ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะลุกลาม ที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคอง โรงพยาบาลพะเยา
คำสำคัญ:
คุณภาพชีวิต, ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะลุกลาม, การดูแลแบบประคับประคองบทคัดย่อ
โรคมะเร็งเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Noncommunicable diseases: NCDs) ที่เป็นปัญหาสุขภาพสำคัญ แม้การแพทย์จะมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่โรคในระยะลุกลามหรือระยะท้ายยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ผู้ป่วยจึงเผชิญกับความทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจ การดูแลแบบประคับประคองจึงมีบทบาทสำคัญในการบรรเทาความทุกข์ทรมานและส่งเสริมคุณภาพชีวิต การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อคุณภาพชีวิตและระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะลุกลามที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคอง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะลุกลามที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคองทั้งแผนกผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลพะเยา จำนวน 120 ราย ระหว่างเดือนมกราคมถึงตุลาคม พ.ศ. 2568 เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ เครื่องมือวิจัยที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบบันทึกปัจจัยด้านโรคและการรักษา แบบประเมินระดับผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Performance Scale) และแบบวัดคุณภาพชีวิต EORTC QLQ-C30 Version 3.0 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์
ผลการศึกษา พบว่ากลุ่มตัวอย่างเป็นเพศหญิงใกล้เคียงกับเพศชาย (ร้อยละ 50.83 และ 49.17) มีอายุเฉลี่ย 70 ปี (Mean = 69.97, SD = 10.55) คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (Mean = 47.50, SD = 27.30) ระดับของผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคอง มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับคุณภาพชีวิตโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) คุณภาพชีวิตด้านการทำหน้าที่ ได้แก่ ด้านร่างกาย ด้านบทบาท ด้านอารมณ์ ด้านความคิดและด้านสังคม มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับคุณภาพชีวิตโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) ส่วนอาการและปัญหาจากการเจ็บป่วยมีความสัมพันธ์เชิงลบกับคุณภาพชีวิตโดยรวม โดยอาการอ่อนล้า อาการปวด และนอนไม่หลับมีความสัมพันธ์ในระดับปานกลาง ขณะที่อาการคลื่นไส้/อาเจียน หายใจลำบาก เบื่ออาหาร ท้องผูก ท้องเสีย และอาการที่มีผลต่อสถานะทางการเงิน มีความสัมพันธ์ในระดับน้อย (p<.05) ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การส่งเสริมความสามารถในการทำหน้าที่ของผู้ป่วย และการจัดการอาการสำคัญ ควรได้รับการบูรณาการในการดูแลแบบประคับประคอง เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะลุกลามได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Noncommunicable diseases [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2024 [cited 20 24 Jul 22]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/noncommunicable-diseases
World Health Organization. Palliative care [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2023 [cited 2024 Jul 22]. Available from: https://www.who.int/europe/news-room/fact-sheets/item/palliative-care
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. สถิติสาธารณสุข 2565 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2566 [เข้าถึงเมื่อ 22 มิถุนายน 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://spd.moph.go.th/public-health-statistics/
หน่วยงานฐานข้อมูลผู้ป่วยโรคมะเร็ง กลุ่มงานดิจิทัลการแพทย์. ทะเบียนมะเร็งระดับโรงพยาบาล พ.ศ. 2565 [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: สถาบันมะเร็งแห่งชาติ; 2567 [เข้าถึงเมื่อ 22 มิถุนายน 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://nci.go.th/files/cancer_stat/1771317669_file.pdf
Molari M, Poli-Frederico R, Castro Teixeira D, et al. Impact of quality of life on survival and mortality of physically independent older adults: findings from seven years of data. Cureus. 2025;17(4):e81719. doi:10.7759/cureus.81719.
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองและระยะท้าย (สำหรับบุคลากรทางการแพทย์). กรุงเทพฯ: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกฯ; 2563.
Wongketkit K, Wirojratana V, Chanruangvanich W. Factors predicting quality of life among older adults with advanced cancer receiving palliative care. Thai J Cardio-Thorac Nurs. 2022;33(1):117-31.
ช่อทิพย์ พรหมมารัตน์. ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยประคับประคองที่มารับการรักษาที่คลินิกประคับประคอง แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลลำพูน. วารสารสาธารณสุขล้านนา. 2563;16(1):70-81.
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ. สมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น ว่าด้วยนิยามปฏิบัติการของคำที่เกี่ยวข้องกับการดูแลแบบประคับประคองสำหรับประเทศไทย [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ; 2563 [เข้าถึงเมื่อ 22 มิถุนายน 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://old.nationalhealth.or.th/th/node/2180
วิภาดา พึ่งสุข, พิษณุรักษ์ กันทวี, ภัทรพล มากมี. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคองในระยะท้าย จังหวัดเชียงราย. วารสารสุขศึกษา. 2563;43(1):143-54.
เข็มทอง ตรีเนตรไพบูลย์, เอมอร ส่วยสม, อณัญญา ลาลุน. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคอง โรงพยาบาลแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี. 2566;31(2):251-61.
Trakoolngamden B, Wongteerasup S. Predicting factors of quality of life among patients with terminal cancer at outpatient departments of hospitals under the Medical Service Department, Bangkok Metropolitan, and Faculty of Medicine Vajira Hospital, Navamindradhiraj University. Kuakarun J Nurs. 2018;23(2):199-216.
Suntharnon N, Namvongprom A, Pakdevong N. Distress and quality of life in patients with advanced cancer undergoing chemotherapy. Songklanagarind J Nurs. 2020;40(1):58-70.
Delgado-Guay MO, Ferrer J, Rieber AG, et al. Financial distress and its associations with physical and emotional symptoms and quality of life among advanced cancer patients. PLoS One. 2017;12(5):e0176470. doi:10.1371/journal.pone.0176470.
Krejcie RV, Morgan DW. Determining sample size for research activities. Educ Psychol Meas. 1970;30(3):607-10.
Fayers P, Bottomley A. Quality of life research within the EORTC: the EORTC QLQ-C30. Eur J Cancer. 2002;38(Suppl 4):S125-33.
Silpakit C, Sirilerttrakul S, Jirajarus M, et al. The EORTC QLQ-C30: validation study of the Thai version. Qual Life Res. 2006;15(1):167-72.
Fayers PM, Aaronson NK, Bjordal K, et al. The EORTC QLQ-C30 scoring manual. 3rd ed. Brussels: European Organization for Research and Treatment of Cancer; 2001.
Chinuntuya P, Chutitorn AN. Factors predicting preoperative quality of life in elderly patients with gastrointestinal cancer. TRC Nurse J. 2017;10(2):103-20.
Cronbach LJ. Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika. 1951;16:297-334.
Sprangers MAG, Schwartz CE. Integrating response shift into health-related quality of life research: a theoretical model. Soc Sci Med. 1999;48(11):1507-15. doi:10.1016/S0277-9536(99)00045-3.
ชุติมา จันทร์สมคอย, วิราพรรณ วิโรจน์รัตน์, วัลย์ลดา ฉันท์เรืองวณิชย์. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยพื้นฐานบางประการ ความรุนแรงของอาการ พฤติกรรมการดูแลตนเองแบบประคับประคอง กับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุโรคมะเร็งระยะลุกลามที่ได้รับเคมีบำบัด. วารสารพยาบาลทหารบก. 2561;19(Suppl 2):108-17.
Liu D, Weng JS, Ke X, et al. The relationship between cancer-related fatigue, quality of life and pain among cancer patients. Int J Nurs Sci. 2023;10(1):111-16. doi:10.1016/j.ijnss.2022.12.006.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution 4.0 International License.