ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคในกลุ่มชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดตาก

  • kiadtiphum phakdithaithesa โรงพยาบาลอุ้มผาง
  • พรนภา ศุกรเวทย์ศิริ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
คำสำคัญ: คำสำคัญ: คุณภาพชีวิต, ผู้ป่วยวัณโรคในชาวเขา, กะเหรี่ยง, ตาก

บทคัดย่อ

การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional analytic study) วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับคุณภาพชีวิตและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยวัณโรคในกลุ่มชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดตาก มีผู้เข้าร่วมโครงที่เป็นผู้ป่วยวัณโรคในกลุ่มชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง ทั้งหมด 77 คน

ผลการศึกษา พบว่า ผู้ป่วยวัณโรคในกลุ่มชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงมีระดับคุณภาพชีวิตดีเพียง ร้อยละ 12.99 เพศชายมีคุณภาพชีวิตดีกว่าเพศหญิงร้อยละ 14.00 คนที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปี มีคุณภาพชีวิตดีกว่าคนที่มีอายุมากกว่าหรือเท่า 50 ปี ร้อยละ 20.00 คนที่ได้เรียนหนังสือคุณภาพชีวิตดีกว่าคนที่ไม่ได้เรียนหนังสือ ร้อยละ 25.00 คนที่มีงานทำมีคุณภาพชีวิตดีกว่าคนที่ไม่มีงานทำ ร้อยละ 20.00 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยวัณโรคในกลุ่มชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง ได้แก่ อายุ (OR=7.75, 95%CI=0.92-64.63 ,p-value=0.039) อาชีพ (OR=7.75, 95%CI=0.92-64.63, p-value=0.039) ระยะเวลาในการรักษาวัณโรค (OR=6.44, 95%CI=1.8-33.60,p-value=0.015) และมีผู้กำกับดูแลการกินยาวัณโรคต่อหน้า (DOTS) (OR=8.73, 95%CI=1.05-72.83, p-value=0.035)

ข้อเสนอแนะจากการศึกษา จากการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าคุณภาพชีวิตผู้ป่วยวัณโรคในกลุ่มชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดตาก ส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี ด้านอายุ ผู้ป่วยวัณโรคที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ลูกหลานควรจะดูแลเอาใจใส่การกินยาเนื่องจากคนไข้อ่านหนังสือไม่ออก ขี้ลืม และให้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ด้านอาชีพ คนไข้บางส่วนทำงานไม่ได้เนื่องจาก เหนื่อย หอบไม่มีแรงในการทำงาน ส่วนคนไข้ที่ทำงานได้แต่นายจ้างรับเข้าทำงานเนื่องจากกลัวผู้ป่วยจะแพร่เชื้อให้กับเพื่อนร่วมงาน เจ้าหน้าที่ทางสาธารณสุขควรทำความเข้าใจเรื่องวัณโรคกับผู้ประกอบการ เพื่อนร่วมงานเข้าใจเพื่อให้ผู้ป่วยและเพื่อนร่วมงานทำงานร่วมกันได้อย่างปลอดภัย ด้านระยะเวลาในการักษาวัณโรค การรับประทานยาวัณโรคในผู้ป่วยที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 6 เดือน มักจะพบอาการข้างเคียงของยาให้ทำผู้ป่วยไม่ยอมรับประทานยาต่อ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีการแย่ลง เจ้าหน้าควรให้สุขศึกษาอาการข้างเคียงของยาวัณโรค หรือเปลี่ยนยาตัวอื่นที่ผู้ป่วยมีอาการค้างเคียงน้อยที่สุดเพื่อให้ผู้ป่วยรับรับประทานยาได้อย่างต่อเนื่อง ด้านการกำกับดูแลการกินยาวัณโรคต่อหน้า (DOTS) ผู้ป่วยที่ได้รับการกำกับดูแลการกินยาวัณโรคต่อหน้า (DOTS) ควรให้เจ้าหน้าที่หรือ อสม. ในพื้นที่รับผิดชอบหมั่นดูแลการรับประทานยาให้ครบ

Downloads

Download data is not yet available.

ประวัติผู้แต่ง

kiadtiphum phakdithaithesa, โรงพยาบาลอุ้มผาง

นายเกียรติภูมิ ภักดีไทยเทศา 

นักศึกษาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิทยาการระบาด คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

เผยแพร่แล้ว
2019-11-01
การอ้างอิงบทความ
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

Most read articles by the same author(s)

1 2 > >>