ผลของโปรแกรมเสริมพลังชุมชนเพื่อส่งเสริมการดูแลตนเองต่อการดูแลตนเองด้านการยศาสตร์และความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุที่ประกอบอาชีพกรีดยางพารา
คำสำคัญ:
โรคข้อเข่าเสื่อม , อาชีพกรีดยางพารา , การดูแลตนเองด้านการยศาสตร์ , โปรแกรมเสริมพลังชุมชนเพื่อส่งเสริมการดูแลตนเองบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลของโปรแกรมเสริมพลังชุมชนเพื่อส่งเสริมการดูแลตนเอง โดยใช้แนวคิดการเสริมพลังชุมชนร่วมกับทฤษฎีการดูแลตนเองของโอเร็ม กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 60 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 30 คน ได้รับการดูแลตามปกติร่วมกับโปรแกรมเสริมพลังชุมชนเพื่อส่งเสริมการดูแลตนเองที่พัฒนาขึ้นเป็นเวลา 12 สัปดาห์ และกลุ่มควบคุม 30 คน ได้รับการดูแลตามปกติ เครื่องมือวิจัย ได้แก่โปรแกรมเสริมพลังชุมชนเพื่อส่งเสริมการดูแลตนเอง (IOC =1) แบบประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านการยศาสตร์ (CVI = .82) ค่าความเที่ยง = .87 และแบบประเมินความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อม (WOMAC ฉบับภาษาไทย) (CVI = .77) ค่าความเที่ยง = .97 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติที ผลการวิจัยพบว่า
1. หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนการดูแลตนเองด้านการยศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 46.33, p-value < .001) และคะแนนความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 (t = 48.08, p-value < .001) เมื่อเปรียบเทียบกับค่าก่อนการทดลอง
2. หลังการทดลอง พบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนการดูแลตนเองด้านการยศาสตร์สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 1.03, p-value = .03) และมีคะแนนความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 (t = 27.13, p-value < .001)
ดังนั้นโปรแกรมเสริมพลังชุมชนเพื่อส่งเสริมการดูแลตนเอง มีประสิทธิผลในการปรับพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านการยศาสตร์ ลดความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อม หน่วยงานสาธารณสุขและผู้นำชุมชนสามารถนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันและชะลอความเสื่อมของข้อเข่าในผู้สูงอายุชาวสวนยางพารา
เอกสารอ้างอิง
กนกวรรณ หวนศรี และแสงอรุณ อิสระมาลัย (2558). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเองด้านการยศาสตร์ต่อการดูแลตนเองและความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมในเกษตรกรกรีดยางพาราสูงอายุ. วารสารสภาการพยาบาล, 30(2), 101–112.
คอรีเย๊าะ เลาะปนสา. (2561). ผลของโปรแกรมเสริมพลังชุมชนต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารเพื่อป้องกันภาวะไขมันในเลือดสูงในสตรีมุสลิมที่มีปัจจัยเสี่ยง. [วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์].
ธนพงศ์ แสงส่องสิน. (2560). ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายแบบแรงต้านและการจัดการยศาสตร์แบบมีส่วนร่วมในผู้สูงอายุที่ทำงานสวนยางพาราที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม [วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (อาชีวเวชศาสตร์) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์].
ภาวินี ช่วยแท่น, ภรณี วัฒนสมบุญ, และสุปรียา ตันสกุล. (2563). ผลของการให้ความรู้ในการส่งเสริมพฤติกรรมป้องกันการกลับมารักษาซ้ำในมารดาที่มีบุตรป่วยปอดบวม. วารสารสุขศึกษา, 43(1), 12-24.
สมฤดี พูนทอง (2561). ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยยางยืดร่วมกับการปรับท่าทางต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและอาการปวดเข่าในเกษตรกรกรีดยางพารา [วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สงขลา].
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2563). สรุปผลที่สำคัญของการทำงานของผู้สูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2563. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานสถิติแห่งชาติ.
