ผลของโปรแกรมการป้องกันพฤติกรรมก้าวร้าวต่อการควบคุมตนเองและพฤติกรรมก้าวร้าวของผู้ป่วยจิตเภท

ผู้แต่ง

  • บูคอรี มะมิง นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต (การพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต) คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • วินีกาญจน์ คงสุวรรณ สาขาวิชาพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • วีณา คันฉ้อง สาขาวิชาพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

คำสำคัญ:

โปรแกรมการป้องกันพฤติกรรมก้าวร้าว, การควบคุมตนเอง, พฤติกรรมก้าวร้าว, ผู้ป่วยจิตเภท

บทคัดย่อ

การวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่ม วัดก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการป้องกันพฤติกรรมก้าวร้าวต่อการควบคุมตนเองและพฤติกรรมก้าวร้าวของผู้ป่วยจิตเภท กลุ่มตัวอย่าง เป็นผู้ป่วยจิตเภทอายุ 20 - 59 ปี ที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยจิตเวช โรงพยาบาลยะลา จำนวน 50 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 25 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบประเมินการควบคุมตนเอง มีค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาของครอนบาคเท่ากับ .85 และแบบประเมินพฤติกรรมก้าวร้าว มีค่าสัมประสิทธิ์แคปปาของโคเฮน เท่ากับ 1.00 2) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ โปรแกรมการป้องกันพฤติกรรมก้าวร้าว ซึ่งผู้วิจัยพัฒนาขึ้นจากแนวคิดการควบคุมตนเองของโรเซนบัม ร่วมกับการทบทวนวรรณกรรม ดำเนินกิจกรรมจำนวน 7 ครั้ง ครั้งละ 60 นาที ต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท่าน ได้ค่าดัชนีความเที่ยงตรงเนื้อหาเท่ากับ 1.00 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา สถิติ Paired t-test และสถิติ Independent t-test ผลการวิจัยพบว่า

1. ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยคะแนนการควบคุมตนเองสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมและค่าเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมก้าวร้าวต่ำกว่าก่อนได้รับโปรแกรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001

2. ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยคะแนนการควบคุมตนเองสูงกว่ากลุ่มควบคุม และมีค่าเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมก้าวร้าวต่ำกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า โปรแกรมการป้องกันพฤติกรรมก้าวร้าว สามารถทำให้ผู้ป่วยจิตเภทมีการควบคุมตนเองที่ดีขึ้นและลดการเกิดพฤติกรรมก้าวร้าวได้ จึงควรมีการนำโปรแกรมนี้ไปใช้เพื่อเป็นแนวทางในการพยาบาลผู้ป่วยจิตเภทต่อไป

เอกสารอ้างอิง

กรมสุขภาพจิต. (2563). คู่มือระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงสำหรับสถาบัน/โรงพยาบาล สังกัดกรมสุขภาพจิต. กรุงเทพมหานคร: พรอสเพอรัสพลัส จำกัด.

กรมสุขภาพจิต. (2568). มาตรฐานการให้บริการปรึกษาด้านสุขภาพจิต. นนทบุรี: กรมสุขภาพจิต.

เจนวิทย์ ณาคะโร, วินีกาญจน์ คงสุวรรณ, และอรวรรณ หนูแก้ว. (2566). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ต้องขังโรคจิตเภท. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 10(3), e258203.

https://he01.tci-thaijo.org/index.php/scnet/article/view/258203/179688

ชมพูนุท กาบคำบา. (2567). กลุ่มโรคจิตเภทและกระบวนการพยาบาล. ใน เนตรชนก แก้วจันทา และชมพูนุท

กาบคำบา (บรรณาธิการ). การพยาบาลจิตเวช (Psychiatric nursing) (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

น้ำจิต กุลอ่อน, จำเนียร สุรวรางกูร, และธนิสร มหานัด. (2564). ผลของโปรแกรมการปรับตัวของบุคคลในภาวะเสี่ยงต่อการควบคุมพฤติกรรมรุนแรงด้วยตนเองในผู้ป่วยจิตเภท. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 35(3), 23-41. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/JPNMH/article/view/253833/174058

