วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/lannaHealth
<p><strong>วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา</strong> (Lanna Journal of Health Promotion & Environmental Health) ดำเนินการโดยศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ผลงานวิชาการด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยทั่วไป รวมทั้งเทคโนโลยีที่สนับสนุนทางด้านการบริการสุขภาพ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ โภชนาการ กิจกรรมทางกาย และสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ บุคลากรด้านสาธารณสุขและทางการแพทย์ นักวิจัย นักศึกษา รวมถึงประชาชน และผู้สนใจทั่วไป</p> <p><strong>ขอบเขต (Scope) </strong>สาขาที่รับตีพิมพ์ได้แก่ ผลงานวิชาการด้านส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยทั่วไป รวมทั้งเทคโนโลยีที่สนับสนุนทางด้านการบริการสุขภาพ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ โภชนาการ กิจกรรมทางกาย และสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง</p> <p>วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา (Lanna Journal of Health Promotion & Environmental Health) ได้รับการรับรองคุณภาพโดยศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย ให้เป็น วารสารกลุ่มที่ 2 (TCI Tier 2) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2572</p> <p><strong>การพิจารณาคุณภาพของบทความ : <br /></strong>บทความที่ส่งเพื่อตีพิมพ์ในวารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา จะผ่านการคัดกรองเบื้องต้นจากกองบรรณาธิการ และผ่านกระบวนการประเมินคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญ ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง หรือเชี่ยวชาญด้านวิทยาการวิจัย จากหลากหลายสถาบัน และไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้เขียน 2 ท่านขึ้นไป ต่อบทความ การประเมินเป็นแบบปกปิดสองทาง (Double-blind peer review) โดยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เขียนจะไม่ทราบข้อมูลของกันและกัน<strong><br /></strong></p> <p><strong>กำหนดการออกวารสารฯ: ตีพิมพ์ ปีละ 2 ฉบับ<br />ฉบับที่ 1</strong> เดือน มกราคม ถึง มิถุนายน<br /><strong>ฉบับที่ 2</strong> เดือน กรกฏาคม ถึง ธันวาคม</p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมการเผยแพร่<br /></strong>วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา ยั<strong>งไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมการเผยแพร่บทความ</strong></p> <p>ISSN: 2822-0471 (Online)</p> <p>ISSN: 2228-9410 (Print)</p> <p> </p>
Health Promotion Center Region 1 Chiangmai
th-TH
วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา
2228-9410
-
อิทธิพลของการฟังเพลง Lo-fi ผ่านมุมมองสุขภาพแบบองค์รวม
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/lannaHealth/article/view/286193
<p>ในปัจจุบันเพลง Lo-fi เป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น พบว่าถูกใช้เพื่อหลีกเลี่ยงเสียงรบกวนภายนอก ซึ่งนำไปสู่การจดจ่อกับงาน การพักผ่อนคนเดียว รวมถึงเป็นตัวช่วยในการผ่อนคลาย ในยุคที่สังคมเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ความเปลี่ยนแปลง ความไม่แน่นอนในชีวิต และความเครียด การส่งเสริมสุขภาพจึงควรมองถึงการมีสมดุลในทุกด้านของชีวิตตามแนวคิดสุขภาพองค์รวม ซึ่งเป็นมุมมองสุขภาพที่ดูแลสุขภาพทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอข้อมูลอิทธิพลของการฟังเพลง Lo-fi ที่ส่งผลต่อการมีสุขภาวะที่ดีโดยครอบคลุมสุขภาพองค์รวม เป็นการศึกษาเชิงเอกสาร สืบค้นโดยใช้คำสำคัญที่กำหนดไว้ และวิเคราะห์ผ่านฐานข้อมูลวิชาการ ซึ่งประกอบไปด้วยมิติทางกาย มิติทางจิตใจ มิติทางสังคม และมิติทางจิตวิญญาณ ในบริบทของประเทศไทย จากการศึกษาพบว่าอิทธิพลของการฟังเพลง Lo-fi ผ่านมุมมองสุขภาพแบบองค์รวม ส่งผลดีในหลายมิติโดยส่งเสริมการผ่อนคลาย ลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล ที่เมื่อมีความเครียดสะสมระดับฮอร์โมนชนิดนี้จะสูงขึ้น บรรเทาความวิตกกังวล และความโดดเดี่ยว รวมถึงส่งเสริมให้เกิดความรู้สึกสงบ แต่ทั้งนี้หากฟังนานเกินไปอาจนำไปสู่ภาวะเหนื่อยล้า การหลีกหนีอารมณ์ที่แท้จริง ซึ่งอาจสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาว รวมถึงการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างลดลง จากผลการศึกษาครั้งนี้สามารถนำการฟังเพลง Lo-fi ไปเป็นเครื่องมือในการจัดการประเด็นสุขภาพองค์รวมอย่างสมดุล เพื่อให้เกิดประโยชน์ในด้านสาธารณสุขต่อไป</p>
ปุณยนุช อัศวราพานิช
กชนิภา แสงสง่า
กิตรวี จิรรัตน์สถิต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา
http://creativecommons.org/licenses/by/4.0/
2026-08-11
2026-08-11
16 2
26
36
-
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะลุกลาม ที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคอง โรงพยาบาลพะเยา
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/lannaHealth/article/view/287204