อารียา หมัดอะดั้ม. (2559). การพัฒนาโปรแกรมเสริมพลังชุมชนเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการควบคุมน้ำหนักของสตรีมุสลิมที่มีภาวะน้ำหนักเกิน. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์, 36(2), 118–132.
Boonyasopun, U. (2000). Ways of Promoting a Healthy Community A Critical Ethnography of Rural Thai Women. [Unpublished doctoral dissertation]. University of Maryland Baltimore.
Cieza, A., Causey, K., Kamenov., K., Hanson, S. W., Chatterji, S., & Vos, T. (2020). Global estimates of the need for rehabilitation based on the Global Burden of Disease study 2019: A systematic analysis for the Global Burden of Disease study 2019. The Lancet, 396(10267), 2006–2017. doi.org/10.1016/S0140-6736(20)32340-0
Fransen, M., McConnell, S., Harmer, A. R., Van der Esch, M., Simic, M., & Bennell, K. L. (2015).
Exercise for osteoarthritis of the knee. Cochrane Database of Systematic Reviews, (1), Article CD004376. doi.org/10.1002/14651858.CD004376.pub3
Isaramalai, S. A., Hounsri, K., Kongkamol, C., Wattanapisitkul, P., Tangadulrat, N., Kaewmanee, T.,
et al. (2018). Integrating participatory ergonomic management in non-weight-bearing exercise and progressive resistance exercise on self-care and functional ability in aged farmers with knee osteoarthritis: A clustered randomized controlled trial. Clinical Interventions in Aging 17(13); 101-108. doi: 10.2147/CIA.S144288.
Jormand, H., Mohammadi, N., Jeihooni, A. K., & Harsini, P. A. (2022). Self-care behaviors in older adults suffering from knee osteoarthritis: Application of theory of planned behavior. Frontiers in Public Health, 10, 958614. doi:10.3389/fpubh.2022.958614.
Kuptniratsaikul, V., & Rattanachaiyanont, M. (2007). Validation of a modified Thai version of the Western Ontario and McMaster (WOMAC) osteoarthritis index for knee osteoarthritis. Clinical Rheumatologyl, 29(12),1641-1645.
Mo, L., Jiang, B., Mei, T., & Zhou, D. (2023). Exercise therapy for knee osteoarthritis: A systematic review and network meta-analysis. Orthopaedic Journal of Sports Medicine, 11(7), 23259671231172773. doi.org/10.1177/23259671231172773
Nimit-arnun, N., Klinhom, W., & Morsup, T. (2020). Community empowerment: Concept and application in community practitioner nursing practice. Songklanagarind Journal of Nursing and Health Sciences, 14(1), 13–23.
Orem, D. E. (2001). Nursing: Concepts of Practice (6th ed.). Mosby.
Polit, D. F., & Beck, C. T. (2017). Nursing Research: Generating and Assessing Evidence for Nursing Practice (10th ed.). Wolters Kluwer.
Satayavongthip, B., Kerdchantuk, P., Hanrinth, R., Methieng, T., & Khunpimul, P. (2011). Development of the Thai knee osteoarthritis screening questionnaire (Thai-KOA-SQ) in Kanleurng sub-district, Nakronpanom province. Journal of Medical Association Thai, 94(8), 947-951.
Sinatti, P., Sánchez Romero, E. A., Martínez-Pozas, O., & Villafañe, J. H. (2022). Effects of patient education on pain and function and its impact on conservative treatment in elderly patients with pain related to hip and knee osteoarthritis: A systematic review. International Journal of Environmental Research and Public Health, 19(10), 6194. doi.org/10.3390/ijerph19106194
Wang, X., Perry, T., Arden, N., Chen, L., Parsons, C., Cooper, C., et al. (2020). Occupational risk in knee osteoarthritis: A systematic review and meta-analysis of observational studies. Arthritis Care & Research, 72(9), 1213-1223
World Health Organization [WHO]. (2020). WHO Guidelines on Physical Activity and Sedentary Behaviour. Geneva: World Health Organization.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารเครือข่าย วิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้ ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการหรือเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและวิทยาลัยการสาธารณสุขภาคใต้ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
2. บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้