บูคอรี มะมิง และวินีกาญจน์ คงสุวรรณ. (2566). รูปแบบการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวในผู้ป่วยจิตเภท: การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 15(1), 62-97.

https://li01.tci-thaijo.org/index.php/pnujr/article/view/254159?utm_source=chatgpt.com

พยุงศักดิ์ ฝางแก้ว และเพ็ญนภา แดงด้อมยุทธ์. (2562). ผลของการจัดการความโกรธที่เน้นการปรับความคิดต่อพฤติกรรมก้าวร้าวของผู้ป่วยจิตเภท. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 33(1), 53-69.

https://he02.tci-thaijo.org/index.php/JPNMH/article/view/185658/130519

เพชรี คันธสายบัว และวัฒนาภรณ์ พิบูลอาลักษณ์. (2563). การพัฒนาการบำบัดทางการพยาบาลแบบบูรณาการในผู้ป่วยจิตเภทที่มีพฤติกรรมรุนแรง. วารสารสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา, 14(1), 55-69.

https://he01.tci-thaijo.org/index.php/journalsomdetchaopraya/article/view/241210/165220

วรรณี ศิรินทรางกูร, นพรัตน์ ไชยชำนิ, และเสาวลักษณ์ ยิ้มเยื้อน. (2562). การพัฒนาโปรแกรมจัดการความโกรธด้วยสติบำบัดสำหรับผู้ป่วยจิตเภทที่มีพฤติกรรมรุนแรง. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 33(3), 68-85.

https://he02.tci-thaijo.org/index.php/JPNMH/article/view/232442/158818

วินีกาญจน์ คงสุวรรณ. (2567). การพยาบาลจิตเวช: ภาวะวิกฤตสุขภาพจิต และจิตเวชฉุกเฉิน. สงขลา: สยามพริ้นติ้ง.

เวชระเบียนหอผู้ป่วยจิตเวช โรงพยาบาลยะลา. (2568). สถิติผู้ป่วยหอผู้ป่วยจิตเวช ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565-2568 [เวชระเบียนที่ไม่ตีพิมพ์]. โรงพยาบาลยะลา.

ศิริญพร บุสหงส์, เกษราภรณ์ เคนบุปผา, โปรยทิพย์ สันตะพันธุ์, และปาลิดา พละศักดิ์. (2568). ผลของโปรแกรมการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวต่อความเสี่ยงการก่อความรุนแรงในผู้ป่วยจิตเภทชาย. วารสารสภาการพยาบาล, 40(2), 268-284. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TJONC/article/view/271700

ศิริพรรณ ธนันชัย และจินตนา ยูนิพันธ์. (2562). ปัจจัยคัดสรรที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมรุนแรงในชุมชนของผู้ป่วยจิตเภท. วารสารแพทย์นาวี, 46(3), 536-551.

https://he01.tci-thaijo.org/index.php/nmdjournal/article/view/185617

สาลินี พุ่มพวง, จริญญา แก้วสกุลทอง, และธีรนาถ บุญญาธิการ. (2568). ผลของโปรแกรมการกํากับตนเองต่อ

การรับรู้ความสามารถแห่งตนในการควบคุมพฤติกรรมก้าวร้าวของผู้ป่วยจิตเภท. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางสุขภาพ, 8(2), e276907. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/jhri/article/view/276907/188864

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2566). ข้อมูลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงจากระบบบริการสุขภาพจิต. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.

อดิศร รักสกุล. (2558). ผลของโปรแกรมกำกับอารมณ์ต่อพฤติกรรมรุนแรงของผู้ป่วยจิตเภทที่ติดสุราในชุมชน. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

อัญชลี วิจิตรปัญญา, ณัฏฐพัชร สุนโรวิทย์, มยุรี กลับวงษ์, และพัชรินทร์ นินทจันทร์. (2565). การพัฒนาโปรแกรมการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรมร่วมกับการฝึกการควบคุมตนเองในผู้ป่วยจิตเวชที่มีพฤติกรรมรุนแรง. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 36(1), 68-85. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/JPNMH/article/view/249064/175303

Ali, A. M., Abed, G. A., & Elmalky, M. E. (2024). Effect of problem-solving skills training on positive symptoms and suicidal thoughts among patients with schizophrenia. Menoufia Nursing Journal, 9(4), 155–170.

