การพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนชมรม TO BE NUMBER ONE จังหวัดพะเยา สู่ความเป็นเลิศในระดับประเทศ

ผู้แต่ง

  • ภานุพันธ์ ไพทูรย์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา
  • สิทธิชัย ใสสม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา

คำสำคัญ:

TO BE NUMBER ONE, รูปแบบการขับเคลื่อน, ระบบพี่เลี้ยง, จังหวัดพะเยา

บทคัดย่อ

ปัญหายาเสพติดโดยเฉพาะในเยาวชนรุนแรงขึ้น โครงการ TO BE NUMBER ONE เริ่มปี 2545 ขยายเป็นเครือข่ายใหญ่ แต่จังหวัดพะเยายังมีปัญหาเรื่องงบประมาณ การบูรณาการ ความต่อเนื่อง การพัฒนาผู้นำ นวัตกรรม และระบบติดตาม จึงต้องวิจัยพัฒนารูปแบบขับเคลื่อนที่เป็นระบบและยั่งยืนเพื่อยกระดับผลงานสู่ระดับประเทศ  โดยการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการพัฒนาชมรม TO BE NUMBER ONE จังหวัดพะเยา พัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนชมรมสู่ความเป็นเลิศในระดับประเทศ และประเมินรูปแบบที่พัฒนาขึ้น การวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนาแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ การศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหา การศึกษากระบวนการปฏิบัติที่เป็นเลิศจากจังหวัดต้นแบบ การพัฒนารูปแบบ และการประเมินรูปแบบ กลุ่มตัวอย่างจาก 4 ระยะ ได้แก่ คณะกรรมการและคณะทำงานโครงการ ผู้บริหารโครงการจังหวัดเชียงราย ผู้เชี่ยวชาญ และสมาชิกชมรมนำร่อง 8 ชมรม คัดเลือกโดยวิธีเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และแบบประเมินรูปแบบ ตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 คน โดยหาค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา (CVI) และทดสอบความเชื่อมั่น (Cronbach's alpha = 0.89) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาและสถิติเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า จังหวัดพะเยามีจุดแข็งด้านนโยบาย การบูรณาการเครือข่าย และการสร้างนวัตกรรม แต่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากร ความต่อเนื่องของการสนับสนุน และการขาดกลไกควบคุมคุณภาพที่เป็นระบบ จากการศึกษาจังหวัดเชียงรายพบว่าปัจจัยความสำเร็จประกอบด้วยการสนับสนุนจากผู้บริหาร ความต่อเนื่องของบุคลากร การทำงานแบบเครือข่าย และระบบพี่เลี้ยงที่เข้มแข็ง รูปแบบที่พัฒนาขึ้นคือ "TO BE Escalator บันไดเลื่อนผลลัพธ์สู่ความเป็นเลิศ" บูรณาการทฤษฎีระบบ วงจร PDCA แนวทาง 3ก 3ย และ 4 ยุทธศาสตร์หลัก ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ โครงสร้างการขับเคลื่อน การสร้างกระแส การสร้างภูมิคุ้มกัน การสร้างเครือข่าย และการสร้างความยั่งยืน นวัตกรรมหลักคือระบบ TO BE Mentor Network ที่จับคู่ชมรมพี่เลี้ยงกับชมรมน้องเลี้ยง ผลการประเมินพบว่า รูปแบบมีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์อยู่ในระดับดีเยี่ยม ( = 4.24) และกลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ( = 4.33) ผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2568 มีชมรมผ่านการประกวดระดับประเทศเพิ่มจาก 3 แห่งเป็น 6 แห่ง โดยชมรมน้องเลี้ยงที่เข้าประกวดผ่านทั้งหมด ร้อยละ 100 สะท้อนประสิทธิผลของระบบพี่เลี้ยง ปัจจัยแห่งความสำเร็จประกอบด้วยระบบพี่เลี้ยงที่มีประสิทธิผล การบูรณาการกรอบทฤษฎี การสร้างแกนนำรุ่นใหม่ การสนับสนุนจากผู้บริหาร และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์บริบทท้องถิ่น อย่างไรก็ตามยังมีช่องว่างที่ต้องพัฒนา ได้แก่ ชมรม TO BE NUMBER ONE ในชุมชนและสถานประกอบการ การผ่านการประกวดระดับภาค และความยั่งยืนของระบบพี่เลี้ยง

เอกสารอ้างอิง

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการดำเนินงานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี: ฉบับปรับปรุงใหม่ 2560. กรุงเทพฯ: กรมสุขภาพจิต; 2560.

กรมสุขภาพจิต สำนักงานโครงการ TO BE NUMBER ONE. โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE: แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: กรมสุขภาพจิต; 2568 [เข้าถึงเมื่อ 10 เม.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.tobenumber1.net/abouttobe/images/content15/ITA_2568_O9.pdf

อัจฉรา จันทร์สุขสันต์. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการดำเนินงานชมรม TO BE Number One ที่ได้รับรางวัลระดับประเทศ. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย. 2562;27(3):198-210.

สมภพ อาจชนะศึก. การวิเคราะห์รูปแบบการดำเนินงานชมรม TO BE Number One ต้นแบบระดับเพชร. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย. 2565;30(2):102-15.

อภิรดี แซ่ลิ้ม. แนวทางการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานชมรม TO BE Number One ในสถานศึกษา: กรณีศึกษาจังหวัดในภาคเหนือตอนบน. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2564;30(4):678-89.

Bandura A. Social learning theory. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall; 1977.

Kram KE. Mentoring at work: Developmental relationships in organizational life. Glenview, IL: Scott Foresman; 1985.

สุชาดา บวรกิติวงศ์, ประสิทธิ์ ผลิตผลการพิมพ์, สมชาย ภัทรกุลวณิชย์. การพัฒนาศักยภาพชุมชนด้วยระบบพี่เลี้ยง: กรณีศึกษาโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการจัดการสุขภาพชุมชน. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2562;12(3):78-95.

Stufflebeam DL. The CIPP model for evaluation. In: Kellaghan T, Stufflebeam DL, editors. International handbook of educational evaluation. Dordrecht, Netherlands: Kluwer Academic Publishers; 2003. p. 31-62.

Locke EA, Latham GP. A theory of goal setting & task performance. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall; 1990.

Piaget J. The origins of intelligence in children. New York, NY: International Universities Press; 1952.

Nonaka I, Takeuchi H. The knowledge-creating company: How Japanese companies create the dynamics of innovation. New York, NY: Oxford University Press; 1995.

พิมพ์ชนก ชาวนา, สุรเชษฐ์ วัชราภัย. การพัฒนาศักยภาพเยาวชนผ่านกิจกรรมชมรม TO BE NUMBER ONE: กรณีศึกษาจังหวัดเชียงใหม่. วารสารสาธารณสุขและการพัฒนา. 2564;19(2):45-62.

Rhodes JE. Stand by me: The risks and rewards of mentoring today's youth. Cambridge, MA: Harvard University Press; 2002.

Rogers EM. Diffusion of innovations. 5th ed. New York, NY: Free Press; 2003.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

01/26/2026

รูปแบบการอ้างอิง

ไพฑูรย์ ภ., & ใสสม ส. . (2026). การพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนชมรม TO BE NUMBER ONE จังหวัดพะเยา สู่ความเป็นเลิศในระดับประเทศ. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา, 16(1), 14–28. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/lannaHealth/article/view/282778

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย