โมเดลสมการโครงสร้างของปัจจัยที่สัมพันธ์กับการบริจาคโลหิตซ้ำ

ผู้แต่ง

  • กนกรัตน์ ไชยลาโภ นิสิตระดับปริญญาเอก หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฏีบัณฑิต สาขาวิชาพุทธจิตวิทยา ภาควิชาจิตวิทยา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

คำสำคัญ:

บริจาคโลหิตซ้ำ, โมเดลสมการโครงสร้าง, พรหมวิหาร, สังคหวัตถุ, จิตวิทยาเชิงพุทธินิยม

บทคัดย่อ

ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนโลหิตสำรองจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย ขณะที่จำนวนผู้บริจาคโลหิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ ขนาดอิทธิพลของปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคโลหิตซ้ำด้วยโมเดลสมการโครงสร้าง และตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยบูรณาการทฤษฎีความแตกต่างระหว่างบุคคล ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน ทฤษฎีพัฒนาการใช้เหตุผลเชิงจริยธรรม และหลักพุทธธรรม เพื่อพัฒนาโมเดลอธิบายความมุ่งมั่นในการบริจาคโลหิตซ้ำของผู้บริจาคชาวไทย ประกอบด้วยตัวแปรแฝง 5 ด้าน คือ (1) การรับรู้เกี่ยวกับการบริจาคโลหิตผ่านสื่อ (2) แรงจูงใจในการบริจาคโลหิตซ้ำ (3) ประสบการณ์ในการบริจาคโลหิตซ้ำ (4) เจตคติต่อการบริจาคโลหิตซ้ำ และ (5) ความมุ่งมั่นในการบริจาคโลหิตซ้ำ ซึ่งเป็นตัวแปรผลลัพธ์ วัดจากจำนวนครั้งสะสมและความถี่ในการบริจาคโลหิต

การวิจัยเชิงปริมาณนี้ศึกษาผู้บริจาคโลหิตอายุ 18 ปีขึ้นไป ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กรุงเทพมหานคร ที่เคยบริจาคโลหิตอย่างน้อย 2 ครั้ง และบริจาคครั้งล่าสุดภายใน 1 ปี คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive sampling) เก็บข้อมูลระหว่างเดือนกันยายน–พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 โดยใช้แบบสอบถามมาตราส่วนลิเคิร์ท 6 ระดับ จำนวน 52 ข้อ ผ่านการตรวจสอบความตรงของเนื้อหา (I.O.C. = 0.57–1.00; C.V.I. = 0.93–0.99) และความเชื่อมั่น (Cronbach's alpha = 0.703–0.954; Corrected Item-Total Correlation [CITC] = 0.410–0.959) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และโมเดลสมการโครงสร้าง

ผลการวิจัยพบว่า โมเดลสมการโครงสร้างมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ในระดับดี (  /df = 1.83, CFI = 0.980, GFI = 0.975, AGFI = 0.937, SRMR = 0.040, RMSEA = 0.044, LSR = 1.961 และความชันของกราฟส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ≈ 1.0) สามารถอธิบายความแปรปรวนของความมุ่งมั่นในการบริจาคโลหิตซ้ำได้ร้อยละ 40.2 (R² = 0.402) จากข้อมูลที่สมบูรณ์ 426 คน ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 26–35 ปี และมีประวัติบริจาคโลหิตซ้ำ 2–10 ครั้ง โดยเจตคติต่อการบริจาคโลหิตซ้ำทำหน้าที่เป็นตัวแปรส่งผ่านบางส่วน (Partial Mediator) ถ่ายทอดอิทธิพลของการรับรู้เกี่ยวกับการบริจาคโลหิตผ่านสื่อ แรงจูงใจ และประสบการณ์ ไปสู่ความมุ่งมั่นในการบริจาคโลหิตซ้ำ ทั้งนี้ การรับรู้เกี่ยวกับการบริจาคโลหิตผ่านสื่อมีอิทธิพลทางตรงสูงที่สุด ส่วนแรงจูงใจในการบริจาคโลหิตซ้ำมีอิทธิพลรวมสูงที่สุด

ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การส่งเสริมการบริจาคโลหิตซ้ำควรมุ่งพัฒนาปัจจัยสำคัญในโมเดล โดยเฉพาะการเสริมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการบริจาคโลหิตผ่านสื่อ แรงจูงใจ และประสบการณ์ที่ดี เพื่อพัฒนาเจตคติเชิงบวกและเพิ่มความมุ่งมั่นในการบริจาคโลหิตซ้ำ

เอกสารอ้างอิง

Pan American Health Organization. Eligibility for blood donation: recommendations for education and selection of prospective blood donors. Washington (DC): PAHO Press; 2009.

