การพัฒนาระบบเฝ้าระวังและส่งต่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในระดับชุมชนจังหวัดเชียงราย
คำสำคัญ:
โรคหลอดเลือดสมอง, ระบบเฝ้าระวัง, ระบบส่งต่อ, อสม., ชุมชนบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการเสียชีวิตและความพิการอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย การเข้าถึงบริการรักษาที่รวดเร็ว เช่น Stroke Fast Track มีความสำคัญในการลดความพิการและการเสียชีวิต อย่างไรก็ตามในชุมชน จังหวัดเชียงราย โดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ยังขาดความรู้และทักษะในการประเมินอาการเตือน และ สัญญาณอัตรายของกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มผู้ป่วยจึงส่งผลให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการล่าช้าและทำให้พิการและเสียชีวิตได้ การศึกษาวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสถานการณ์ระบบเฝ้าระวังและส่งต่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในระดับชุมชน จังหวัดเชียงราย โดยการพัฒนาระบบเฝ้าระวังและส่งต่อโดยใช้กลไกของอสม. และประเมินผลของระบบที่ได้พัฒนาขึ้น เป็นการวิจัยและพัฒนา (R&D) เก็บข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างเชิงคุณภาพ 108 คน ประกอบด้วยผู้เกี่ยวข้องด้านสุขภาพระดับอำเภอและตำบล ส่วนกลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณ ได้แก่ อสม. 420 คน และกลุ่มอสม. ตำบลผางาม อำเภอเวียงชัย 56 คน เป็นกลุ่มที่ได้พัฒนาระบบเฝ้าระวังและส่งต่อ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม แบบทดสอบความรู้ และคู่มือฝึกอบรม การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา สถิติเชิงพรรณนา และการทดสอบ Pair t-test
ผลการศึกษาวิจัย พบว่า ปัญหาหลักคือ อสม. ขาดความรู้และทักษะในการประเมินโรคหลอดเลือดสมอง โดยระบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย การให้ความรู้เรื่องสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมองและความตระหนักรู้โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งการเสริมสร้างทักษะการคัดกรองกลุ่มเสี่ยง การจัดทำสื่อเตือนภัย และการพัฒนาช่องทางสื่อสารฉุกเฉิน หลังการพัฒนา พบว่า ความรู้และทักษะของอสม. ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้รวดเร็วขึ้น ระบบการส่งต่อและการเข้าถึง Stroke Fast Track มีประสิทธิภาพมากขึ้น
คำสำคัญ: โรคหลอดเลือดสมอง, ระบบเฝ้าระวัง, ระบบส่งต่อ, อสม., ชุมชน
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. The global burden of disease [Internet]. 2015 [cited 2024 Dec 9]. Available from: http://www.who.int
Jauch EC. Guidelines for the early management of patients with acute ischemic stroke: a guideline for healthcare professionals from the American Heart Association/American Stroke Association. Stroke. 2013;44:870–947.
World Health Organization. Stroke, cerebrovascular accident [Internet]. Cairo: WHO Regional Office for the Eastern Mediterranean; 2024 [cited 2024 Dec 9]. Available from; https://www.emro.Who .int/health-topics/stroke-cerebrovascular -accident/index.html
ระบบคลังข้อมูลสุขภาพ HDC. อัตราการป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 9 ธ.ค.2567].เข้าถึงได้จาก: https://hdc.moph.go.th/center/public/kpi/1/2023
NHS Improvement. Psychological care after stroke: improving stroke services for people with cognitive and mood disorders. UK: NHS Improvement. 2011.
สมศักดิ์ เทียมเก่า. Stroke network. Thai Journal of Neurology. 2560; 33(1): 57-60
อรรถสิทธิ์ ศรีสุบัติและคณะ. ต้นทุน-ประสิทธิผล ของการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองหลัง ระยะเฉียบพลันด้วยรูปแบบการดูแลระยะกลาง แบบผู้ป่วยใน(intermediate care) เปรียบเทียบ กับการฟื้นฟูสมรรถภาพแบบผู้ป่วยนอก. วารสารกรมการแพทย์, 2562;44(5):167-173.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย. รายงานการตรวจราชการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายรอบที่ 1.เชียงราย: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย; 2568.
สถาบันประสาทวิทยา. แนวทางการปฏิบัติที่่ดีีในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง.บริิษัทธนาเพรส จำกััด.2564.
National Stroke Association. State of the nation: stroke statistics [Internet]. 2016 [cited 2024 Dec 9]. Available from: https://www.stroke.org.uk/sites/default/files/stroke_statistics_2015.pdf
บำเพ็ญ พงศ์เพชรดิถ.การมีส่วนร่วมของชุมชน ในการส่งเสริมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเรื้อรังเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง.วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก.2561;29(2):2-11
Kemmis S, McTaggart R. The action research planner. 3rd ed. Geelong: Deakin University Press; 1988.
Krejcie RV, Morgan DW. Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement. 1970;30(3):607-610.
Bloom BS. Taxonomy of educational objectives: Handbook I, cognitive domain. New York: David McKay; 1975.
Best JW. Research in education. Englewood Cliffs (NJ): Prentice Hall; 1977.
Kuder GF, Richardson MW. The theory of the estimation of test reliability. Psychometrika. 1937;2:151–160.
Cronbach LJ. Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika. 1951;16:297–334.
สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. คู่มือการประเมินโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมอง(อัมพฤกษ์ อัมพาต) สำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.). พิมพ์ครั้งที่ 2 (ฉบับปรับปรุง).กรุงเทพฯ: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์; 2560.
ฉัตรทอง จารุพิสิฐไพบูลย์ และคณะ. แนวทางการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มเสี่ยง. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. 2563;30(3):74-89.
สมศักดิ์ เทียมเก่า.สถานการณ์โรคหลอดเลือดสมอง.วารสารประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย. 2562;37(4):54-60.
ปราโมทย์ ถ่างกระโทก. ระบบส่งต่อผู้ป่วย: กระบวนการสำคัญในการจัดการบริการสุขภาพ. วารสารการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 2561;25(3):109–121.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution 4.0 International License.