Cohen, J. (1988). Statistical Power Analysis for the Behavioral Sciences (2nd ed.). Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates.

Gao, L., Liu, Y., Yang, J., Wei, Y., & Wang, Y. (2023). Correlation between aggressive behavior and impulsive and aggressive personality traits in stable patients with schizophrenia. Neuropsychiatric Disease and Treatment, 19, 801–809. https://doi.org/10.2147/NDT.S404176

González-Rodríguez, A., & Seeman, M. V. (2020). Addressing delusions in women and men with delusional disorder: Key points for clinical management. International Journal of Environmental Research and Public Health, 17(12), 4583. https://doi.org/10.3390/ijerph17124583

Gray, J. R., Grove, S. K., & Sutherland, S. (2017). Burns and Grove's the Practice of Nursing Research (8th ed.). Missouri: Elsevier.

Jeyagurunathan, A., Lau, J. H., Abdin, E., Shafie, S., Chang, S., Samari, E., et al. (2022). Aggression amongst outpatients with schizophrenia and related psychoses in a tertiary mental health institution. Frontiers in Psychiatry, 12, 777388. https://doi.org/10.3389/fpsyt.2021.777388

Keltner, L. N., & Steele, D. (2019). Psychiatric Nursing (8th ed.). St. Louis, MO: Elsevier.

Li, W., Yang, Y., Hong, L., An, F. R., Ungvari, G. S., Ng, C. H., et al. (2020). Prevalence of aggression in patients with schizophrenia: A systematic review and meta-analysis of observational studies. Asian Journal of Psychiatry, 47, 101846. https://doi.org/10.1016/j.ajp.2019.101846

McCutcheon, R. A., Marques, T. R., & Howes, O. D. (2020). Schizophrenia: An overview. JAMA Psychiatry, 77(2), 201-210. https://doi.org/10.1001/jamapsychiatry.2019.3360

Mei, C. H., & Wen, C. O. (2021). Effects of integrated violence intervention on alexithymia, cognitive, and neurocognitive features of violence in schizophrenia: A randomized controlled trial. Brain Sciences, 11(7), 837-856.

Ronen, T., & Rosenbaum, M. (2010). Developing learned resourcefulness in adolescents to help them reduce their aggressive behavior: Preliminary findings. Research on Social Work Practice, 20(4), 410–426.

Rosenbaum, M. (1990). Learned Resourcefulness: On Coping Skills, Self-control, and Adaptive Behavior. Springer Publishing.

Townsend, M. C., & Morgan, K. I. (2020). Psychiatric Mental Health Nursing: Concepts of Care in Evidence-based Practice (8th ed.). Philadelphia, PA: F.A. Davis Company.

Varcarolis, E. M., Carson, V. B., & Shoemaker, N. C. (2018). Foundations of Psychiatric Mental Health Nursing: A Clinical Approach (8th ed.). Saunders Elsevier.

Videbeck, S. L. (2020). Psychiatric-mental Health Nursing (8th ed.). Wolters Kluwer.

Weltens, I., Bak, M., Verhagen, S., Vandenberk, E., & Domen, P. (2021). Aggression on the psychiatric ward: Prevalence and risk factors: A systematic review of the literature. PLOS ONE, 16(10), e0258346. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0258346

World Health Organization. (2025). Schizophrenia. Retrieved November 20, 2025

from https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/schizophrenia

Yudofsky, S. C., Silver, J. M., Jackson, W., Endicott, J., & Williams, D. (1986). The overt aggression scale for the objective rating of verbal and physical aggression. The American Journal of Psychiatry, 143(1), 35-39.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-17

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย