พฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ตำบลดอยงาม อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

ผู้แต่ง

  • วัลยา ชำหา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดอยงาม อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

คำสำคัญ:

พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงพรรณนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง   กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงซึ่งมีที่พักอาศัยอยู่ในเขตตำบลดอยงาม  อำเภอพาน  จังหวัดเชียงราย   ระหว่างวันที่   1-31  ธันวาคม  2556  จำนวน  220 คน  เลือกโดยวิธีสุ่มอย่างง่าย  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสัมภาษณ์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง  ประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์ข้อมูลทั่วไปข้อมูลด้านสุขภาพ  และแบบประเมินพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง  ซึ่งสร้างขึ้นตามกรอบแนวคิดของเพนเดอร์ ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาได้เท่ากับ 0.78  และหาค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคได้เท่ากับ  0.80  วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา  ผลการศึกษาพบว่า

พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของกลุ่มตัวอย่างโดยรวม อยู่ในระดับสูง  มีค่าเฉลี่ย  3.20   (SD = 0.68)  และพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพรายด้านอยู่ในระดับสูง  5  ด้านเรียงตามลำดับดังนี้ ด้านการดูแลสุขภาพทั่วไป มีค่าเฉลี่ย  3.66  (SD = 0.55) ด้านการพัฒนาจิตใจ มีค่าเฉลี่ย  3.49 (SD = 0.58)   ด้านการจัดการกับความเครียด มีค่าเฉลี่ย  3.43 (SD = 0.66) ด้านสัมพันธภาพกับผู้อื่น มีค่าเฉลี่ย  3.28  (SD = 0.71)  และด้านการออกกำลังกาย มีค่าเฉลี่ย  3.25 (SD = 0.66)   ส่วนพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ย  2.08  (SD = 0.91)

References

1. สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย.(2557). โรคความดันโลหิตสูง. [ระบบออนไลน์] แหล่งที่มา http://www.thaihypertension.org/ (6 มกราคม 2557).

2. อรพินท์ กายโรจน์. (2542). ผลกระทบของการรับรู้สมรรถนะของตนเองและความคาดหวังผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นต่อการปฏิบัติด้านสุขภาพของหญิงวัยกลางคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.


3. พรทิพา ศุภราศรี. (2538). ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู่ต่อภาวะสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคมกับพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้ป่วยภายหลังการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่ มหาวิทยาลัยมหิดล.
4. ธาริณี พังจุนันท์ และนิตยา พันธุเวทย์.ประเด็นสารรณรงค์ วันความดันโลหิตสูงโลก 2556. [ระบบออนไลน์] . แห่งที่มา htt://www.thaincd.com/document/file (6 มกราคม 2557)
5. กระทรวงสาธารณสุข. (2557). รายงานผลการคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตตาม“โครงการสนองน้ำพระราชหฤทัยในหลวง ทรงห่วงใยสุขภาพประชาชน” ปี 2554 [ระบบออนไลน์] แหล่งที่มา http://203.157.10.11/screen/sphp/reportncd1year54.php
6. สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3.(2556). ความดันโลหิตสูง. [ระบบออนไลน์] แหล่งที่มา http://region3.prd.go.th/showsearch_N.php.
7. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดอยงาม. (2556). สรุปผลงานประจำปี 2556. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดอยงาม อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย.
8. กมลพรรณ หอมนาน. (2539). ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง การรับรู้สมรรถนะในตนเองกับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้สูงอายุ. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่ มหาวิทยาลัยมหิดล.

9. สมทรง เค้าฝาย. (2541). ผลการเตรียมมารดาต่อการรับรู้ความสามารถของตนเองในการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนดและพฤติกรรมการดูแลทารก. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลแม่และเด็ก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
10. กาญจนา ประสานปราน. (2535). ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการดูแลตนเองกับพฤติกรรมการดูแลตนเองเกี่ยวกับการควบคุมอาหารในผู้ป่วยเบาหวาน.วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.

Downloads

เผยแพร่แล้ว

07/05/2020

ฉบับ

บท

บทนิพนธ์ต้นฉบับ