การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องในท่านั่งร่วมกับการดื่มน้ำเพื่อช่วยเพิ่มการมองเห็นตับอ่อน

ผู้แต่ง

  • บุศยรินทร์ ศุภาโกมลนันท์ กลุ่มงานรังสี รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จ.สมุทรสงคราม

คำสำคัญ:

ตับอ่อน ท่านั่ง อัลตราซาวด์

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ : การอัลตราซาวด์ช่องท้องสามารถตรวจหาความผิดปกติได้หลายอวัยวะ โดยมักพบว่ามีข้อจำกัดในการตรวจตับอ่อน โดยแก๊สในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กบดบังตับอ่อนหรือทำให้ตรวจพบตับอ่อนไม่สมบูรณ์ มีข้อแนะนำให้ผู้รับการตรวจอัลตราซาวด์ดื่มน้ำและการทำอัลตราซาวด์ในท่านั่งเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งของแก๊สในทางเดินอาหารและให้น้ำไปแทนที่แก๊ส แต่สำหรับในประเทศไทยยังไม่พบการศึกษาอย่างแพร่หลาย

วิธีการศึกษา : การศึกษาไปข้างหน้า โดยคัดเลือกผู้ที่มารับการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องในช่วงกรกฎาคม-กันยายน 2564 จำนวนรวม 236 คน หลังจากทำการอัลตราซาวด์ตามมาตรฐานในท่านอนหงายแล้วจึงให้ผู้รับการตรวจนั่งบนเตียงตรวจร่วมกับดื่มน้ำเปล่า 300 มิลลิลิตร และทำการอัลตราซาวด์ช่องท้องเพื่อดูลักษณะตับอ่อนอีกครั้ง เก็บข้อมูลพื้นฐานได้แก่ อายุ เพศ น้ำหนัก ส่วนสูง คำนวณดัชนีมวลกาย ข้อมูลที่ได้นำมาแจกแจงค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้สถิติ Paired sample t-test เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยการมองเห็นตับอ่อนจากอัลตราซาวด์ช่องท้องก่อนและหลังการดื่มน้ำในท่านั่ง ทั้งในกลุ่มผู้มารับการตรวจทั้งหมดและกลุ่มผู้ที่มีน้ำหนักเกินและภาวะอ้วน

ผลการศึกษา : ค่าเฉลี่ยแบบวัดประสิทธิภาพการมองเห็นตับอ่อนจากการอัลตราซาวด์ช่องท้องในท่านั่งร่วมกับการดื่มน้ำ และในท่านอนตามมาตรฐาน คิดเป็น 2.61±0.56 และ 1.52±0.83 ตามลำดับ มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=.000) กลุ่มผู้รับการตรวจอัลตราซาวด์ที่มีดัชนีมวลกายสูงเข้าเกณฑ์น้ำหนักเกินและภาวะอ้วน พบว่าประสิทธิภาพการมองเห็นตับอ่อนดีขึ้นในท่านั่งร่วมกับการดื่มน้ำ โดยมีค่าเฉลี่ยแบบการวัดประสิทธิภาพการมองเห็นตับอ่อนจากการอัลตราซาวด์ช่องท้องในท่านั่งร่วมกับการดื่มน้ำ และในท่านอนตามมาตรฐาน คิดเป็น 2.45±0.60 และ 1.26±0.78 ตามลำดับ มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=.000)

สรุป : การอัลตราซาวด์ช่องท้องในท่านั่งร่วมกับการดื่มน้ำช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นตับอ่อน เปรียบเทียบกับการอัลตราซาวด์ช่องท้องในท่านอนตามมาตรฐาน

Downloads

Download data is not yet available.

References

เอกสารอ้างอิง
1. Crade M, Taylor KJ.W., Rosenfield AT. Water distention of the gut in the evaluation of the pancreas by ultrasound. Am J Roentgenol 1978; 131:348-49. Available from: https://www.ajronline.org/doi/pdf/10.2214/ajr.131.2.348
2. Marsico M, Gabbani T, Casser T, Biagini MR. Factors predictive of improved abdominal ultrasound visualization after oral administration of simethicone. Ultrasound in Med. & Biol 2016;42:2532-37. Available from https: //core.ac.uk/ download/pdf/ 301577087.pdf
3. Ashida R, Tanaka S, Yamanaka H, Okagaki S, Nakao K, Fukuda J, et al. The role of transabdominal ultrasound in the diagnosis of early stage pancreatic cancer: Review and single-center experience. Diagnostics 2019;9(1). Doi: 10.3390/diagnostics9010002
4. MacMahon H, Bowie JD, Beezhold C. Erect scanning of pancreas using a gastric window.AJR 1979:132:587-91. Available from: https://www.ajronline.org/doi/pdf/ 10.2214/ajr.132.4.587
5. Orth OD. Sonography of the pancreatic head aided by water and glucagon. RadioGraphics 1987;7(1): 85-100. Available from: https://pubs.rsna.org/doi/pdf/10.1148 /radiographics. 7.1.3329359
6. Radiologykey. Pancreas[internet] 2016[cited2019 May29]. Available from: https://radiologykey.com/pancreas-16/
7. Okaniwa S. How dose ultrasound manage pancreatic disease?Ultrasound findings and scanning maneuvers. Gut Liver 20219; 14(1): 37-46. Doi: 10.5009/gnl18567
8. Jabar AA, Abbas I, Mishah N, Wazan M, Tomehy M. Effect of adding a capsule with activated charcoal to abdominal ultrasound preparation on image quality. J Ultrason 2020; 20(80): e12-e17. Doi: 10.15557/JoU.2020.0003
9. Madrid AM, Cumsille F, Defilippi C. Altered small bowel motility in patients with liver cirrhosis depends on severity of liver disease. Dig Dis Sci 1997;42:738-42.
10. Tosetti C, Corinaldesi R, Stanghellini V, Pasquali R, Corbelli C, Zoccoli G, et al. Gastric emptying of solids in morbid obesity. Int J Obes Relat Metab Disord 1996;20:200-5.
11. Pimentel M, Chow EJ, Lin HC. Normalization of lactulose breath testing correlates with symptom improvement in irritable bowel syndrome: A double-blind, randomized, placebo-controlled study. Am J Gastroenterol 2003;98:412-9.
12. Posserud I, Stotzer PO, Bjornsson ES, Abrahamsson H, Simren M. Small intestinal bacterial overgrowth in patients with irritable bowel syndrome. Gut 2007; 56:802-8.
13. Di Stefano M, Miceli E, Missanelli A, Mazzocchi S, Corazza GR. Absorbable vs. non-absorbable antibiotics in the treatment of small intestine bacterial overgrowth in patients with blind-loop syndrome. Aliment Pharmacol Ther 2005; 21: 985-92.
14. Skar V, Skar AG, Osnes M. The duodenal bacterial flora in the region of papilla of Vater in patients with and without duodenal diverticula. Scand J Gastroenterol 1989;24:649-56.
15. Vantrappen G, Janssens J, Hellemans J, Ghoos Y. The interdigestive motor complex of normal subjects and patients with bacterial overgrowth of the small intestine. J Clin Invest 1997; 59:1158-66.

Downloads

เผยแพร่แล้ว

2021-12-30