The Effectiveness of a Program for Health Literacy Development in the Patients with Type 2 Diabetes

Main Article Content

Pakapon Saentecha
Prachuab Lamluk

Abstract

The purpose of this research was to examine the effects of a Health Literacy Promoting Program for patients with type 2 diabetes who cannot control glucose levels. This research was a quasi-experimental research with two groups pretest-posttest design on type 2 diabetes patients who cannot control blood sugar levels in Mae Puem Subdistrict, Mueang District, Phayao Province, with 26 experimental and control groups. We designed a health literacy development program for type 2 diabetes patients using health literacy principles, conducting health education activities for the experimental group 6 times 8 weeks and then assessing health literacy, health behavior and blood sugar levels (FBS). Data were analyzed using descriptive statistics, frequency distribution, percentage, mean, and standard deviation. The experimental group and control group were compared before and after the program with Paired t-test and independent t-test. The results showed that, at post-test, patients in the experimental group had higher mean scores of heath literacy, health behavior, and FBS than the comparative group (p<0.05). Therefore, this program can be applied to adjust the behavior of diabetic patients to manage their behaviors appropriately in the future.

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

Section
Research Article

References

1. สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย. สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ ประเมินทั่วโลกมีผู้ป่วยเบาหวาน 425 ล้านราย [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2563]. เข้าถึงได้จาก https://www.hfocus.org/content/2019/11/18054.
2. วิชัย เอกพลากร. รายงานการตรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย. นนทบุรี: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2559.
3. ระบบคลังข้อมูลโรคไม่ติดต่อเรื้อรังจังหวัดพะเยา [อินเทอร์เน็ต]. 2561 [เข้าถึงเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2562]. เข้าถึงได้จาก https://pyo.hdc.moph.go.th/hdc/main/index.php.
4. รายละเอียดตัวชี้วัดกระทรวงสาธารณสุข [อินเทอร์เน็ต]. 2561 [เข้าถึงเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2562]. เข้าถึงได้จาก http://bps.moph.go.th/new_bps/sites/default/files/KPI_2561_edit3_.pdf.
5. กองสุขศึกษา. การเสริมสร้างและประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ. ฉบับปรับปรุง. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ,กระทรวงสาธารณสุข; 2561.
6. Jennifer AM. Health literacy and adolescents: a framework and agenda for future research Health Education Research 2008;23(5):840-847.
7. ธเนศวุฒิ สายแสง, วีระศักดิ์ จิตไธสง, กนกรัศมิ์ สุทธิประภาและสุวรรณา ภัทรเบญจพล. ความฉลาดทางสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานที่มารับบริการสถานพยาบาลปฐมภูมิ จ.อุบลราชธานี. เอกสารประกอบการประชุมวิชาการระดับชาติเรื่อง The 6th Annual Northeast Pharmacy Research Conference of 2014 “A Celebration of 100 Years of Thai Pharmacy and 20 Years of UBU Pharmacy” ฉลอง 100 ปี เภสัชกรรมไทยก้าวไกลเภสัช ม.อุบล 20 ปี, 1-2 กุมภาพันธ์ 2557, โรงแรมยูเพลส มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.
8. Nutbeam D. Health literacy as a public health goal: a challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st. Health Promotion International 2000;15(3):259-267.
9. Hein SF. Embodied Reflexivity in Qualitative Psychological Research: The Disclosive Capacity of the Liver Body. In Advances in Psychology Research 2009;30:57-74.
10. Tilden VP. Issues of conceptualization and measurement of social support in the construction of nursing theory. Research in Nursing & Health 1985;8:199-206.
11. สายฝน สารินทร์, สุทธีพร มูลศาสตร์, วรวรรณ ชัยลิมปมนตรี. ประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เสี่ยงต่อโรคไตเรื้อรัง. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข 2562;29(2):86-101.
12. พรวิจิตร ปานนาค, สุทธีพร มูลศาสตร์, เชษฐา แก้วพรม. ประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาความฉลาดทางสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ ตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา.วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข 2560;27(3):91-106.
13. ปิยมนต์ รัตนผ่องใส, สุนีย์ ละกำปั่น, ปาหนัน พิชยภิญโญ. ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ในการใช้ยาต่อความฉลาดทางสุขภาพด้าน การใช้ยาและความร่วมมือในการใช้ยาของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้าตาลในเลือดได้. วารสารสภาการพยาบาล 2559;31(4):50-62.
14. สาริศา โตะหะ, ธราดล เก่งการพานิช, มณฑา เก่งการพานิช, ศรัณญา เบญจกุล. ผลของโปรแกรมการบริโภคอาหารเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานสูงอายุ ชาวไทยมุสลิม จังหวัดนราธิวาส. วารสารสุขศึกษา 2563;43(1):113-129.
15. วราวรรณ สมบุญนาค. ประสิทธิผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกายในนักเรียนประถมศึกษาที่มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนในจังหวัดอ่างทอง. วารสารสุขศึกษา 2563;43(1):38-47.
16. American Diabetes Association. Foundation of Care: Education, Nutrition, Physical Activity, Smoking Cessation, Psychosocial Care, and Immunization. Diabetes Care 2015;38 (Suppl 1):20-30.
17. กรมควบคุมโรค สำนักโรคไม่ติดต่อกลุ่มพัฒนาระบบสาธารณสุข. (2559). ประเด็นสารรณรงค์ วันเบาหวานโลก ปี 2559. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข
18. สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2560. พิมพ์ครั้งที่ 3 กรุงเทพฯ: บริษัท ร่มเย็น มีเดีย จำกัด.
19. สุภาพ พุทธปัญโญ, นิจฉรา ทูลธรรม, นันทิพัฒน์ พัฒนโชติ. ประสิทธิผลของโปรแกรมพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพต่อความฉลาดทางสุขภาพ พฤติกรรมการลดน้ำหนัก และน้ำหนักของบุคลากร ที่มีภาวะโภชนาการเกินในโรงพยาบาลร้อยเอ็ด อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารการพยาบาลและการศึกษา. 2559;9(4):42-59.
20. ชลธิรา เรียงคำ, ดวงรัตน์ วัฒนกิจไกรเลิศ, อัครเดช เกตุฉ่ำ, อภิรดี ศรีวิจิตรกมล. ความแตกฉานด้านสุขภาพ การรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการดูแลตนเอง อายุ และความสามารถในการมองเห็น ในการทำนายพฤติกรรมในการดูแลตนเองในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารพยาบาลศาสตร์ 2559;34(4):35-46.
21. อารยา เชียงของ. ผลการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพด้วยการจัดการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่มีต่อพฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน [ปริญญานิพนธ์ ปร.ด. (การวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ประยุกต์)]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ; 2561.