ปัจจัยที่มีผลต่อการจำหน่ายยาไม่เหมาะสม และผลของการให้ความรู้และสื่อให้ความรู้ต่อการจำหน่ายยาในร้านชำ อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์
Main Article Content
บทคัดย่อ
ความสำคัญ : ร้านชำเป็นแหล่งที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและสะดวกในการซื้อสินค้าจำเป็นที่ใช้ในชีวิตประจำวันรวมถึงยาพื้นฐานบางชนิด อย่างไรก็ตาม หากขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจำหน่ายยาที่ถูกต้องอาจนำไปสู่การจำหน่ายยาที่ไม่เหมาะสม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน การศึกษานี้จึงมุ่งทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่เกี่ยวข้องและหาแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาการจำหน่ายยาไม่เหมาะสมในร้านชำ
วัตถุประสงค์ : การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการจำหน่ายยาไม่เหมาะสมในร้านชำและประเมินผลของการให้ความรู้และสื่อให้ความรู้ต่อการจำหน่ายยาไม่เหมาะสมในร้านชำ
วิธีการวิจัย : การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมระหว่างเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ในช่วงเดือนมกราคม 2567-พฤษภาคม 2568 โดยการตรวจเฝ้าระวังการจำหน่ายยาไม่เหมาะสมจากประชากรร้านชำในพื้นที่ตำบลหายโศกและตำบลบ้านแวง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 329 ร้าน มีร้านที่เข้าเกณฑ์การจำหน่ายยาไม่เหมาะสมเป็นกลุ่มตัวอย่างจำนวน 100 ร้าน ร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึกเจ้าของร้านชำที่เข้าเกณฑ์โดยการสุ่มแบบง่ายจำนวน 30 ตัวอย่าง การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 5 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ทบทวนวรรณกรรม วางแผนงานวิจัย และพัฒนาเครื่องมือ ระยะที่ 2 เก็บข้อมูลครั้งที่ 1 ด้วยเครื่องมือที่ได้จากการพัฒนาขึ้นมาตามวัตถุประสงค์ของงานวิจัยร่วมกับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานคุ้มครองผู้บริโภคระดับอำเภอ ระยะที่ 3 จัดโครงการอบรมให้ความรู้เรื่องการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพให้ปลอดภัยและการใช้ยาอย่างเหมาะสมให้กับเจ้าของร้านชำ ระยะที่ 4 เก็บข้อมูลครั้งที่ 2 ด้วยเครื่องมือเดียวกับที่ใช้เก็บข้อมูลครั้งที่ 1 ระยะที่ 5 ตรวจสอบความสมบูรณ์และความถูกต้องของข้อมูลและนำข้อมูลมาวิเคราะห์ผลทางสถิติ
ผลการศึกษา : ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีอายุอยู่ในช่วง 41-50 ปี ร้อยละ 45.00 ระดับการศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาหรืออนุปริญญา ร้อยละ 50.00 ระยะทางระหว่างร้านค้ากับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หรือโรงพยาบาลชุมชนที่ใกล้ที่สุดอยู่ในระยะ 1-5 กิโลเมตร ร้อยละ 67.00 ยอดขายต่อเดือนส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 10,001-20,000 บาท ลักษณะการจำหน่ายเป็นร้านขายปลีก ร้อยละ 91.00 ร้านขายยาแผนปัจจุบันบรรจุเสร็จที่มิใช่ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ (ขย.2) เป็นแหล่งที่ซื้อยามาจำหน่ายมากที่สุด ร้อยละ 45.00 เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลกับการจำหน่ายยาไม่เหมาะสมในร้านชำ พบว่าไม่มีความสัมพันธ์กัน (p>0.05) ปัจจัยที่ทำให้กลุ่มตัวอย่างนำยาไม่เหมาะสมมาจำหน่ายในร้านมากที่สุด คือการไม่เคยผ่านการอบรมหรือได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในเรื่องยา คิดเป็นร้อยละ 83.00 รองลงมาคือไม่ทราบอาการข้างเคียงหรืออันตรายที่เกิดจากยา คิดเป็นร้อยละ 76.00 และเมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยกับการนำยาไม่เหมาะสมมาจำหน่ายในร้านชำพบว่าไม่มีความสัมพันธ์กัน (p>0.05) การให้ความรู้พร้อมกับสื่อให้ความรู้ส่งผลต่อการจำหน่ายยาที่ไม่เหมาะสมในร้านชำลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) โดยการจำหน่ายยาปฏิชีวนะลดลงมากถึงร้อยละ 46.00 ยาต้านการอักเสบที่มิใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ลดลงร้อยละ 44.00 และยาอันตรายอื่น ๆ ลดลงร้อยละ 23.00
สรุปผล : การวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าการให้ความรู้และการใช้สื่อให้ความรู้ เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการลดการจำหน่ายยาไม่เหมาะสมในร้านชำ การพัฒนาแนวทางการอบรมที่เหมาะสมและการสร้างความร่วมมือในระดับชุมชนจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการจำหน่ายยาที่ปลอดภัยและถูกกฎหมายอย่างยั่งยืนได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
1.สมหญิง พุ่มทอง. สรุปผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการใช้ยาปลอดภัยในชุมชน ปี 2561–2562 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา; 2562 [เข้าถึงเมื่อ 7 ก.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://ndi.fda.moph.go.th/uploads/sensible_file/20191118101736.pdf
2.บุปผา ศิริรัศมี. พฤติกรรมสุขภาพในเรื่องการใช้ยาปฏิชีวนะของประชาชนในจังหวัดนครปฐม [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล; 2540 [เข้าถึงเมื่อ 10 มิ.ย. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://ipsr.mahidol.ac.th/wp-content/uploads/2022/03/Report-File-206.pdf
3.คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ. แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาระบบยาของประเทศไทย (พ.ศ. 2566-2570) [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา; 2551 [เข้าถึงเมื่อ 2 ส.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://ndi.fda.moph.go.th/uploads/file_news/202309131994561417.pdf
4.Holloway KA. Thailand situation analysis: MEDICINES IN HEALTH CARE DELIVERY report. 23 November – 4 December 2015. February 2016.
