การประเมินคุณภาพอากาศภายในอาคารและการเฝ้าระวังเชื้อลิจิโอเนลลา นิวโมฟิลา ในน้ำ ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร

Main Article Content

ปิยทัศน์ บำรุงเวช
บุญรัตน์ เวชตรียานนท์
ชัชชัย ธนโชคสว่าง
กุณฑลีย์ บังคะดานรา

บทคัดย่อ

โรงพยาบาลเป็นสภาพแวดล้อมที่มีผู้มาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ซึ่งให้บริการแก่ผู้ป่วยเป็นหลัก โดยผู้ป่วยเหล่านี้อาจมีเชื้อโรคที่สามารถแพร่กระจายและก่อให้เกิดโรคได้ การจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคารอย่างมีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการควบคุมการติดเชื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการป้องกันการแพร่กระจายของ เชื้อลิจิโอเนลลา นิวโมฟิลา (Legionella pneumophila) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบ และมักพบในอาคารที่ใช้ระบบระบายอากาศแบบรวม การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินคุณภาพอากาศภายในอาคารและเฝ้าระวังแหล่งที่อาจมีการปนเปื้อนของ เชื้อลิจิโอเนลลา นิวโมฟิลา ในระบบน้ำของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย การศึกษานี้ใช้รูปแบบการสำรวจแบบภาคตัดขวาง โดยมีการประเมินคุณภาพอากาศภายในอาคารที่จุดตัวอย่างจำนวน 307 จุด ซึ่งคัดเลือกโดยการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจงจากแผนกผู้ป่วยนอก หอผู้ป่วยใน และหอผู้ป่วยวิกฤติ/กึ่งวิกฤติ นอกจากนี้ ยังเก็บตัวอย่างน้ำจาก 67 พื้นที่เสี่ยงที่อาจมีการเจริญเติบโตของเชื้อ เชื้อลิจิโอเนลลา นิวโมฟิลา และสามารถแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ โดยเก็บข้อมูลระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายน พ.ศ. 2567 โดยวันเก็บตัวอย่างในแต่ละพื้นที่เลือกแบบสุ่มในช่วงเวลาปฏิบัติงานตามปกติ


ผลการประเมินคุณภาพอากาศภายในอาคารพบว่า ความเข้มข้นของฝุ่นละออง PM2.5 อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่จุดตรวจวัดร้อยละ 90.2 ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ร้อยละ 86.0 อัตราการหมุนเวียนอากาศร้อยละ 84.2 อุณหภูมิร้อยละ 73.9 และความชื้นสัมพัทธ์เพียงร้อยละ 45.3 อย่างไรก็ตาม พื้นที่ตรวจวัดร้อยละ 54.7 มีค่าความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่าค่ามาตรฐาน ซึ่งอาจส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ผลการตรวจพบ เชื้อลิจิโอเนลลา นิวโมฟิลา ใน 19 จุดตรวจวัด แม้ว่าความเข้มข้นของเชื้อทั้งหมดจะต่ำกว่า 100,000 CFU/L ด้วยลักษณะภูมิอากาศแบบร้อนชื้นของประเทศไทย ซึ่งมีอุณหภูมิและความชื้นสูงอย่างต่อเนื่อง การเฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องจึงมีความจำเป็น  กลยุทธ์เหล่านี้ควรรวมถึงการจัดการความชื้นภายในอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ และการตรวจสอบระบบน้ำของโรงพยาบาลอย่างสม่ำเสมอ เช่น ถังเก็บน้ำ ก๊อกน้ำ และฝักบัว เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำและบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานในโรงพยาบาล

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
บำรุงเวช ป, เวชตรียานนท์ บ, ธนโชคสว่าง ช, บังคะดานรา ก. การประเมินคุณภาพอากาศภายในอาคารและการเฝ้าระวังเชื้อลิจิโอเนลลา นิวโมฟิลา ในน้ำ ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร. วารสาร สปคม. [อินเทอร์เน็ต]. 8 ธันวาคม 2025 [อ้างถึง 13 มกราคม 2026];10(2):119-36. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/iudcJ/article/view/278836
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมอนามัย. คู่มือการปฏิบัติงานเพื่อการตรวจประเมินคุณภาพอากาศภายในอาคาร สำหรับเจ้าหน้าที่. นนทบุรี:สำนักสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย; 2559.