World Health Organization. Voluntary blood donation: foundation of a safe and sufficient blood supply [Internet]. Geneva: World Health Organization; [cited 2026 Mar 17]. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK305666

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย. แผนปฏิบัติการด้านงานบริการโลหิตของประเทศไทย พ.ศ. 2565–2570. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์อุดมศึกษา; 2564.

ศุจิมน มังคลรังษี, ปภาดา ประภาตะนันทน์, ชัยรัศศ์ รัตนสายใย, และคณะ. ความรู้และทัศนคติที่มีความสัมพันธ์กับความเต็มใจในการบริจาคโลหิตของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาอายุ 17–20 ปี ในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน. 2567; 10(3): 10-23

World Health Organization. Global status report on blood safety and availability 2016. Geneva: World Health Organization; 2017.

Gao C, Mei H, Mao X. The impact of social media intervention based on functional motivation on repeat blood donation behavior: A prospective randomized controlled trial study. Transfusion. 2024; 64(7): 1233–1241.

Hu H, Hu W, Lau JTF, Hu Q, Yan Y, Mo PKH. Outcome expectations and repeated blood donation behavior: a moderated mediation model in a prospective observational study. Ann Behav Med. 2025; 59(1): kaaf036.

Fisher W, Kohut T, Haw J. Experience of blood donation and return for subsequent donation among new and repeat donors. Transfusion. 2026; 66(1): 146–155.

DeFleur ML, Ball-Rokeach SJ. Theories of mass communication. New York: McGraw-Hill; 1966.

Elishar-Malka V, Ariel Y, Weimann-Saks D. Between the homefront and battleground, between TV and smartphone: evaluating the use of a second screen in the May 2021 Israel–Palestine crisis. International Journal of Communication. 2023; 17: 3250-66.

Ajzen I. The theory of planned behavior. Organizational Behavior and Human Decision Processes. 1991; 50(2): 179–211.

Lau MM, Ng ML, Chan AH, Cheung TY. Examining purchase intention for luxury fashion: integrating theory of reasoned action with affect-behavior-cognition (ABC) model, identity and social identity theories. Young Consumers: Insight and Ideas for Responsible Marketers, 2023; 24(1): 114-31.

Kohlberg L. The philosophy of moral development: moral stages and the idea of justice. San Francisco: Harper & Row; 1981.

Shangxi L. Gender differences in moral development and moral reasoning. Journal of Education, Humanities and Social Sciences. 2023; 8: 1146-52.

Hair JF Jr, Black WC, Babin BJ, Anderson RE. Multivariate data analysis. 7th ed. New Jersey: Pearson Prentice Hall; 2010.

กนกรัตน์ ไชยลาโภ. โมเดลสมการโครงสร้างของปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริจาคโลหิตซ้ำ [วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต]. พระนครศรีอยุธยา: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย; 2569.

Kaiser HF. A second generation little jiffy. Psychometrika. 1970; 35(4): 401–415.

Bartlett MS. Tests of significance in factor analysis. British Journal of Statistical Psychology. 1950; 3(2): 77–85.

Kline RB. Principles and practice of structural equation modeling. 4th ed. New York: Guilford Press; 2016.

Hu LT, Bentler PM. Cutoff criteria for fit indexes in covariance structure analysis: conventional criteria versus new alternatives. Structural Equation Modeling. 1999; 6(1): 1–55.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

09/10/2026

รูปแบบการอ้างอิง

ไชยลาโภ ภ. (2026). โมเดลสมการโครงสร้างของปัจจัยที่สัมพันธ์กับการบริจาคโลหิตซ้ำ. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา, 16(2), 65–70. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/lannaHealth/article/view/287075

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย