การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุโรคเบาหวานด้วยการแพทย์ทางไกล สำหรับหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ

ผู้แต่ง

  • รุ่งนภา จันทรา วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • ศุภลักษณ์ ธนาโรจน์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • จีราพร ทองดี วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • ฉันทนา นาคฉัตรีย์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • อติญาณ์ ศรเกษตริน คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • กฤดา เอื้อกฤดาธิการ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
  • เบญจพร รัชตารมย์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • ปิยรัตน์ ชูมี วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก

คำสำคัญ:

การดูแลผู้สูงอายุ , โรคเบาหวาน, การแพทย์ทางไกล, บริการสุขภาพปฐมภูมิ

บทคัดย่อ

การวิจัยและพัฒนาแบบผสานวิธี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการณ์ พัฒนา และทดสอบผลของรูปแบบการดูแลผู้สูงอายุโรคเบาหวานด้วยการแพทย์ทางไกลสำหรับหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ 3 ระยะ คือ 1) ศึกษาสภาพการณ์การดูแลผู้สูงอายุโรคเบาหวาน ด้วยการเก็บข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ 2) พัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุโรคเบาหวานด้วยการแพทย์ทางไกลสำหรับหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาของรูปแบบฯ จากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ได้คะแนนความเหมาะสมอยู่ระดับมาก และ 3) ทดสอบรูปแบบฯ กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้สูงอายุโรคเบาหวาน 30 คน โดยใช้แบบบันทึกระดับน้ำตาลในเลือด แบบวัดคุณภาพชีวิตและแบบประเมินความพึงพอใจของรูปแบบฯ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ และทดสอบค่าทีแบบสัมพันธ์ ผลการวิจัย พบว่า

1. สภาพการณ์การดูแลผู้สูงอายุโรคเบาหวาน พบว่า การแพทย์ทางไกลมีความสำคัญ โดยเฉพาะผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลหรือขาดแคลนแพทย์ ทำให้เข้าถึงการรักษาได้ง่าย ลดภาระการเงินและลดระยะเวลาการเดินทาง ควรออกแบบการแพทย์ทางไกลให้เอื้อต่อการดูแล คำนึงถึงข้อจำกัดของผู้สูงอายุและการจัดการโรคเบาหวานในระยะยาว ผลการสำรวจด้วยแบบสอบถามพบว่า บุคลากรทางสุขภาพส่วนใหญ่ต้องการให้มีการดูแลผู้สูงอายุโรคเบาหวานด้วยการแพทย์ทางไกลระดับสูง

2. รูปแบบการดูแลผู้สูงอายุโรคเบาหวานด้วยการแพทย์ทางไกลสำหรับหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ ประกอบด้วย 1) การประเมินความพร้อมด้านผู้รับบริการ ด้านความต้องการ ด้านความคุ้มค่า และด้านเทคโนโลยี 2) การบูรณาการทีมสหวิชาชีพ 3) การพัฒนาระบบการสื่อสาร และ 4) ระบบการรับ-ส่งยาผู้รับบริการ

3. ผู้สูงอายุโรคเบาหวานที่ใช้รูปแบบการแพทย์ทางไกลสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ มีคุณภาพชีวิตอยู่ระดับดี และมีความพึงพอใจต่อการใช้รูปแบบการแพทย์ทางไกลระดับมาก

ข้อเสนอแนะ การแพทย์ทางไกลควรถูกสนับสนุนและบูรณาการในระบบบริการปฐมภูมิเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้สูงอายุโรคเบาหวาน ลดภาระเวลาและค่าใช้จ่ายของผู้ดูแล โดยคำนึงถึงความพร้อมของแต่ละพื้นที่เป็นสำคัญ นอกจากนี้ หน่วยบริการควรประยุกต์ใช้การแพทย์ทางไกลครอบคลุมทุกมิติการส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟู รวมถึงเชื่อมต่อบริการจากสถานพยาบาลถึงบ้านผู้สูงอายุ พร้อมทั้งขยายผลสู่โรคเรื้อรังอื่น เช่น ความดันโลหิตสูงและโรคไตเรื้อรัง เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดูแลและลดภาระพึ่งพิงอย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

