ความชุกภาวะโลหิตจางและภาวะทุพโภชนาการในผู้สูงอายุพื้นที่รพ.สต.บ้านทุ่งขี้ต่าย ตำบลพงศ์ประศาสน์ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

  • รพี เสียงใหญ่ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • ภัทระ แสนไชยสุริยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • กนกวรรณ แสนไชยสุริยา คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • ไพฑูรย์ เสียงใหญ่ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบางสะพาน

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวางนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อหาความชุกภาวะโลหิตจางและภาวะทุพโภชนาการในผู้สูงอายุพื้นที่รพ.สต.บ้านทุ่งขี้ต่าย ตำบลพงศ์ประศาสน์ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิในผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 231 คน เก็บข้อมูลทั่วไปด้านบุคคล ด้านสุขภาพ และรูปแบบการบริโภคอาหารโดยการสัมภาษณ์ ตรวจเลือดวัดค่าระดับ
ฮีมาโตคริตเพื่อประเมินภาวะโลหิตจาง หาค่าดัชนีมวลกายเพื่อประเมินภาวะทุพโภชนาการ วิเคราะห์หาปัจจัยเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์กับภาวะโลหิตจางด้วยสถิติ ไคสแคว์หรือฟิชเชอร์เอกแซคและวิเคราะห์ถดถอยพหุแบบลอจิสติก

ผลการศึกษา พบว่า อัตราความชุกภาวะโลหิตจาง จากการตรวจวัดค่าระดับฮีมาโตคริตในผู้สูงอายุเท่ากับร้อยละ 28.1 (65/231) โดยพบความชุกภาวะโลหิตจางในเพศชายร้อยละ 34.6 (27/78) และเพศหญิงร้อยละ 24.8 (38/153) จากค่าดัชนีมวลกาย ผู้สูงอายุ ร้อยละ 6.5 (15/231) มีภาวะน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 61.0 (141/231) มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน และร้อยละ 32.5 (75/231) มีภาวะโภชนาการปกติ ผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะโลหิตจาง พบว่า ผู้สูงอายุที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป มีโอกาสเป็นภาวะโลหิตจางมากเป็น 5.41 เท่าของผู้สูงอายุที่อายุระหว่าง 60-69 ปี OR=5.41 (95% CI=2.15–13.60) ผู้สูงอายุที่มีโรคระบบกล้ามเนื้อหรือกระดูก มีโอกาสเป็นภาวะโรคโลหิตจางเป็น 0.39 เท่าของผู้สูงอายุที่ไม่มีโรคระบบกล้ามเนื้อหรือกระดูก OR=0.39 (95% CI=0.16-0.94) และผู้สูงอายุที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ มีโอกาสเป็นภาวะโลหิตจางมากเป็น 4.93 เท่าของผู้สูงอายุที่มีน้ำหนักตามเกณฑ์ OR=4.93 (95% CI=1.37-17.75)

ผลการศึกษาครั้งนี้ชี้ว่า ควรมีมาตรการเฝ้าระวัง ควบคุมและป้องกัน รวมทั้งแนวทางในการวางแผนการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุเชิงรุกที่เหมาะสมให้กับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ และอายุมาก 80 ปีหรือมากกว่า

Downloads

Download data is not yet available.
เผยแพร่แล้ว
2019-08-15
การอ้างอิงบทความ
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