> <div class="item copyright"> <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของโรงพยาบาลสิงห์บุรี</p> <p>ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลสิงห์บุรี และบุคคลากรท่านอื่นๆในโรงพยาบาลฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว</p> </div> </div> ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมในการทำงานและประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ของบุคลากรโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช https://he01.tci-thaijo.org/index.php/shj/article/view/257137 <p>การวิจัยเชิงสำรวจครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมในการทำงานและประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรในโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช โดยทำการศึกษาบุคลากรจำนวน 313 คน การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามประกอบด้วย ข้อมูลทั่วไป สิ่งแวดล้อมในการทำงาน ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และข้อเสนอแนะ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05</p> <p>ผลการวิจัย พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในการทำงานโดยรวมอยู่ในระดับมาก (=3.84) เรียงลำดับจากมากไปหาน้อยดังนี้ ด้านจิตใจ (=3.99) ด้านศักยภาพการทำงาน (=3.84) และด้านช่วงเวลาในการทำงาน (=3.68) ส่วนประสิทธิภาพการปฏิบัติงานโดยรวม พบว่าอยู่ในระดับมาก (= 3.71) ในด้านการรับรู้ลักษณะงานของบุคลากร (= 3.97) ด้านความพึงพอใจในงาน (= 3.71) และความต้องการความก้าวหน้า (= 3.47) ตามลำดับ และพบว่า สิ่งแวดล้อมในการทำงานด้านจิตใจ มีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ด้านการรับรู้ลักษณะงานของบุคลากร ด้านความพึงพอใจในงาน และประสิทธิภาพโดยรวม (p&lt;.001) ระดับความสัมพันธ์ค่อนข้างสูง (r = .663, .662 และ .640) และมีทิศทางเดียวกัน สิ่งแวดล้อมในการทำงานด้านศักยภาพการทำงาน มีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านการรับรู้ลักษณะของบุคลากร, ด้านความต้องการความก้าวหน้า, ด้านความพึงพอใจในงาน และประสิทธิภาพการปฏิบัติงานโดยรวม (p&lt;.001) ระดับความสัมพันธ์ปานกลาง (r = .447, .409, .443 และ .531) และมีทิศทางเดียวกัน</p> <p>สรุปได้ว่า สิ่งแวดล้อมในการทำงานมีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน (p&lt;.001) จึงควรเน้นการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมในการทำงานด้านจิตใจเป็นอันดับแรก ซึ่งจะส่งผลให้บุคลากรมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน ทำให้เกิดประสิทธิภาพการปฏิบัติงานดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และทำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความยั่งยืน</p> บรรจง ทองงอก Copyright (c) 2022 โรงพยาบาลสิงห์บุรี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-06-24 2022-06-24 26 1 1 12 ผลของการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ ของพนักงานในโรงงานจังหวัดสระบุรี https://he01.tci-thaijo.org/index.php/shj/article/view/257139 <p>การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพของพนักงานในโรงงานจังหวัดสระบุรี กลุ่มตัวอย่างเป็นพนักงานในโรงงานจังหวัดสระบุรี จำนวน 19 คน ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ จำนวน 3 ครั้ง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามประกอบด้วย ข้อมูลทั่วไป, ความรู้ ความเข้าใจทางสุขภาพ, การเข้าถึงข้อมูลและบริการสุขภาพ, การสื่อสารสุขภาพ, การจัดการตนเอง, การรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ, การตัดสินใจเลือกปฏิบัติที่ถูกต้องอย่างเหมาะสม และพฤติกรรมสุขภาพ ซึ่งหาความตรงของเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิและหาความเที่ยงมีค่าเท่ากับ 0.795 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและ Paired Sample t–test &nbsp;</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า ก่อนการทดลอง กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความรู้ ความเข้าใจทางด้านสุขภาพ, การเข้าถึงเข้าถึงข้อมูลและบริการสุขภาพ, การสื่อสารสุขภาพ และการจัดการตนเอง อยู่ในระดับไม่ถูกต้อง ร้อยละ 42.1, 73.7, 52.6 และ52.6 (ตามลำดับ) การรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศและการตัดสินใจเลือกปฏิบัติที่ถูกต้อง อยู่ในระดับดีมาก