กองระบาดวิทยา. รายงานสถานการณ์โรคลีเจียนแนร์ (Legionellosis). นนทบุรี: กองระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข; 2567.

ศิริรัตน์ เรืองเกศา, สุพิชชา เอื้ออรัญโชติ, ภารดี ช่วยบำรุง. การประเมินประสิทธิภาพการระบายอากาศภายในโรงพยาบาลด้วยการตรวจวัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์. วารสารวิทยาศาสตร์บูรพา. 2560;22(2):74-91.

ณรงค์เดช พิมพรรณ, สาวิตรี ภมร, อัจฉราลักษณ์ แคนลา, ภูริดา อินทะสร้อย. คุณภาพอากาศภายในอาคารหอผู้ป่วยใน : กรณีศึกษาโรงพยาบาลหกแห่งในพื้นที่ เขตสุขภาพที่ 4. สระบุรี: กลุ่มโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 จังหวัดสระบุรี; 2566.

ปานทิพย์ ธิโนชัย, มนทิรา เตี้ยเล็ก, จิรา คงปราณ. คุณภาพอากาศภายในอาคารโรงพยาบาล: กรณีศึกษาโรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2562;28(2):325-33.

สาธินี ศิริวัฒน์, กฤษณา นาสูงชน, ฐิติรัช งานฉมัง. การประเมินคุณภาพอากาศภายในอาคารและกลุ่มอาการเจ็บป่วยจากอาคารของผู้ปฏิบัติงานในอาคารใหม่ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง. วารสารความปลอดภัยและสุขภาพ. 2565;15(1): 161-72.

Ibrahim F, Samsudin EZ, Ishak AR, Sathasivam J. The relationship between occupant behaviour and indoor air quality in Malaysian hospital outpatient departments: A multistage cross-sectional study. Heliyon. 2024 Jul 10;10(14):1-19.

รจฤดี โชติกาวินทร์, นริศรา จันทรประเทศ, ภารดี อาษา, ทิษฏยา เสมาเงิน. การประเมินปริมาณและชนิดของ แบคทีเรียในอากาศภายในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล. บูรพาเวชสาร. 2563;7(1):47-62.

พรชรัฐ สายยุทธ, กัลยา หาญพิชาญชัย, จินดาวัลย์ วิบูลย์อุทัย. ปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ในอากาศและคุณภาพอากาศในอาคารของโรงพยาบาล : กรณีศึกษาโรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิชาการสำนักงานป้องกันควบคุมมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา. 2563;26(1):14-24.

Luksamijarulkul P, Somjai N, Nankongnap N, Pataitiemthong A, Kongtip P, Woskie S. Indoor air quality at different sites of a governmental hospital, Thailand. Nurs Palliat Care. 2019;4:1-5.

ชนัญญา พานิคม, สุนิสา ชายเกลี้ยง. การประเมินความเสี่ยงคุณภาพอากาศในอาคารของบุคลากรโรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น. วารสารพิษวิทยาไทย. 2567;39(2):1-18.

Palmisani J, Gilio AD, Viana M, de Gennaro G, Ferro A. Indoor air quality evaluation in oncology units at two European hospitals: Low-cost sensors for TVOCs, PM2.5 and CO2 real-time monitoring. Building and Environment. 2021;205: 1-10.

กรมอนามัย. ประกาศกรมอนามัย เรื่อง ข้อปฏิบัติการควบคุมเชื้อลีจิโอเนลลาในหอผึ่งเย็นของอาคารในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานกิจการการพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก; 2549.

สมชัย บวรกิตติ. โรคทางละอองน้ำในอากาศ. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข. 2552;3(4):489-94.

Bartram J, Chartier Y, Lee JV, Pond K, Surman-Lee S. Legionella and the prevention of legionellosis. Canberra: Design ONE; 2007.

Mouchtouri VA, Goutziana G, Kremastinou J, Hadjichristodoulou C. Legionella species colonization in cooling towers: risk factors and assessment of control measures. Am J Infect Control. 2010 Feb;38(1):50-5.