<p>โรคมะเร็งเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Noncommunicable diseases: NCDs) ที่เป็นปัญหาสุขภาพสำคัญ แม้การแพทย์จะมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่โรคในระยะลุกลามหรือระยะท้ายยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ผู้ป่วยจึงเผชิญกับความทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจ การดูแลแบบประคับประคองจึงมีบทบาทสำคัญในการบรรเทาความทุกข์ทรมานและส่งเสริมคุณภาพชีวิต การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อคุณภาพชีวิตและระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะลุกลามที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคอง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะลุกลามที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคองทั้งแผนกผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลพะเยา จำนวน 120 ราย ระหว่างเดือนมกราคมถึงตุลาคม พ.ศ. 2568 เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ เครื่องมือวิจัยที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบบันทึกปัจจัยด้านโรคและการรักษา แบบประเมินระดับผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Performance Scale) และแบบวัดคุณภาพชีวิต EORTC QLQ-C30 Version 3.0 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์</p> <p>ผลการศึกษา พบว่ากลุ่มตัวอย่างเป็นเพศหญิงใกล้เคียงกับเพศชาย (ร้อยละ 50.83 และ 49.17) มีอายุเฉลี่ย 70 ปี (Mean = 69.97, SD = 10.55) คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (Mean = 47.50, SD = 27.30) ระดับของผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคอง มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับคุณภาพชีวิตโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) คุณภาพชีวิตด้านการทำหน้าที่ ได้แก่ ด้านร่างกาย ด้านบทบาท ด้านอารมณ์ ด้านความคิดและด้านสังคม มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับคุณภาพชีวิตโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) ส่วนอาการและปัญหาจากการเจ็บป่วยมีความสัมพันธ์เชิงลบกับคุณภาพชีวิตโดยรวม โดยอาการอ่อนล้า อาการปวด และนอนไม่หลับมีความสัมพันธ์ในระดับปานกลาง ขณะที่อาการคลื่นไส้/อาเจียน หายใจลำบาก เบื่ออาหาร ท้องผูก ท้องเสีย และอาการที่มีผลต่อสถานะทางการเงิน มีความสัมพันธ์ในระดับน้อย (p<.05) ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การส่งเสริมความสามารถในการทำหน้าที่ของผู้ป่วย และการจัดการอาการสำคัญ ควรได้รับการบูรณาการในการดูแลแบบประคับประคอง เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะลุกลามได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> <p><strong> </strong></p>
ชมพูนุท ไชยชมภู
พัชราภรณ์ ทะเกียง
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา
http://creativecommons.org/licenses/by/4.0/
2026-07-24
2026-07-24
16 2
16
28
-
การพัฒนากรอบสมรรถนะของพยาบาลในคลินิกนมแม่ โรงพยาบาลสันทราย
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/lannaHealth/article/view/285730
<p>การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพของมารดาและพัฒนาการของทารก พยาบาลที่ปฏิบัติงานในคลินิกนมแม่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การวิจัยเชิงพัฒนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากรอบสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในคลินิกนมแม่ โรงพยาบาลสันทราย โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการพัฒนากรอบสมรรถนะของ Marrelli และคณะ</p> <p>กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกแบบเจาะจง แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ พยาบาลวิชาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านคลินิกนมแม่ จำนวน 5 คน สำหรับการสัมภาษณ์เชิงลึก และผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน สำหรับประเมินกรอบสมรรถนะฉบับร่าง การเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วยการทบทวนวรรณกรรม การสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง และการประเมินความตรงเชิงเนื้อหา ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ถูกถอดเทปแบบคำต่อคำและวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา โดยมีการกำหนดรหัสข้อมูลและจัดหมวดหมู่สมรรถนะอย่างเป็นระบบ ส่วนข้อมูลเชิงปริมาณวิเคราะห์ด้วยสถิติพรรณนาและการหาค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหา การวิจัยได้รับการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย และผู้เข้าร่วมวิจัยให้ความยินยอมโดยสมัครใจ</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า กรอบสมรรถนะพยาบาลคลินิกนมแม่ โรงพยาบาลสันทราย ประกอบด้วยสมรรถนะ 5 ด้าน และพฤติกรรมบ่งชี้ความสามารถ จำนวน 47 ข้อ ได้แก่ 1) ด้านความรู้ทางวิชาการ 19 ข้อ 2) ด้านทักษะการปฏิบัติการพยาบาล 15 ข้อ 3) ด้านทักษะการให้คำปรึกษา 5 ข้อ 4) ด้านทักษะการสื่อสารและการประสานงาน 3 ข้อ และ 5) ด้านทักษะการบริหารจัดการ 5 ข้อ โดยพฤติกรรมบ่งชี้ทุกข้อมีค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ 1.00</p> <p>กรอบสมรรถนะที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการประเมินผลการปฏิบัติงาน การพัฒนาศักยภาพพยาบาลคลินิกนมแม่ และการบริหารทรัพยากรบุคคลทางการพยาบาล รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการดูแลด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในระบบบริการสุขภาพ</p>
นันท์นภัส มางิ้ว
สมใจ ศิระกมล
ฐิติณัฏฐ์ อัคคะเดชอนันต์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา
http://creativecommons.org/licenses/by/4.0/
2026-07-14
2026-07-14
16 2
1
15