ร้อยละ 52.6 และ 68.4 ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ อยู่ในระดับพอใช้ ร้อยละ 94.7 และ 63.2 (ตามลำดับ) หลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยความรู้ ความเข้าใจทางด้านสุขภาพ, การเข้าถึงเข้าถึงข้อมูลและบริการสุขภาพ, การสื่อสารสุขภาพ, การจัดการตนเอง, การรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ, การตัดสินใจเลือกปฏิบัติที่ถูกต้อง, ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ สูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p&lt;0.05)</p> <p>สรุปได้ว่า การพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพของพนักงานในโรงงานจังหวัดสระบุรี ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านความรู้ ความเข้าใจทางสุขภาพ, การเข้าถึงข้อมูลและบริการสุขภาพ, การสื่อสารสุขภาพ, การจัดการตนเอง, การรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ, การตัดสินใจเลือกปฏิบัติที่ถูกต้อง และพฤติกรรมสุขภาพในทางที่ถูกต้องและเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ควรมีการส่งเสริมให้มีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และขยายผลไปสู่โรงงานอื่นต่อไป</p> พิภัทร์ชิตา ณ นคร Copyright (c) 2022 โรงพยาบาลสิงห์บุรี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-06-24 2022-06-24 26 1 13 26 การตรวจคัดกรองการได้ยินในทารกแรกเกิดกลุ่มเสี่ยงโดยใช้เครื่องวัดเสียงสะท้อนจากหูชั้นในโรงพยาบาลพะเยา https://he01.tci-thaijo.org/index.php/shj/article/view/257140 <p><strong>บทนำ</strong> ภาวะสูญเสียการได้ยินเป็นความพิการที่พบบ่อยในทารกแรกเกิดโดยเฉพาะในทารกแรกเกิดกลุ่มเสี่ยง การวินิจฉัยที่ล่าช้ามีผลต่อพัฒนาการทางด้านภาษาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p> <p><strong>วัตถุประสงค์</strong> เพื่อศึกษาอุบัติการณ์ ปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะสูญเสียการได้ยินในทารกแรกเกิดกลุ่มเสี่ยงและผลการประเมินพัฒนาการของทารกที่มีภาวะสูญเสียการได้ยินที่อายุ 18 เดือน&nbsp;&nbsp; <strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong></p> <p><strong>วัสดุและวิธีการ</strong> การศึกษาเชิงพรรณนาแบบย้อนหลังโดยการทบทวนเวชระเบียน ในทารกแรกเกิดกลุ่มเสี่ยงที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาลพะเยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558 และได้รับการตรวจคัดกรองการได้ยินด้วยเครื่องวัดเสียงสะท้อนจากหูชั้นใน (Otoacoustic Emission, OAE) คัดเลือกทารกกลุ่มเสี่ยงตามเกณฑ์ของ The Joint Committee of Infant Hearing ค.ศ. 1994 และ ค.ศ. 2007 American Academy of Pediatrics กรณีที่ไม่ผ่านการตรวจคัดกรอง จะส่งต่อเพื่อตรวจการได้ยินระดับก้านสมอง (Auditory brainstem response, ABR) และทบทวนผลการประเมินพัฒนาการของทารกที่มีภาวะสูญเสียการได้ยินที่อายุ 18 เดือน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p> <p><strong>ผลการศึกษา</strong> ทารกแรกเกิดกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจคัดกรองการได้ยินจำนวน 317 ราย มีผลไม่ผ่านในครั้งแรก 33 ราย คิดเป็นร้อยละ 10.4 และได้รับการตรวจซ้ำไม่ผ่าน 8 ใน 22 ราย คิดเป็นร้อยละ 36.4 ในจำนวนนี้มีผลการตรวจระดับการได้ยิน พบภาวะสูญเสียการได้ยิน 2 ราย คิดเป็นอุบัติการณ์ร้อยละ 0.66 มี 1 รายมีภาวะสูญเสียการได้ยินระดับรุนแรงสองข้าง อีก 1 รายมีภาวะสูญเสียการได้ยินระดับเล็กน้อยข้างเดียว ผลการประเมินพัฒนาการที่อายุ 18 เดือน พบพัฒนาการล่าช้าด้านภาษาทั้ง 2 ราย ปัจจัยเสี่ยง 3 ลำดับแรกคือ 1. การได้รับยาที่มีผลข้างเคียงต่อหูต่อเนื่องกันอย่างน้อย 1 สัปดาห์ 2. การใช้เครื่องช่วยหายใจต่อเนื่องกันอย่างน้อย 5 วัน 3. น้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่า 1,500 กรัม ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยเสี่ยงกับภาวะสูญเสียการได้ยินในการศึกษานี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p> <p><strong>สรุปผล </strong>อุบัติการณ์ของภาวะสูญเสียการได้ยินในทารกแรกเกิดกลุ่มเสี่ยงเท่ากับร้อยละ 0.66 ทารกที่มีภาวะสูญเสียการได้ยินมีพัฒนาการล่าช้าด้านภาษาที่อายุ 18 เดือน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p> ยงยุทธ ชุ่มคำลือ Copyright (c) 2022 โรงพยาบาลสิงห์บุรี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-06-24 2022-06-24 26 1 27 40