ปัจจัยเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์กับความผิดปกติของระบบโครงร่างกล้ามเนื้อจากการทำงานในพนักงานโรงน้ำดื่ม อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์

ผู้แต่ง

  • กมลชนก สหุนาฬุ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • พรพรรณ สกุลคู คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

คำสำคัญ:

พนักงานโรงน้ำดื่ม, อาการผิดปกติของระบบโครงร่างกล้ามเนื้อ, ปัจจัยเสี่ยงด้านการยศาสตร์

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยในครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional Descriptive Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงปัจจัยเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์กับความผิดปกติของระบบโครงร่างกล้ามเนื้อจากการทำงานในพนักงานโรงน้ำดื่ม อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 64 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามแบบมีโครงสร้างชัดเจน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (descriptive  statistics) และสถิติ chi-squared test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ P-value 0.05

ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่างเป็นเพศหญิง ร้อยละ 59.38 มีอายุระหว่าง 40 ปีขึ้นไป ร้อยละ 29.69 มีระดับการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 37.56 สถานภาพสมรส ร้อยละ 68.75 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ระหว่าง 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 82.81 มีประสบการณ์ในการทำงานส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 1-2 ปี ร้อยละ 53.13 น้ำหนักถังน้ำที่ยักหนักส่วนใหญ่ น้ำหนัก 18.9 กิโลกรัม ร้อยละ 81.25 โดยไม่มีเครื่องช่วยผ่อนแรงในการยกถังน้ำ ร้อยละ 90.63 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับการอบรมเกี่ยวกับการป้องกันความผิดปกติของระบบโครงร่างกล้ามเนื้อ ร้อยละ 95.31 การศึกษาอาการและความรุนแรงความผิดปกติของระบบโครงร่างกล้ามเนื้อในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา ส่วนของร่างกายข้างขวาและข้างซ้ายแยกตามบ่งชี้ความรุนแรงของความผิดปกติกล้ามเนื้อ พบว่าทั้งสองข้างบริเวณที่ปวดมากคือ มือและข้อมือร้อยละ 25.76, 34.38 ตามลำดับ มีความชุกอาการผิดปกติของระบบโครงร่างกล้ามเนื้อร้อยละ 57.81 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความผิดปกติของระบบโครงร่างกล้ามเนื้อในพนักงานโรงน้ำดื่มได้แก่ อายุ (Chi-Square=9.922, p-value= 0.019), สถานภาพสมรส (Chi-Square=9.3708, p-value=0.025), การออกกำลังกาย (Chi-Square=10.0727, p-value=0.006)และท่าทางการทำงานของลำตัวที่มีการโน้มตัวไปด้านหน้า (Chi-Square=30.276, p-value<0.001) จากปัจจัยเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์กับความผิดปกติของระบบโครงร่างกล้ามเนื้อจากการทำงาน ควรจัดให้มีการเฝ้าระวังป้องกันโรคทางระบบโครงร่างกล้ามเนื้อ และลดความเสี่ยงและวางแผนการป้องกันความผิดปกติของระบบโครงร่างกล้ามเนื้อจากการทำงานในพนักงานโรงน้ำดื่ม เช่น การอบรมทางการยศาสตร์การทำงานแก่พนักงาน การมีเครื่องผ่อนแรงในการยกถังน้ำดื่ม เป็นต้น

Downloads

Download data is not yet available.

Author Biography

พรพรรณ สกุลคู, คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

  รศ.ดร. พรพรรณ   สกุลคู  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (Associate Professor) สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น  เบอร์โทรศัพท์มือถือ 085-7522682  อีเมล  spornp@kku.ac.th

References

กลุ่มอาชีวอนามัย สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม. (2559). คู่มือการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการจัดบริการอาชีวอนามัยให้กับแรงงานในชุมชนด้านการยศาสตร์. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค.

จตุพร เลิศฤทธิ์. (2550). การประเมินความเสี่ยงต่อความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อในคนงานโรงงานทอผ้า อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น.

ธัญญาวัฒน์ หอมสมบัติ. (2554). ภาวะปวดหลังและรยางค์ส่วนบนในแรงงานนอกระบบกลุ่มไม้กวาดร่มสุข ตำบลพังทุย อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

พีรพงษ์ จันทราเทพ. (2554). ปัจจัยด้านการยศาสตร์และความชุกของการปวดหลังส่วนล่างในพนักงานเก็บขนขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดหนองบัวลำภู. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น.

สสิธร เทพตระการพร. (2542). โรคปวดหลังจากการทำงาน. สถานการณ์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม, 4(3), 42-47.

สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค. (2560). รายงานสถานการณ์โรคและภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ปี 2560. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค.

สำนักงานประกันสังคม. (2560ก). สถิติการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน. ค้นเมื่อ 20 กันยายน 2560, จากhttps://www.sso.go.th/wpr/assets/upload/files_storage/sso_th/4357fd4e5cf94ff8106af06fde8e892e.pdf

สำนักงานประกันสังคม. (2560ข). สถิติการประสบอันตรายหรือการบาดเจ็บเนื่องจากการทำงาน: จำแนกตามความรุนแรงและประเภทกิจการ ปี 2560 ในประทศไทย. ค้นเมื่อ 20 กันยายน 2560, จากhttps://www.sso.go.th/wpr/assets/upload/ files_storage/sso_th/dabd372c6ef6f42f38d553330097

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์. (2560ก). สาเหตุการป่วยของผู้ป่วยนอกตามกลุ่มโรค10 อันดับแรก เขตสุขภาพที่ 9 จังหวัดบุรีรัมย์ ปีงบประมาณ 2561. ค้นเมื่อ 20 กันยายน 2560, จาก https://brm.hdc.moph.go.th/hdc/reports/report.php? source=pformated/format2.php&cat_id=491672679818600345dc1833920051b2&id=65fdb98bca9c344737fcb1fd4b64e9e5.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์. (2560ข). สาเหตุการป่วยของผู้ป่วยนอกตามกลุ่มโรค10 อันดับแรก เขตสุขภาพที่ 9 จังหวัดบุรีรัมย์ CUP โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ ปีงบประมาณ 2561.ค้นเมื่อ 20 กันยายน 2560, จาก https://brm.hdc.moph.go.th/hdc/reports/report.php?source=pformated/format2.php&cat_id=491672679818600345dc1833920051b2&id=65fdb98bca9c344737fcb1fd4b64e9e5.

Kuorinka, I., Jonsson, B., Kilbom, A., Vinterberg, H., Biering-Sørensen, F., Andersson, G., et al. (1987). Standardised Nordic questionnaires for the analysis of musculoskeletal symptoms. Applied Ergonomics, 18(3), 233–237.

Downloads

เผยแพร่แล้ว

2020-02-18

ฉบับ

บท

นิพนธ์ต้นฉบับ

Most read articles by the same author(s)

1 2 > >>