การพัฒนารูปแบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่
คำสำคัญ:
หญิงตั้งครรภ์เสี่ยง, ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์, รูปแบบการดูแลบทคัดย่อ
ภาวะเบาหวานในขณะตั้งครรภ์เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ทำให้มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ทั้งหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคต ขณะที่ทารกเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกิน การคลอดติดไหล่ และภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหลังคลอด ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพเรื้อรังในระยะยาว การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบ ศึกษาผลการใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้นและความเป็นไปได้ในการนำมาใช้ดูแลหญิงที่มีความเสี่ยงต่อภาวะเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ เชียงใหม่
การศึกษาครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดยดำเนินการเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่
1) การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการดูแลและปัจจัยเสี่ยงของภาวะเบาหวานในขณะตั้งครรภ์
2) การพัฒนาแนวทางการดูแลที่มีประสิทธิภาพร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ และ 3) การประเมินผลของรูปแบบการดูแลและความเป็นไปได้ในการนำรูปแบบไปใช้ เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามแรงจูงใจและพฤติกรรมการป้องกันเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ที่มีค่าสัมประสิทธิ์ Cronbach’s Alpha – Coefficient มีค่าความเชื่อมั่น 0.87 กลุ่มตัวอย่างเป็นหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง ประกอบด้วยกลุ่มทดลอง 26 คน และกลุ่มควบคุม 26 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบ t-test ข้อมูลเชิงคุณภาพเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการนำรูปแบบการดูแลไปใช้ ถูกสรุปเป็นประเด็นสำคัญ
ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการดูแลที่พัฒนาขึ้นสามารถแสดงให้เห็นว่าโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นไม่เพียงแต่กระตุ้นแรงจูงใจ แต่ยังส่งเสริมให้หญิงตั้งครรภ์นำความรู้ไปปรับใช้ในพฤติกรรมการป้องกันเบาหวานได้ จากการศึกษาพบว่าหญิงตั้งครรภ์ในกลุ่มทดลองมีการรับรู้และความรู้ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการจัดการภาวะเสี่ยง รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกายเหมาะสมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) รูปแบบการดูแลนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในหน่วยงานและในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยง เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีของแม่และทารกในครรภ์
References
ทิพย์สุคนธ์ หารินไสล. เปรียบเทียบผลลัพธ์ต่อมารดาและทารกระหว่างสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์และสตรีตั้งครรภ์ที่ไม่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ในโรงพยาบาลกุมภวาปี. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี. 2565;30(1):131-138.
Kautzky-Willer A, et al. Gestationsdiabetes (GDM) (Update 2023). Wien Klin Wochenschr. 2023;135(Suppl 1):115-128. doi:10.1007/s00508-023-02181-9.
Fitria N, van Asselt AD, Postma MJ. Cost-effectiveness of controlling gestational diabetes mellitus: a systematic review. Eur J Health Econ. 2019;20:407-417.
Centers for Disease Control and Prevention. QuickStats: Percentage of Mothers with Gestational Diabetes, by Maternal Age — National Vital Statistics System, United States, 2016 and 2021 [Internet]. 2023 [cited 2024 Jan 6]. Available from: https://www.cdc.gov/mmwr/volumes/ 72/wr/mm7201a4.htm.
Division of Medical Record Siriraj Hospital, Faculty of Medicine Siriraj Hospital, Mahidol University. Statistical report 2018: Siriraj Hospital. Bangkok: Division of Medical Record Siriraj Hospital; 2018.
Maternal-Fetal Medicine Subdivision, Department of Obstetrics and Gynecology, Faculty of Medicine, Chiang Mai University. Maternal-fetal medicine 2022 [Internet]. 2022 [cited 2024 Jan 2]. Available from: https://w1.med.cmu.ac.th/obgyn/files/2023/03/MFM22.pdf.
คลินิกฝากครรภ์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่. สถิติ จำนวนหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวานที่ไม่พึ่งอินซูลินและพึ่งอินซูลิน [อินเตอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 2 ม.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก: webapp.hpc1.go.th/datacenter/ showstathph.
ห้องคลอด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่. สถิติ จำนวนมารดาที่เป็น GDM จำนวนมารดาที่มีภาวะ polyhydramios จำนวนทารกแรก BW > 4000 [อินเตอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 2 ม.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก: webapp.hpc1.go.th/datacenter/showstathph.
กลุ่มอนามัยแม่และเด็ก สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือฝากครรภ์สำหรับบุคลากรสาธารณสุข การคัดกรองเบาหวาน [อินเตอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 2 ม.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://pkto.moph.go.th/document/Department/.
กรรณิกา เพ็ชรักษ์, ศีตรา มยูขโชติ, นภศพร เทวะเศกสรรค์, เยาวพา วรรณแก้ว, ฝนทอง จิตจำนง. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมป้องกันการเกิดภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ในสตรีที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี. 2564;29(1):11-21.
Rogers RW. A protection motivation theory of fear appeals and attitude change. J Psychol. 1975;91:91-99.
สิวาพร พานเมือง, นิตยา อามาตยบัณฑิต. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อระดับน้ำตาลของหญิงที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ โรงพยาบาลมหาสารคาม. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์. 2565;9(4):278-291.
Maltz M. 21-Day Habit Theory. Psycho cybernetics and self-fulfillment. Deluxe ed. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall, Inc.; 2016.
De Oliveira B. Participatory action research as a research approach: advantages, limitations, and criticisms. Qual Res J. 2023;23(3):287-297. doi:10.1108/QRJ-08-2022-0101.
Polit DF, Beck CT. Nursing research principles and methods. 7th ed. New York: Wolters Kluwer; 2004.
พรสิริ เสนธิริ, สุดใจ ศรีสงค์, รัศมีแข พรหมประก่าย, เพียงเพ็ญ สร้อยสุวรรณ, ขวัญฤดี โกพลรัตน์. การพัฒนารูปแบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงระหว่างตั้งครรภ์. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์. 2560;32(2):117-129.
สิวาพร พานเมือง, อักษราณัฐ สุทธิประภา, วิไลลักษณ์ เผือกพันธ์. การพัฒนาโปรแกรมการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเบาหวาน. วารสารวิจัยและพัฒนาสุขภาพ. 2566;9(1):130-144.
Downloads
เผยแพร่แล้ว
How to Cite
ฉบับ
บท
License
Copyright (c) 2025 วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา

This work is licensed under a Creative Commons Attribution 4.0 International License.