ณาตยา โสนน้อย, อุษาวดี อัศดรวิเศษ, ประภาพรรณ ปุ่นอุดม, นงนุช เตชะวีรากร และเสรี สิงหถนัดกิจ. (2565). ผลของการบูรณาการสหสาขาวิชาชีพติดตามผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดทาทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจด้วยโปรแกรม Telehealth ต่อความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน การกลับเข้านอน โรงพยาบาลซ้ำและความพึงพอใจของทีมสหสาชาวิชาชีพ. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก, 33(2), 84-100. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/journalthaicvtnurse/article/view/253894

เนตรชนก จุละวรรณโณ. (2561). ประสิทธิผลการจัดระบบบริการสุขภาพโดยทีมสหวิชาชีพเคลื่อนที่ในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม, 19(36), 21-34. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/nursingsiamjournal/issue/view/18562

วิภาวัณย์ อรรณพพรชัย และชวภณ กิจหิรัญกุล. (2564). การประยุกต์ใช้ระบบการแพทย์ทางไกลเพื่อการพัฒนา คุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉินทางไกลในชนบท. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 7(3), 258- 271. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/WTURJ/article/view/256231

ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์, เรนู การ์ก, สิริกร ขุนศรี, สุขเกษม เทพสิทธิ์, ณัฐธิวรรณ พันธ์มุง และธิดารัตน์ อภิญญา. (2561). สถานการณ์การดำเนินงานด้านการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อ (NCDs). พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี. สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.

ศิศิรา ดอนสมัคร, พัทธรา ลีฬหวรงค์, กุนที พลรักดี, ภคนันท์ อังกาบ, พรธิดา หัดโนนตุ่น, จุฑามาศ พราวแจ้ง, และคณะ. (2567). ระบบแพทย์ทางไกลในการดแลผู้ป่วยนอกสูงอายุในสถานการณ์ระบาดโรคโควิด-19: การศึกษาเชิงคุณภาพ. ว. เภสัชศาสตร์อีสาน, 20(1), 13-27. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/IJPS/article/view/43412

สมาคมโรคเบาหวาน. (2561). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ. 2560. พิมพ์ครั้งที่ 3 ปทุมธานี: บริษัทร่มเย็น มีเดีย จำกัด.

สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2561). สถานการณ์การดำเนินงานด้านการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อ (NCDs) สืบค้นเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2561 จาก http://thaincd.com

สุวัฒน์ มหันนิรันดร์กุล, วิระวรรณ ตันติพิวัฒนสกุล, วนิดา พุ่มไพศาลชัย, กรองจิตต์ วงศ์สุวรรณ และราณี พรมานะ- จิรังกุล. (2540). เปรียบเทียบตัวชี้วัดคุณภาพชีวิตของ WHO 100 ตัวชี้วัด. เชียงใหม่: โรงพยาบาลสวนปรุง.

Best, J. W. (1977). Research in Education. Englewood Cliffs, New Jersy: Pretice Hall.

Cohen J. (1988). Statistical Power Analysis for Behavioral Sciences. 2nd ed. Hillsdale, New Jersey: Lawrence Erlbaum Associates; 1988.

Hsieh, H-F., & Shannon, S. E. (2005). Three approaches to qualitative content analysis. Qualitative Health Research, 15(9), 1277-1288.

Lee, J. Y., Kim, H. R., Park, S. Y., & Choi, J. (2022). Effectiveness of telehealth-based individualized diabetes management on glycemic control and self-care behaviors among older adults with type 2 diabetes. Journal of Telemedicine and Telecare, 28(6), 452–460. https://doi.org/10.1177/1357633X211000123

Lincoln, Y. S., & Guba, E. (1985). Naturalistic Inquiry. Sage.

Mullur, R. S., Hsiao, J. S., & Mueller, K. (2022). Telemedicine in diabetes care. Am Fam Physician, 105(3), 281–288.

Ross, J., Stevenson, F., Lau, R., & Murray, E. (2016). Factors that influence the implementation of e-health: a systematic review of systematic reviews (an update). Implementation science : IS, 11(1), 146. https://doi.org/10.1186/s13012-016-0510-7

Stufflebeam, D. L. & Coryn, C.L.S. (2014). Evaluation: Theory, Models and Applications. (2nd ed). San Francisco: Jossey-Bass.

Wrotek, M., & Kalbarczyk, M. (2023). Predictors of long-term care use -informal home care recipients versus private and public facilities residents in Poland. BMC Geriatric, 23(1), 512-518. doi: 10.1186/s12877-023-04216-2.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-04

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย