Anemia in Female Students of Ethnic Minorities in Northern Vietnam

  • Hong Hanh Hoa University of medicine and Pharmacy, Vietnam
  • Jutatip Jamnok University of medicine and Pharmacy, Vietnam
  • Hac Van Vinh University of medicine and Pharmacy, Vietnam
  • Kanokwan Sanchaisuriya Faculty of Associated Medical Sciences, Khon Kaen University, Thailand
  • Pattara Sanchaisuriya Faculty of Public Health, Khon Kaen University
Keywords: คำสำคัญ ภาวเลือดจาง ภาวะขาดธาตุเหล็ก ธาลัสซีเมีย ชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์

Abstract

ภาวะเลือดจางเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบในชนกลุ่มน้อย โดยมีสมมติฐานว่าเกิดจากการขาดธาตุเหล็กเป็นหลัก การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาค่าความชุกภาวะเลือดจาง และภาวะเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็กในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่เป็นชนกลุ่มน้อยในเขตภาคเหนือของประเทศเวียดนาม อาสาสมัครเป็นนักศึกษาแพทย์กลุ่มชาติพันธุ์ที่กำลังศึกษา ณ มหาวิทยาลัยไทเหงียน เก็บรวบรวมข้อมูลด้านประชากรและสังคม และสถานะสุขภาพโดยการสัมภาษณ์ เก็บตัวอย่างเลือดและนำไปตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete blood count: CBC) วินิจฉัยภาวะเลือดจางโดยอาศัยเกณฑ์ระดับฮีโมโกลบินน้อยกว่า 12 กรัม/เดซิลิตร นำตัวอย่างเลือดที่พบภาวะเลือดจางมาตรวจวัดระดับเฟอร์ไรตินในซีรั่ม วินิจฉัยภาวะเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็กในผู้ที่มีภาวะเลือดจางและมีระดับเฟอร์ไรตินในซีรั่มน้อยกว่า 15 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร ส่วนการบ่งชี้พาหะธาลัสซีเมียใช้ค่าปริมาตรเม็ดเลือดแดงเฉลี่ย (Mean corpuscular volume: MCV) และการทดสอบ Dichlorophenol-indophenol precipitation (DCIP) จากผู้หญิงจำนวน 275 คน พบความชุกภาวะเลือดจาง และภาวะเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก ร้อยละ 31.6 (ช่วงเชื่อมั่น ร้อยละ 95 =26.2-37.5) และ ร้อยละ 7.6 (ช่วงเชื่อมั่นร้อยละ 95 =4.8-11.4) ตามลำดับ จากการคัดกรองด้วย MCV/DCIP พบพาหะธาลัสซีเมียในผู้หญิง 95 คน (ร้อยละ 34.5, ช่วงเชื่อมั่นร้อยละ 95 = 28.9-40.5) ในกลุ่มผู้หญิงที่มีภาวะเลือดจาง พบว่า ร้อยละ 75.9 มีสถานภาพเหล็กปกติ มีภาวะขาดธาตุเหล็ก ร้อยละ 24  และเป็นพาหะธาลัสซีเมีย ประมาณร้อยละ 68 ปัจจัยที่สัมพันธ์กับภาวะเลือดจางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ ผลการตรวจคัดกรองบวก (Odds Ratio=8.9; ช่วงเชื่อมั่นร้อยละ 95 =5.9-15.9) ข้อค้นพบนี้ นอกจากจะเป็นประโยชน์สำหรับการกำหนดมาตรการป้องกันภาวะเลือดจางแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดมาตรการป้องกันโรคธาลัสซีเมียในชนกลุ่มน้อยอีกด้วย

Downloads

Download data is not yet available.
Published
2019-11-01
การอ้างอิงบทความ