ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ ต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในโรงพยาบาลบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, โรคเบาหวาน, พฤติกรรมการจัดการตนเองบทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ ต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ ที่เข้ารับการรักษาที่คลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลบัวใหญ่ โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทดลอง 30 ราย จะได้รับโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ ประกอบด้วย การประเมินผลลัพธ์ทางคลินิก การแลกเปลี่ยนรู้เรื่องผลเลือด ยา อาหาร การฝึกทักษะการสืบค้นหาข้อมูล บันทึกพฤติกรรมสุขภาพ และการเยี่ยมเสริมพลัง ระยะเวลาดำเนินการ 12 สัปดาห์ กลุ่มควบคุม 30 ราย จะได้รับการพยาบาลตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ส่วนที่ 1 ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน พฤติกรรมสุขภาพ ด้านอาหารและ ด้านยา ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และแบบประเมินความพึงพอใจ และส่วนที่ 2 คือ โปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านสุขภาพ, พฤติกรรมการจัดการตนเอง, ความพึงพอใจ ,ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน และผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ป่วยเบาหวาน ของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ก่อน-หลังเข้าโปรแกรมฯ ด้วยสถิติ Paired t-test และวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบคะแนนความรอบรู้ด้านสุขภาพ, พฤติกรรมการจัดการตนเอง, ความพึงพอใจ, ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน และผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ป่วยเบาหวาน ระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม ก่อน-หลังเข้าโปรแกรมฯด้วยสถิติ Independent t-test
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านสุขภาพ ความพึงพอใจ ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคเบาหวาน ไม่แตกต่างกัน คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการจัดการตนเอง (=2.43, S.D.=0.23;
=2.67, S.D.=0.20; 95%CI= -0.37-0.11) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) ส่วนผลลัพธ์ด้านคลินิกผล FBS (
=166, S.D.=51.95;
=139, S.D.=43.21; 95%CI=5.29 2.53 ) และ HbA1C (
=8.91, S.D.=1.35;
=7.51, S.D.=0.89; 95%CI=0.91 1.88) ในกลุ่มทดลองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) ส่วนผล Cr ,Micro albumin, และ eGFR ทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกัน ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม คะแนนความรอบรู้ด้านสุขภาพก่อนทดลอง (
=3.67,S.D.=0.70 ;
=3.19,S.D.= 0.21; 95%CI= 0.21 0.75) หลังทดลอง (
=3.88, S.D.=0.48;
=3.14, S.D.=0.10; 95%CI= 0.55 0.92) และความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวานก่อนทดลอง (
=11.73, S.D.=3.74;
= 12.93, S.D.=2.55 ; 95%CI= -2.85 0.45) หลังทดลอง (
=11.8, S.D.=3.15;
=11.47, S.D.=1.85; 95%CI= -1.00 1.67) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ส่วนด้านความพึงพอใจ พฤติกรรมการจัดการตนเอง ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p>0.05) และผลลัพธ์ทางคลินิก Micro albumin ระหว่างกลุ่มก่อนทดลอง (
=259, S.D.=656;
=93, S.D.=167 ; 95%CI= -81.56 413) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ส่วนผล FBS, HbA1C, Cr และ eGFR ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05)
โปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดบริการที่คลินิกเบาหวาน เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้
เอกสารอ้างอิง
กนกวรรณ ด้วงกลัด, ปัญญรัตน์ ลาภวงศ์วัฒนา, & ณัฐกมล ชาญสาธิตพร .(2563). โปรแกรมการส่งเสริมการจัดการตนเองในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมไม่ได้. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 36 (1), 66-83.
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2565). สถิติผู้ป่วยโรคเบาหวาน. ค้นเมื่อ 1 กันยายน 2566, จาก https://www.thaincd.com.
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2560). รายงานผลการประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของประชากรกลุ่มเป้าหมายการดำเนินงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2561). การเสริมสร้างและประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ. ค้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2564 , จาก https://bit.ly/3lQlfnp.
กิตติพศ วงศ์นิศานาถกุล. (2561). ความฉลาดทาง สุขภาพของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เข้ารับบริการ ณ ศูนย์เวชปฏิบัติครอบครัว โรงพยาบาล พระนครศรีอยุธยา. วารสารสมาคมศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย, 8(1), 49-61.
นิตยา เพ็ญศิรินภา. (2561). แนวคิดและหลักการเกี่ยวกับสุขศึกษาและการส่งเสริมสุขภาพ. ค้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2564 , จาก https://bit.ly/31dDWIj.
นุสรา วิโรจนกูฎ (2560). ผลของโปรแกรมการพัฒนาความรู้ การจัดการตนเองและการมีส่วนร่วมของผู้ดูแลต่อระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือดและการชะลอความเสื่อมของไตในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ .วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 31(1), 41-48.
บุญญธิดา ยาอินทร์. (2564). ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ โรงพยาบาลชุมแสง อำเภอชุมแสงจังหวัดนครสวรรค์ . สวรรค์ประชารักษ์เวชสาร, 18(1), 35-48.
ภคภณ แสนเตชะ, & ประจวบ แหลมหลัก. (2563). ผลของโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ตำบลแม่ปืม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา. วารสารสุขศึกษา, 43(2), 150-164.
ศักดิ์สิทธิ์ คำเกาะ, & รุจิรา ดวงสงค์. (2563). ผลของโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพโดยการประยุกต์ความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในกลุ่มเสี่ยงที่อยู่ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านปานเจริญ อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 13(3), 56-68.
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย, สมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย, กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, & สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2560). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2560. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: ร่มเย็น มีเดีย.
สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ. สถิติผู้ป่วยโรคเบาหวาน. ค้นเมื่อ 1 กันยายน 2566, จาก https://idf.org
สหพันธ์โรคเบาหวาน. (2564). สถานการณ์โรคเบาหวาน. ค้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2564, จาก https://www.thaincd.com
สายฝน สารินทร์, สุทธีพร มูลศาสตร์, & วรวรรณ ชัยลิมปมนตรี. (2561). ประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เสี่ยงต่อโรคไตเรื้อรัง. วารสารพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข, 29(2), 86-101.
Lorig, K. R., & Holman, H. R. (2003). Self-management education: History, definition, outcomes, and mechanisms. Annual of Behavioral Medicine, 26(1), 1-7.
Nutbeam, D. (2008). The evolving concept of health literacy. Social science & medicine, 67(12), 2072-2078.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.