5.กระทรวงสาธารณสุข. พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510. ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 84, ตอนที่ 101 (ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2510).
6.กระทรวงสาธารณสุข. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบัน. ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 116, ตอนที่ 38 ง (ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2542).
7.กระทรวงสาธารณสุข. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ. ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 130, ตอนพิเศษ 21 ง (ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556).
8.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์, ลือชัย ศรีเงินยวง, วิชิต เปานิล. ยากับชุมชน: มิติทางสังคมวัฒนธรรม [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ; 2550. [เข้าถึงเมื่อ 19 มิ.ย. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/4874
9.เบญจมาศ บุดดาวงศ์, วรสุดา ยูงทอง. การสร้างศักยภาพของชุมชนในการจัดการปัญหายาและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่เหมาะสม: กรณีอำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารเภสัชกรรมไทย [อินเทอร์เน็ต]. 2559 [เข้าถึงเมื่อ 17 ต.ค. 2567]; 8(3):331–43. เข้าถึงได้จาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/TJPP/article/view/169744
10.พยอม เพชระบูรณิน, สุรศักดิ์ เสาแก้ว. ความชุกของยาไม่ปลอดภัยในร้านชำ: กรณีศึกษาอำเภอหล่มเก่า เขาค้อ และน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์. วารสารเภสัชกรรมไทย [อินเทอร์เน็ต]. 2562 [เข้าถึงเมื่อ 17 ต.ค. 2567]; 3(2):422-30. เข้าถึงได้จาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/TJPP/article/view/171542/123220
11.นพมาศ จันทร์ลออ. ความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับการจำหน่ายยาอันตรายในร้านขายของชำ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง. วารสารการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 19 มิ.ย. 2567]; 3(2):147–60. เข้าถึงได้จาก: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/JOHCP/article/view/263113
12.สุนิษา ถิ่นแก้ว, รัตนาภรณ์ อาวิพันธ์, ชิดชนก เรือนก้อน. การพัฒนาระบบเฝ้าระวังการจำหน่ายยาในร้านชำผ่านนโยบายส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในชุมชนตำบลเหล. วารสารเภสัชกรรมไทย [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 17 ต.ค. 2567]; 15(3):316–30. เข้าถึงได้จาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/TJPP/article/view/255783
13.ธิดาพร อาจทวีกุล, วิรัติ ปานศิลา, วรพจน์ พรหมสัตยพรต. การพัฒนาระบบการเฝ้าระวังการจำหน่ายยาอันตรายในร้านขายของชำ ในพื้นที่ตำบลสะแกโพรง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารมหาวิทยาลัยคริสเตียน [อินเทอร์เน็ต]. 2559 [เข้าถึงเมื่อ 17 ต.ค. 2567]; 22(2):497–509. เข้าถึงได้จาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/CUTJ/article/view/241012
14.สรรธิวัฒน์ เลิศภานิธิศ, สุรศักดิ์ เสาแก้ว. การประเมินความรู้ด้านยาและสำรวจความชุกของการจำหน่ายยาที่ไม่เหมาะสมของร้านขายของชำ ในเขตตำบลดอนศรีชุม อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา. วารสารวิจัยคลินิก [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 13 มี.ค. 2566]; 10(2):131–42.. เข้าถึงได้จาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/crmjournal/article/view/259561
15.สิริลักษณ์ รื่นรวย. การจัดการปัญหายาและผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชนโดยเครือข่าย บวร.ร. วารสารเภสัชกรรมไทย [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [เข้าถึงเมื่อ 17 ต.ค. 2567]; 32(4):855-68. เข้าถึงได้จาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/TJPP/article/view/223859
16.อัจฉรา สีหา. การพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาในร้านชำเขตอำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 17 ต.ค. 2567]; 15(2):304-17. เข้าถึงได้จาก: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RDHSJ/article/view/255517